วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

วาง 3 แนวทางเก็บ 'ค่าน้ำ' ทดแทนลงทุนภาครัฐ

(ชมคลิปข่าวด้านล่าง) สทนช. แจงร่างกฎกระทรวงกำหนด 3 ประเภทการใช้น้ำ เพื่อเป็นหลักเกณฑ์เก็บค่าน้ำ พร้อมรับฟังความคิดเห็น ก่อนออกกฎกระทรวง ร่วมพูดคุยกับดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ

ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ระบุ สทนช. อยู่ระหว่างพิจารณายกร่างกฎกระทรวงกำหนดลักษณะการใช้น้ำแต่ละประเภท ตามพระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ พ.ศ. 2561 หมวด 4 การจัดสรรน้ำและการใช้น้ำ มาตรา 41 การใช้ทรัพยากรน้ำสาธารณะ ซึ่งไม่ใช่ภาษีน้ำ และ ไม่ใช่เพื่อหากำไร แต่เพื่อทดแทนค่าใช้จ่ายการลงทุน การบริหารจัดการของภาครัฐ โดยจะเก็บในอัตราที่แตกต่างกันตามประเภทของการใช้น้ำ

โดยร่างฯดังกล่าว ต้องรับฟังความคิดเห็นจากคณะกรรมการลุ่มน้ำและคณะอนุกรรมการทรัพยากรน้ำจังหวัด ก่อนเสนอให้คณะอนุกรรมการพิจารณากลั่นกรองกฎหมายด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) และเพื่อเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ความเห็นชอบต่อไป

เบื้องต้นได้แบ่งการใช้น้ำออกเป็น 3 ประเภท คือ

1.เป็นการใช้ทรัพยากรน้ำสาธารณะเพื่อการเกษตรหรือการเลี้ยงสัตว์เพื่อยังชีพ ซึ่งมีหลักเกณฑ์คือ การเพาะปลูกในรอบแรกไม่มีค่าใช้จ่าย แต่ช่วงฤดูแล้งที่มีปัญหาขาดแคลนน้ำจะเริ่มเก็บเงินสำหรับผู้ใช้น้ำที่ใช้น้ำในที่ดินเกิน 66 ไร่ และการทำนาเกลือสมุทรจะเริ่มมีการเก็บเงินหากผู้ใช้น้ำถือครองที่ดินเกิน 142 ไร่

2 . การใช้ทรัพยากรน้ำสาธารณะเพื่อการอุตสาหกรรม การท่องเที่ยว การผลิตพลังงานไฟฟ้า การประปาและกิจการอื่นๆ กำหนด การใช้น้ำบาดาลต่อบ่อต้องไม่เกิน 3,200 ลบ.ม.ต่อวัน หรือ การใช้น้ำจากแหล่งน้ำผิวดินทุกประเภทต้องไม่เกิน 30,000 ลบ.ม.ต่อวัน

3. การใช้ทรัพยากรน้ำสาธารณะเพื่อกิจการขนาดใหญ่ที่ใช้น้ำปริมาณมาก หรืออาจก่อให้เกิดผลกระทบข้ามลุ่มน้ำ หรือครอบคลุมพื้นที่อ่างกว้างขวาง มีอัตราการใช้น้ำบาดาลต่อบ่อต้องมากกว่า 3,200 ลบ.ม.ต่อวัน และอัตราการใช้น้ำผิวดินต้องมากกว่า 30,000 ลบ.ม.ต่อวัน รวมถึงการผันน้ำข้ามลุ่มน้ำทุกกรณีไม่ว่าจะผันน้ำในปริมาณเท่าไหร่

“ทุกกระบวนการ จะผ่านการพิจารณาอย่างรอบคอบ เพื่อให้เกิดหลักเกณฑ์ที่เหมาะสมและเป็นธรรมแก่ทุกภาคส่วน”