วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘เงินบาท’วันนี้เปิด ‘อ่อนค่า’ที่31.16บาทต่อดอลลาร์

ตลาดการเงินมีความผันผวนสูงขึ้น ตลาดหุ้นสหรัฐเตรียมทำจุดสูงสุดใหม่ต่อจากแรงหนุนหุ้นขนาดเล็กคาดได้ประโยชน์เปิดทำการธุรกิจ หลังนักลงทุนกังวลการฟื้นตัวของเศรษฐกิจยุโรป ขณะที่ขณะเดียวกันในทำให้นักลงทุนเลือกลดการถือครองสินทรัพย์เสี่ยงในเอเชีย เงินบาทยังอ่อนค่าได้

นายจิติพล พฤกษาเมธานันท์ หัวหน้าทีมกลยุทธ์การลงทุน EASY INVEST บริษัทหลักทรัพย์(บล.) ไทยพาณิชย์ หรือSCBS เปิดเผยว่า เงินบาทเปิดเช้าวันนี้ที่ 31.16 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าจากช่วงปิดสิ้นวันทำการก่อนที่ 31.10 บาทต่อดอลลาร์ ประเมินกรอบเงินบาทระหว่างวัน 31.05-31.25 บาทต่อดอลลาร์

โดยในช่วงคืนที่ผ่านมา ดัชนี S&P 500 ของสหรัฐปรับตัวขึ้น 0.52% เตรียมทำจุดสูงสุดใหม่ต่อ ด้วยแรงหนุนของหุ้นขนาดเล็กที่คาดว่าจะได้รับผลประโยชน์จากการเปิดกำการของธุรกิจ ขณะที่ดัชนี STOXX 600 ของยุโรปทรงตัวลบ0.08% เนื่องจากนักลงทุนไม่มั่นใจว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจยุโรปจะแข็งแกร่ง เพราะยังมีการควบคุมการระบาดของไวรัสรวมถึงการแจกจ่ายวัคซีนก็ล่าช้า

ตลาดเงินกลับเป็นจุดที่มีความเคลื่อนไหวมากกว่า เมื่อดัชนีดอลลาร์ปรับตัวแข็งค่าขึ้น 0.1% ถือเป็นการแข็งค่าต่อเนื่องสามวันติดต่อกัน ส่งผลให้ดัชนีดอลลาร์ขึ้นมาอยู่ที่ระดับสูงสุดในรอบสี่เดือน ความเร่งดังกล่าวเกิดจากที่นักลงทุนมองว่าเศรษฐกิจสหรัฐฟื้นตัวดีกว่าเศรษฐกิจโลก เห็นได้จากล่าสุดที่จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงานใหม่ในสหรัฐ (U.S. Initial Jobless Claims) ปรับตัวลดลงเหลือเพียง 6.84 แสนตำแหน่ง ขณะที่รายงานจีดีพีไตรมาสที่สี่ (U.S. 4Q GDP) ก็ขยายตัวถึง 4.3% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน (ปรับเป็นรายปี) ด้วยแรงหนุนของราคาสินค้า (U.S. 4Q PCE Core)  ที่สูงขึ้น 1.3% และปริมาณการบริโภค (U.S. 4Q Personal Consumption) ที่ฟื้นตัว 2.3% นอกจากนี้บอนด์ยีลด์สหรัฐอายุสิบปีก็ปรับตัวขึ้น 2bps มาที่ระดับ 1.63% เนื่องจากผลประมูลบอนด์ในสหรัฐล่าสุด ชี้ว่านักลงทุนสหรัฐมีความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยที่ลดลง

ส่วนในฝั่งเงินบาท ระยะสั้นนักลงทุนกลับมามีมุมมองเป็นลบเนื่องจากตัวเลขการส่งออกล่าสุดหดตัว 2.6% สวนทางกับการนำเข้าที่ปรับตัวสูงขึ้น 22.0% ทำให้เกิดความกังวลว่าไทยอาจขาดดุลการค้าในปีนี้ เรามองว่ามีความเป็นไปได้เพราะราคาสินค้าต้นทุนปรับตัวขึ้นแทบทั้งหมด ขณะที่กับปริมาณการส่งออกขยายตัวช้ากว่า ขณะเดียวกันในช่วงนี้ตลาดการเงินก็มีความไม่แน่นอนสูง ทำให้นักลงทุนเลือกลดการถือครองสินทรัพย์เสี่ยงในเอเชีย ทำให้มีโอกาสน้อยที่เงินบาทจะแข็งค่ากลับได้ในช่วงนี้

นายพูน พานิชพิบูลย์  นักวิเคราะห์ประจำห้องค้าเงินธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า  สำหรับแนวโน้มค่าเงินบาท เรามองว่า ในระยะสั้น เงินบาทยังคงผันผวนไปตามเงินดอลลาร์ โดย ในระหว่างวัน เงินบาทก็อาจอ่อนค่าลงได้ จากแรงซื้อสกุลเงินต่างประเทศของบริษัทต่างชาติญี่ปุ่นที่อาจทยอยเข้ามาซื้อเงินเยน ในช่วงปิดปีงบประมาณของบริษัทญี่ปุ่น

นอกจากนี้ ควรจับตาฟันด์โฟลว์จากนักลงทุนต่างชาติ ที่อาจขายทำกำไรหุ้นไทย หลังจากที่หุ้นไทยปรับตัวขึ้นแข็งแกร่งกว่าตลาดหุ้นอื่นๆ ขณะเดียวกัน ในช่วงปลายไตรมาส อาจเห็นภาพ นักลงทุนสถาบันบางส่วน มีการปรับพอร์ตการลงทุน โดยลดสัดส่วนหุ้น และเพิ่มตราสารหนี้ ทำให้อาจเกิดแรงขายหุ้นไทยได้ ทั้งนี้ ในช่วงปลายเดือนเม.ย. ถึง กลางพ.ค. เงินบาทก็อาจอ่อนค่าลงได้ จากแรงซื้อสกุลเงินต่างประเทศเพื่อจ่ายปันผล

อย่างไรก็ดี เรามองว่า เงินบาทอาจไม่อ่อนค่าไปมาก เพราะฝั่งผู้ส่งออกต่างก็รอขายเงินดอลลาร์ที่ระดับใกล้ 31.00-31.10 บาทต่อดอลลาร์ ขณะเดียวกัน เราเชื่อว่าในระยะสั้นมีโอกาสที่ ธนาคารแห่งประเทศไทยจะเข้ามาขายเงินดอลลาร์ (ลด Foreign Reserves) เพื่อชะลอการอ่อนค่าของเงินบาท และเป็นการทยอยลด Foreign Reserves เพื่อลดโอกาสเผชิญข้อครหาจากกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ในประเด็นแทรกแซงค่าเงิน (FX Manipulator)
กรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 31.05-31.20 บาท/ดอลลาร์