ศูนย์กลางข้อมูลเปิดภาครัฐ (Open government data) เป็นรากฐานสำคัญที่จะทำให้ก้าวเข้าสู่รัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (E-government) โดยศูนย์กลางข้อมูลเปิดภาครัฐเป็นแหล่งรวบรวมข้อมูลจากหน่วยงานราชการ
จากนั้นข้อมูลจะถูกประมวลผลโดยเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และสื่อสาร เพื่อใช้บริหารจัดการหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งทำให้การให้บริการภาครัฐและการเข้าถึงข้อมูลและสารสนเทศมีประสิทธิภาพและโปร่งใสขึ้น
นอกจากนี้ ศูนย์กลางข้อมูลเปิดภาครัฐยังเปิดให้ผู้ประกอบการและประชาชนเข้าถึงและสืบค้นข้อมูลได้สะดวกและรวดเร็ว แล้วนำข้อมูลไปวางแผน การปรับกลยุทธ์ หรือแม้กระทั่งการปรับตัวในการดำเนินชีวิตประจำวันได้
สำหรับการพัฒนาโครงการที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาศูนย์กลางข้อมูลภาครัฐใน EEC สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) นำร่องเชื่อมระบบ เพื่อบูรณาการข้อมูลภาครัฐและการเปิดเผยข้อมูลภาครัฐบ้างแล้ว เช่น โครงการเชื่อมระบบ Biz Portal ที่พัฒนาขึ้นเพื่อสนับสนุนการทำงานร่วมกับระบบ EEC One Stop Service (OSS) ในการขออนุญาตและดำเนินธุรกิจ เช่น ใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน การแจ้งทดลองเดินเครื่องจักร ให้มีประสิทธิภาพขึ้น และลดขั้นตอนการขออนุญาตลงได้จาก 158 วันเหลือ 78 วัน
ภายใต้ความร่วมมือของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้แก่ สำนักงานสถิติแห่งชาติ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน
ผู้เขียนมองว่าช่วงเริ่มต้นพัฒนา EEC ข้อมูลการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภค เป็นอีกหนึ่งชุดข้อมูลสำคัญที่ควรรวบรวมในศูนย์กลางข้อมูลเปิดภาครัฐที่ผ่านมา โครงการโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมขนาดใหญ่ เช่น รถไฟฟ้า สนามบิน ท่าเรือ มักมีเว็บไซต์โครงการที่มีข้อมูลพื้นฐาน เช่น ลักษณะโครงการ เงินลงทุน ความก้าวหน้าของโครงการอยู่แล้ว
ขณะที่ข้อมูลการพัฒนาโครงการบางส่วนยังไม่ได้รับการอัปเดต เชื่อมต่อ และรวบรวมให้เป็นข้อมูลชุดเดียวกันภายในศูนย์กลางข้อมูลเปิดภาครัฐนัก เช่น การจัดซื้อจัดจ้าง การประมูล ผลการประมูล รายละเอียดของสัญญาสัมปทานโครงการ การเบิกจ่ายงบประมาณ รวมถึงผลการดำเนินโครงการและการบำรุงรักษาเมื่อโครงการเสร็จ
ขณะนี้เป็นช่วงเวลาเหมาะสมในการเริ่มเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นฐานข้อมูลเดียว เพราะโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ใน EEC คืบหน้าในการลงนามสัญญาสัมปทาน เช่น โครงการท่าเรือมาบตาพุด โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก
ทั้งนี้รวมถึงข้อมูลโครงสร้างพื้นฐานที่ควรรวบรวมในฐานข้อมูลชุดนี้ เช่น การพัฒนาระบบไฟฟ้า ระบบน้ำอุปโภคและบริโภค และสาธารณูปโภค ด้านดิจิทัล เช่น โครงข่ายอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ประจำที่ (Fixed Broadband Internet) ศูนย์เก็บรวบรวมข้อมูล (data center)
หากข้อมูลเหล่านี้เชื่อมโยงกันจะทำให้หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องกับโครงการ เอกชนผู้รับสัมปทาน ผู้ออกแบบ ผู้รับเหมาก่อสร้าง ผู้จัดหาวัสดุก่อสร้าง รวมถึงภาคเอกชนและประชาชนเข้าถึงและรับรู้ข้อมูลชุดเดียวกัน
หากข้อมูลเปลี่ยนแปลง ผู้ที่เกี่ยวข้องกับโครงการทั้งหมดจะประสานงานเพื่อปรับแผนได้สอดคล้องและทันท่วงที ซึ่งคล้ายประโยชน์จากเทคโนโลยี Blockchain ในการจัดการฐานข้อมูลที่พัฒนาระยะต่อไป ประกอบกับการพัฒนาเทคโนโลยี 5G ใน EEC จะทำให้การส่งผ่านข้อมูลรวดเร็วและเรียลไทม์ จะทำให้ใช้ประโยชน์จากศูนย์กลางข้อมูลภาครัฐมีประสิทธิภาพขึ้น ตอบสนองความต้องการข้อมูลภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนได้มากขึ้น
ท้ายที่สุดหากโครงการศูนย์กลางข้อมูลเปิดภาครัฐใน EEC ประสบความสำเร็จ ภาครัฐยังใช้โครงการนี้เป็นต้นแบบในการพัฒนาสู่ฐานข้อมูลขนาดใหญ่ของทั้งประเทศได้ด้วย









