วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ยังเน้นวางกลยุทธ์ hedging ทั้ง bond yield และการตัดสินใจของ Fed

ตลาดระยะสั้นอาจผันผวนจากแรงปรับพอร์ตตามนโยบายธนาคารกลางสหรัฐฯ

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ฟื้นตัวนำโดยกลุ่มเทคโนโลยี หลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ชะลอตัวลงก่อนปารประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินสหรัฐฯ (FOMC) วันที่ 16-17 มี.ค. ซึ่งนักลงทุนมีความคาดหวังลึกๆให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ มีการส่งสัญญาณหรือประกาศใช้มาตรการเกี่ยวกับการควบคุมการปรับขึ้นของผลตอบแทนพันธบัตร โดยเฉพาะ Operation Twist (ขายตราสารหนี้ระยะสั้น ซื้อตราสารหนี้อายุยาว) ซึ่งหากเป็นไปตามนั้นจะเป็นปัจจัยบวกหนุนการฟื้นตัวของตลาดหุ้นโลก รวมถึงกลุ่มเทคโนโลยี อย่างไรก็ตามหากพิจารณาถึงการปรับขึ้นของผลตอบแทนพันธบัตร 10 ปี สหรัฐฯ ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ที่มักจะปรับขึ้นไปได้ถึงระดับ 3% ทำให้มีความเป็นไปได้ที่เฟดเองจะแสดงความไม่กังวลต่อการเพิ่มขึ้นของเงินเฟ้อหรือผลตอบแทนพันธบัตร รวมถึงอาจจะยังไม่มีการส่งสัญญาณใดๆในการควบคุมดอกเบี้ย เมื่อพิจารณาว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตร 10 ปีสหรัฐฯ ในปัจจุบันอยู่ที่เพียง 1.5-1.6% เท่านั้น

หากไม่มี Operation Twist (OT) ตลาดอาจแกว่งลงแต่เป็นโอกาสซื้อ ระวังความผันผวนของทอง ในกรณีที่เฟดตัดสินใจยังไม่นำมาตรการ OT มาใช้ เราคาดว่าผลตอบแทนพันธบัตรมีโอกาสปรับขึ้น ซึ่งจะกดดันให้กลุ่มเทคโนโลยีปรับตัวลงได้อีกระลอก อย่างไรก็ตาม เรามองเป็ฯโอกาสซื้อที่ดีเมื่อมองจากแนวโน้มผลประกอบการที่ยังคงโดดเด่น (เพียงแต่ซื้อขายด้วย Valuation ที่แพง) ขณะที่หุ้นในกลุ่มโภคภัณฑ์, หุ้นในกลุ่มที่ซื้อขายไม่แพง รวมถึงกลุ่มที่ให้ผลตอบแทนสูง จะเป็นกลุ่มที่ดีในการพักเงิน เรายังคงแนะนำแบ่งขายล้อคกำไรในหุ้นที่ขึ้นมามากในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา และมองหาโอกาสเลือกลงทุนรายตัวในกลุ่มที่ยังมีการถือครองน้อย (Under-owned)  

ตลาดเลือกเก็งกำไรรายตัว โดยธีมที่น่าสนใจ ได้แก่ 1) กลุ่มท่องเที่ยว-ธนาคาร จากการผ่อนคลายเศรษฐกิจ และมาตรการออก REIT buy back เราชอบธนาคารที่ยัง Laggard อย่าง BBL, SCB, AWC, MINT, CPN, BDMS 2) กลุ่มเปิดเศรษฐกิจ บวกต่อ CPN, CRC, MAJOR, SPA, BDMS, M 3) ได้ประโยชน์จากเราชนะ TNP เนื่องจากเป็นร้านค้าธงฟ้า 4) ไฟฟ้าชุมชน ยื่นซอง 22 มี.ค.-2 เม.ย. เรามองบวกต่อพลังงานทดแทน โดยเฉพาะ ETC และ ACE 5) Re-rating PTG 6) ปันผลและกองรีทส์ ADVANC, BTSGIF, CPNREIT, AIMIRT, FTREIT, EASTW, WHAUP, TTW, TIP 7) กลุ่มพลังงาน ปิโตรฯ PTT, PTTGC, IVL, TOP ส่วน SCC ยังขึ้นน้อยที่สุดใน 1 ปี ที่ผ่านมา

ภาพรวมกลยุทธ์ แม้มีการฉีดวัคซีนโชว์ แต่หุ้นกลุ่มเปิดเศรษฐกิจคาดเคลื่อนไหวไม่โดดเด่นจากสถานการณ์ระบาดระลอกสามในยุโรป เรายังคงมุมมองเชิงบวกต่อภาพระยะกลาง คาดหุ้นปันผลสูง และพวกกองรีทส์ที่มีการถือครองต่ำมีโอกาสเป็นแหล่งพักเงิน ขณะที่เลือกเก็งกำไรรายตัวในกลุ่มปิโตรเคมี เพื่อ hedging กับโอกาสที่เฟดจะยังไม่คุมการเคลื่อนไหวของผลตอบแทนพันธบัตรในระดับแค่ 1.60% // หุ้นแนะนำวันนี้ เก็งกำไร SCC*, ADVANC*, AMA*, ACE*

แนวรับ 1,550 / แนวต้าน : 1,580-1,600 จุด สัดส่วน : เงินสด 40% : พอร์ตหุ้น 60%

ประเด็นการลงทุน

เยอรมนีระงับฉีดวัคซีนแอสตร้าฯ. รัฐบาลเยอรมนีประกาศระงับการฉีดวัคซีนแอสตร้าฯ หวั่นลิ่มเลือกอุดตัน โดยให้มีผลบังคับใช้ทันที

เยลเลนย้ำปัญหาว่างงานน่ากังวลกว่าเงินเฟ้อ. รัฐมนตรีคลังสหรัฐ นางเจเน็ต เยลเลน แสดงความเห็นตอบโต้ความกังวลของกลุ่มผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน $1.9 ล้านล้าน ว่าอาจเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดเงินเฟ้อเร็วขึ้น โดยระบุว่าเงินเฟ้อไม่เป็นความเสี่ยงต่อระบบเศรษฐกิจมากเท่ากับปัญหาเรื่องตลาดแรงงาน

แบงก์ชาติออกเกณฑ์ต่างชาติลงทะเบียนซื้อบอนด์. หวังสกัดการเก็งกำไร-ลดความผันผวนค่าเงินบาท เตรียมออกเกณฑ์บีบ “ยืนยันตัวตน” หลังปิดรับฟังความคิดเห็นผู้เกี่ยวข้องไปเมื่อสิ้นเดือน ก.พ. “ThaiBMA” หนุนออกนโยบายตรงจุด ขณะที่แบงก์เร่งเตรียมพร้อมระบบหลังบ้าน รับมือเกณฑ์ ธปท. บังคับใช้ดีเดย์ ต.ค.นี้

กัญชง. อย.เปินไทม์ไลน์ใช้ CBD กัญชงในเครื่องสำอาง เตรียมรับฟังความเห็นกลาง มี.ค.นี้ ก่อนจัดทำร่างกฎหมายชัดเจนในเดือน เม.ย.

BTS. ลุ้นศาลอาญารับคำฟ้องทุจริตและประพฤติมิชอบปมยกเลิกประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้มหลังศาลสั่ง รฟม.แจงข้อมูลเพิ่มภายใน 30 วัน นัดฟังคำสั่ง 5 พ.ค.นี้ ส่วนกรณีฟ้องศาลปกครองปมเปลี่ยนเงื่อนไขประมูลสามารถอุทธรณ์ได้ใน 30 วัน

ประเด็นติดตาม: - 16 มี.ค.: ผ่อนคลายควบคุมโควิดเพิ่มเติม/ 18 มี.ค. : FOMC meeting / 24 มี.ค. : ประชุม กนง.

(* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ ซึ่งอาจมีคำแนะนำต่างกับพื้นฐาน หรือที่ไม่ ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH ซึ่งนักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาที่เข้าซื้อ)