(ชมคลิปข่าวด้านล่าง) ผู้ว่ากทม. แจงส่งเรื่องต่อสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียวให้มหาดไทยชงเรื่องถึงสำนักนายกฯแล้ว ยันหลังจากนี้ไม่ใช่อำนาจผู้ว่ากทม.แล้ว ส่วนครม.จะเคาะหรือต่อสัมปทานหรือไม่ให้ไปถามนายกฯ รวมถึงหนี้ที่กทม.ต้องจ่ายบีทีเอส ให้ไปถามนายกฯเช่นกัน
ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ระบุ กรณีการต่อสัญญาสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียว 30 ปี ให้กับบมจ.ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือบีทีเอส และแนวทางแก้ไขปัญหาหนี้ที่กทม.ต้องชำระให้กับบีทีเอส ในส่วนของการว่าจ้างเดินรถส่วนต่อขยายนั้น กทม.ได้ส่งเรื่องไปยังกระทรวงมหาดไทยแล้ว และกระทรวงมหาดไทยทำเรื่องส่งถึงสำนักนายกรัฐมนตรีแล้ว เพื่อรอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี ซึ่งไม่รู้ว่าครม.จะพิจารณาเมื่อใด เพราะไม่ใช่อำนาจของผู้ว่ากทม.แล้ว
ส่วนกรณีที่บีทีเอสทวงหนี้กับกทม.ประมาณ 3 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็น หนี้ค่าจ้างเดินรถส่วนต่อขยายสายสีเขียวประมาณ 1 หมื่นล้านบาท และหนี้ค่าจัดซื้อระบบงานเดินรถอีก 20,788 ล้านบาท และถึงกำหนดชำระภายในสิ้นเดือนมีนาคมนี้ หรือ 60 วันนับจากที่บีทีเอสได้ส่งหนังสือให้กทม.ขอให้ชำระหนี้ จะทำอย่างไรต่อไปนั้น พล.ต.อ.อัศวิน ระบุว่า ต้องไปถามนายกรัฐมนตรี
ผู้สื่อข่าวถามว่าแต่จะครบกำหนดสิ้นเดือนนี้ที่ต้องชำระแล้ว พล.ต.อ.อัศวิน กล่าวสั้นๆว่า ถามนายกฯบ้างซิ ถ้าสิ้นเดือนเดือนแล้วก็ขึ้นเดือนใหม่ แล้วก็เดินออกจากวงสัมภาษณ์
ก่อนหน้านี้ พล.ต.อ.อัศวิน ระบุว่า หนี้ค่าจ้างเดินรถส่วนต่อขยายสายสีเขียว และค่าจัดซื้อระบบงานเดินรถที่กทม.ต้องจ่ายบีทีเอส ซึ่งทำหนังสือทวงหนี้กับกทม.ให้ต้องจ่ายภายใน 60 วัน มูลค่ากว่า 3 หมื่นล้านบาทนั้น คงต้องรอรัฐบาลพิจารณาว่าจะมีการต่อสัญญาสัมปทานรถไฟฟ้า 30 ปี ให้กับบีทีเอสหรือไม่ เพื่อแลกกับค่าโดยสารที่จะลดลงสูงสุดไม่เกิน 65 บาท และบีทีเอสจะแบกรับหนี้ทั้งหมดให้กทม.จนถึงปี 2572 ที่จะมีมูลค่าหนี้รวมกว่า 1.4 แสนล้านบาท
ทั้งนี้ คาดว่าครม.จะต้องพิจารณาการต่อสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียวให้เสร็จสิ่นภายในเดือนมีนาคมนี้ หรือก่อนครบกำหนดระยะเวลา 60 วัน จากหนังสือทวงหนี้ที่บีทีเอสส่งมาให้กับกทม. ซึ่งหากครม.อนุมัติต่อสัญญาสัมปทาน 30 ปี เรื่องทุกอย่างก็ยุติ แต่หากครม.ไม่อนุมัติการค่อสัญญาก็ต้องหาเงินมาให้กทม.จ่ายหนี้บีทีเอส
รายงานข่าวแจ้งว่า หนี้ค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีเขียวที่กทม.แบกรับอยู่แบ่งออกเป็น 3 ก้อน คือ 1.หนี้ค่าโดยสารจากการว่าจ้างเดินรถส่วนต่อขยายประมาณ 9,602 ล้านบาท (ณ สิ้นเดือนก.พ.) โดยค่าจ้างเดินรถส่วนต่อขยายที่กทม.ต้องจ่ายให้บีทีเอสประมาณ 600 ล้านบาทต่อเดือน ถ้ารวมเดือนมีนาคมด้วยจะทำให้หนี้ส่วนเพิ่มเป็น 10,200 ล้านบาท 2.หนี้ค่าโครงสร้างพื้นฐานที่กทม.รับมาจากรฟม.ประมาณ 69,105 ล้านบาท และ3. ค่าจัดซื้อระบบงานเดินรถ หรือระบบอาณัติสัญญาณ 20,768 ล้านบาท ต้องจ่ายให้บีทีเอสภายในเดือนมีนาคมนี้ รวมค่าดอกเบี้ยอีกปีละ 600 ล้านบาท รวมหนี้ 3 ก้อน เป็น 1 แสนล้านบาท และหากรอให้สัญญาสัมปทานเดืมสิ้นสุดปี 2572 รอค่อยหาผู้เดินรถใหม่นั้นจะทำห้หนี้รวมดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นมาเป็นกว่า 1.4 แสนล้านบาท









