วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

กลยุทธ์ยังเป็นการเลือกเก็งกำไรรายตัวในกลุ่มนำตลาด

ค่าเงินสหรัฐฯ แข็งค่ากดดันทองหนักกว่าหุ้น

โดยปกติแล้วการแข็งค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐฯ มักกดดันต่อสินทรัพย์เสี่ยง และทำให้เกิดการไหลกลับของเงินทุนต่างชาติ อย่างไรก็ตามค่าเงินที่แข็งค่าขึ้นพร้อมผลตอบแทนพันธบัตรที่ขยับขึ้นสะท้อนมุมมองความคาดหวังต่อเงินเฟ้อที่จะเพิ่มขึ้นจากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ ซึ่งช่วยหักล้างมุมลบจากการแข็งค่า ขณะที่ภาพระยะกลางถึงยาวเรายังเห็นแนวโน้มการปรับขึ้นของผลประกอบการที่ช่วยจำกัดการปรับฐานของหุ้น ดังนั้นเราคงมุมมองตลาดแกว่งตัวออกข้างเป็นปรับฐานแบบใช้เวลา อย่างไรก็ตามสำหรับสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำ การโดนแรงกดดันทั้งจากการแข็งค่าของเงินเหรียญฯ และตัวเลขเศรษฐกิจที่ดี จะลดทอนความน่าสนใจของสินทรัพย์ปลอดภัยที่ไม่สามารถสร้างกระแสเงินสด โดยเฉพาะทองคำ ดังนั้นเรายังให้ภาพของหุ้นเป็นบวกมากกว่าทองคำ และคงกลยุทธ์เลือกเก็งกำไรรายตัว

เลือกเก็งกำไรจากกลุ่มนำตลาด ซึ่งได้แก่ธนาคาร ปิโตรเคมี พลังงาน การเงิน และอสังหาริมทรัพย์ 1) ธนาคารใหญ่ มีแนวโน้มดีขึ้นหลังการเปิดเผยตัวเลขชี้นำ (guidance) สำหรับปี 2564 ยังชอบ BBL, KBANK 2) ปิโตรเคมี คาดเป็นกลุ่มที่ถูกปรับประมาณการกำไรและราคาเหมาะสมขึ้น ชอบ PTTGC และ IVL 3) พลังงาน กลุ่มที่เกี่ยวกับน้ำมันและก๊าซ (PTT) ช่วงสั้นจะไม่เด่นจากแนวโน้มกำไรไตรมาส 4/63 ที่อาจไม่ดีนัก แต่กลุ่มไฟฟ้า และโดยเฉพาะพลังงานทดแทน ที่มีประเด็นขยะชุมชน จะโดดเด่น เราชอบ GPSC, RATCH, ETC, ACE, SUPER, EA 4) การเงิน กลุ่มเช่าซื้อที่ซื้อขายราคาไม่แพง และหุ้นที่เพิ่มเข้าตลาดมาปีก่อนโดยมีพอร์ตสินเชื่อเล็ก มีแนวโน้มที่ตลาดจะให้น้ำหนักกับกลุ่มเหล่านี้ มากกว่าหุ้นตัวใหญ่ในกลุ่ม น่าสนใจ TK, MICRO, SAK 5) อสังหาริมทรัพย์ จะเริ่มเห็นการทยอยฟื้นตัวในหุ้นที่ดี อาทิ CPN, SPALI

ภาพรวมกลยุทธ์ แกว่งตัว 1,479-1,500 จุด โดยยังเป็นการหมุนในกลุ่มนำตลาด ปิโตรเคมี, การเงิน, ธนาคาร ยังเน้นเลือกเก็งกำไรรายตัว โดยเฉพาะในกลุ่มที่ยังขึ้นน้อย หรือมีปัจจัยสนับสนุน   // หุ้นแนะนำวันนี้ เก็งกำไร ETC*, ACE*, CPN*, TK*

แนวรับ 1,479 จุด / แนวต้าน : 1,500 จุด สัดส่วน : เงินสด 60% : พอร์ตหุ้น 40%

ประเด็นการลงทุน

แบงก์ชาติอังกฤษคงดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 0.10%. ตามคาด พร้อมคงวงเงินเข้าซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ที่ระดับ 8.95 แสนล้านปอนด์ (1.2 ล้านล้านดอลลาร์)

สธ.ยันทยอยฉีดวัคซีน มิ.ย. เดือนละ 5 ล้านโดสไปจนถึงปลายปี เชื่อครอบคลุมประชากร 50 ล้านคนแน่นอน ด้านบริษัท J&J ประสาน อย.ขอขึ้นทะเบียนวัคซีนโคยวิด-19 เสนอขายไทยราคาทุน

พลังงานรับเอราวัณล่าช้า. กระทรวงพลังงานยอมรับ “เอราวัณ” มีความเสี่ยงส่งมอบล่าช้ากว่าแผน หวั่นการผลิตปี 65 สะดุด ไม่เป็นไปตามเป้าที่ 800 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ขณะที่ ซีอีโอ มั่นใจ PTTEP จะเข้าพื้นที่และสามารถผลิตก๊าซได้ต่อเนื่องตามแผน พร้อมเตรียมนำเข้า LNG ทดแทน

ฟิทช์ปรับลดอันดับเครดิต CPALL และ MAKRO – ฟิทช์ เรตติ้ง (ประเทศไทย) ประกาศปรับลดอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาว (National Long-term Rating) ของบมจ. สยามแม็คโคร (MAKRO) และของบมจ. ซีพี ออลล์ (CPALL) เป็น A-(tha) จาก A(tha)  แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ

ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคม.ค.64 - ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคทุกรายการกลับมาปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 ในรอบ 4 เดือน และดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคโดยรวมต่ำสุดในรอบ 9 เดือนนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2563 เป็นต้นมา

ตะวันออกไม่แล้งเท่าปีก่อน - สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำในช่วงฤดูแล้งปีนี้ของภาคตะวันออกขณะนี้ มีปริมาณน้ำรวม 1,928 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) คิดเป็น 62% และปริมาณน้ำในอ่างขนาดใหญ่มากกว่าปีก่อน 303 ล้านลบ.ม. ส่งผลบวกต่อกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม AMATA, WHA, WHAUP, EASTW

Cash Balance Alert. รายชื่อหุ้นที่มีโอกาสติดเกณฑ์ Cash Balance ได้แก่ DDD, NCAP, GLOCON, DOD-W1

ประเด็นติดตาม: - 10 ก.พ. : US CPI เดือน ม.ค., 11 ก.พ. : IEA monthly report

(* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ ซึ่งอาจมีคำแนะนำต่างกับพื้นฐาน หรือที่ไม่ ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH ซึ่งนักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาที่เข้าซื้อ)