วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

แกว่งตัวผันผวน

ตลาดหุ้นวานนี้ปรับตัวลง 8.20 จุด ตามทิศทางตลาดหุ้นภูมิภาคที่ส่วนใหญ่อยู่ในแดนลบ คาดตลาดยังรอปัจจัยใหม่เข้าหนุน

ประกอบกับนักลงทุนส่วนใหญ่ชะลอการลงทุนและจับตาการเผยผลประกอบการงวดปี 2563 นอกจากนี้ ดัชนียังถูกกดดันจากหุ้น OR ที่ร่วงแรงกว่า 9.9% หลังจากปรับตัวขึ้นแรงก่อนหน้านี้และความกังวลว่าจะถูกบังคับใช้เกณฑ์ Cash Balance โดยดัชนี SET Index ปิดตลาดที่ 1,514.91 จุด -8.20 จุด -0.54% มูลค่าการซื้อขาย 96,376.84 ลบ. ต่างชาติ -1,645.95 ลบ. TFEX +9,962 สัญญา ตราสารหนี้ -2,340 ลบ.

ปัจจัยบวก

+ ดัชนีดาวโจนส์เพิ่มขึ้น 90.27 จุด หรือ +0.29% หลังจากรายงานการประชุมเดือนม.ค.ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ระบุว่า เฟดจะเดินหน้าใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้ฟื้นตัว นอกจากนี้ ตลาดยังได้ปัจจัยหนุนจากรายงานยอดค้าปลีกของสหรัฐที่พุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่งในเดือนม.ค.
+ราคาน้ำมันดิบ WTI เพิ่มขึ้น 1.09 ดอลลาร์ หรือ 1.8% ปิดที่ 61.14 ดอลลาร์/บาร์เรล เนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นจัดยังคงส่งผลกระทบต่อการผลิตน้ำมันในรัฐเท็กซัส
+ กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า PPI เพิ่มขึ้น 1.3% ในเดือนม.ค. ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนธ.ค.2552 เนื่องจากราคาต้นทุนสินค้าและบริการพุ่งขึ้น บ่งชี้ว่าเงินเฟ้อที่หน้าประตูโรงงานเริ่มปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง
+ผู้อำนวยการสถาบันยานยนต์ เปิดเผยว่า ศูนย์วิจัยอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ คาดการณ์ปริมาณการผลิตรถยนต์ในปี 2564 จ้านวน 1,500,000 คัน เพิ่มขึ้นจากปี 2563 คิดเป็น 6%

ปัจจัยลบ

- ธอส.คาดตลาดอสังหาฯปี 64 ยังชะลอต่อเนื่องแม้ซัพพลายใหม่เพิ่ม-คอนโดฯซึมยาว
- บวท. เผยปริมาณเที่ยวบินเดือน ม.ค.64 ลดลง 40% จากธ.ค.63
- สถาบันการเงินระหว่างประเทศ (IIF) เปิดเผยในวันนี้ว่า การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้หนี้สินทั่วโลก เพิ่มขึ้น 24 ล้านล้านดอลลาร์ในปีที่ผ่านมา และอัตราส่วนหนี้สินต่อ GDP ทั่วโลกอยู่ที่ระดับสูงกว่า 355%
+/- เงินบาทวันนี้เปิดตลาด 'อ่อนค่า'ที่ 30.01 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าลงตามภาพบอนด์ยีลด์สหรัฐปรับตัวสูงขึ้น และแรงขายของนักลงทุนต่างชาติ ขณะที่สภาพคล่องในตลาดไม่มากในระยะถัดไป ตลากดดันสกุลเงินปรับฐาน EM ให้ปรับฐานได้

แนวโน้มตลาดวันนี้

คาดดัชนีตลาดหุ้นไทยแกว่งตัวผันผวนระหว่างวัน โดยมีแรงหนุนจากรายงานการประชุมเดือนม.ค.ของ เฟด ระบุว่า เฟดจะเดินหน้าใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้ฟื้นตัว และราคาน้ำมันดิบ WTI ที่ปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง คาดดัชนีเคลื่อนไหวในกรอบ 1,500-1,530 จุด

กลยุทธ์การลงทุน

• หุ้นที่คาดผลประกอบการออกมาดี TACC TNP SONIC BIZ
• ดัชค่าระวางเรือปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง TTA PSL RCL
• ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง PTTEP PTTGC BCP

หุ้นรายงานพิเศษ

           STGT Bloomberg Consensus 50.50 บาท

•ปี 63 กำไรสุทธิ 14,401 ล้านบาท +2,246%YoY เนื่องจากรายได้ทำสถิติ all time high +153.5%YoY สู่ระดับ 30,405 ลบ. ปริมาณขาย +40% เป็นเกือบ 2.8 หมื่นล้านชิ้น ราคาเฉลี่ย +80%YoY จาก 603 บาทต่อ 1000 ชิ้นเป็น 1,087 บาทต่อ 1000 ชิ้น

•ปี 64 ราคาเฉลี่ยและปริมาณขายยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องจากการขยายกำลังผลิตได้ทุกไตรมาสจากโรงงานใหม่ และราคาเฉลี่ยใน 1Q64 +20%QoQ ซึ่งมีปัจจัยสนับสนุนจากพฤติกรรมใช้งานในยุค new normal ที่เปลี่ยนแปลงไปทำให้เชื่อว่าความต้องการใช้ถุงมือยางยังเติบโตต่อเนื่องในอีก 1-2 ปีข้างหน้าดูดซับกำลังผลิตใหม่ๆจากคู่แข่งรายใหม่

•ผู้บริหารมองว่าการหยุดผลิตของ Top Glove ในมาเลเซียส่งผลดีในระยะสั้น ส่วนระยะยาวอยู่ที่เรื่อง ESG เรื่องการจ้างงานแรงงานต่างด้าวซึ่งเพิ่มต้นทุนในการดำเนินงานของคู่แข่ง

•ความเห็น เรามีมุมมองบวกต่อศักยภาพในการเติบโตของรายได้แผลการดำเนินงานแม้จะเริ่มมีการฉีดวัคซีน จากปริมาณผลิตและราคาขายที่ยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น supply ยังขาดแคลน และจุดแข็งเรื่องต้นทุนการผลิตที่ต่ำกว่า แหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ และการได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี คาดการณ์ผลประกอบการที่ยังเติบโตต่อเนื่องในปีนี้ Bloomberg consensus คาดกำไรปี 64 เติบโตราว 45% เป็น 20,833 ลบ. ราคาหุ้นซื้อขายที่ PER 18.7x ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มที่ระดับ 20x ซึ่งมีแนวโน้มลดลงตามผลประกอบในอนาคตที่ยังเติบโต

หุ้นมีข่าว

(+) DOD (Bloomberg Consensus - บาท) ซีอีโอ DOD มั่นใจผลงานปี 64 น่าจะยังเติบโตจากปี 63 เล็งขยายกำลังการผลิตบางผลิตภัณฑ์ที่มียอดขายเติบโตสูง ขณะที่ล่าสุด ยื่นอย.ขอใบอนุญาตนำเข้าเมล็ดพันธุ์กัญชง คาดรู้ผลภายในไตรมาส 2 นี้ นอกจากนี้ ในอนาคตเตรียมยื่นเพิ่มอีก 5 ใบอนุญาต ครอบคลุม “ผลิต-ตั้งโรงงานสกัดสาร CBD-ส่งออก-จำหน่าย-ครอบครอง” คาดผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมกัญชงคลอดเร็วสุดปลายปี 64 หรืออย่างช้าไตรมาส 1/65 (ที่มา ข่าวหุ้น)

(+) TRUE (Bloomberg Consensus 3.40 บาท) “TRUE” รับมอบใบอนุญาตคลื่น 26 GHz นำเสริมประสิทธิภาพการใช้งาน 5G ส้าหรับภาคอุตสาหกรรม รองรับพื้นที่ EEC พร้อมปูพรม 5G คลื่น 700 MHz ทั่วประเทศ ด้วยเสาสัญญาณกว่า 10,000 เสาทั่วประเทศ (ที่มา ข่าวหุ้น)

(-) AOT (Bloomberg Consensus 70.00 บาท) หั่นคาดการณ์ปริมาณเที่ยวบิน-จำนวนผู้โดยสารลง จากผลกระทบการแพร่ระบาดโควิด-19 ระลอกใหม่ในไทยและทั่วโลก พร้อมประเมินจะกลับมาฟื้นตัวได้ปี 2566 หรืออย่างช้าปี 2567 รับหากมีการเปิดประเทศแล้ว ยังมีปัจจัยกดดันในระยะกลางจากปัจจัยต่างๆ ทั้งการลดฝูงบิน หรือการเข้าแผนฟื้นฟูกิจการของหลายสายการบิน (ที่มา ทันหุ้น)

(+) PTTGC (Bloomberg Consensus 71.00 บาท) ดีลเจรจาซื้อกิจการหลายโครงการ ชี้สถานการณ์ปัจจุบันเป็นโอกาสเข้าลงทุนเหตุราคาไม่แพง ขณะที่ตั้งเป้ายอดขายรวมปีนี้โต 8-10% คาดราคาผลิตภัณฑ์ดีขึ้นกว่าปีก่อน ดันรายได้โตเกิน 10% พร้อมคาดกลางปี 2564 ได้ข้อสรุปขั้นสุดท้ายในการลงทุน ปิโตรเคมีคอมเพล็กซ์ ในสหรัฐ (ที่มา ทันหุ้น)

ปัจจัยจับตา

ในประเทศ

16-19 ก.พ. อภิปรายไม่ไว้วางใจ ลงมติ 20 ก.พ.

18 ก.พ. ส.อ.ท. แถลงดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม ยอดการผลิตและส่งออกรถยนต์ รถจักรยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์
ศบค.ชุดเล็กประชุมเสนอเคาะผ่อนคลายมาตรการแต่ละพื้นที่เพิ่มเติม 22 ก.พ. ประชุมศบค.ชุดใหญ่พิจารณาผ่อนคลายมาตรการของแต่ละพื้นที่
สัปดาห์ที่ 3 ก.พาณิชย์แถลงตัวเลขส่งออก-นำเข้า
สัปดาห์ที่ 4 สศอ.แถลงดัชนีอุตสาหกรรม สศค.รายงานภาวะเศรษฐกิจการคลัง ภาวะเศรษฐกิจภูมิภาค ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค

1 มี.ค. วันสุดท้ายบจ.ส่งงบปี 63 กรณีไม่ส่ง Q4 (ส่งได้ภายใน 2 มี.ค.ก่อนเปิดตลาดเช้า)

ต่างประเทศ 

17 ก.พ. ญี่ปุ่นเปิดเผยยอดนำเข้า ยอดส่งออก และดุลการค้าเดือนม.ค.
           สหรัฐเปิดเผยยอดค้าปลีกเดือนม.ค. ดัชนี PPI ม.ค. การผลิตภาคอุตฯม.ค. สต็อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจ ธ.ค. ดัชนีตลาดที่อยู่อาศัย ก.พ. FOMC เปิดเผยรายงานการประชุม (เช้า 18 ก.พ.)

18 ก.พ. สหรัฐ เปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงาน ตัวเลขการเริ่มสร้างบ้านและการอนุญาตก่อสร้าง ม.ค. ดัชนีการผลิต ก.พ. ราคานำเข้าและราคาส่งออกเดือนม.ค. และสต็อกน้ำมันรายสัปดาห์

19 ก.พ. ญี่ปุ่นเปิดเผยอัตราเงินเฟ้อเดือนม.ค. อียู เปิดเผยดัชนี PMI ภาคการผลิต – ภาคบริการขั้นต้นเดือนก.พ.
           สหรัฐเปิดเผยดัชนี PMI ภาคการผลิต – ภาคบริการขั้นต้น เดือนก.พ.