สศอ. มั่นใจ ปี64 ภาคอุตสาหกรรมฟื้นตัว คาดดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมโต 4.5-5% หากควบคุมโควิด-19 ได้เร็ว ขระที่การนำเข้าวัตถุดิบ-สินค้าทุนโตต่อเนื่อง หนุนภาคการผลิตขยายตัว
นายทองชัย ชวลิตพิเชฐ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม(สศอ.) เปิดเผยถึงดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (เอ็มพีไอ) และจีดีพีอุตสาหกรรม ปี 2564 ว่า คาดว่าดัชนีเอ็มพีไอ จะขยายตัวระดับ 4.5-5% จากปี 2563 ที่ติดลบสูงถึง 8.8% และจีดีพีอุตสาหกรรมขยายตัวระดับ 4-5% จากปี 2563 ซึ่งสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) เตรียมประกาศเร็วๆนี้
โดยเอ็มพีไอและจีดีพีอุตสาหกรรมที่ขยายตัวปีนี้ มาจากแนวโน้มเศรษฐกิจภาคอุตสาหกรรมไทยทยอยฟื้นตัวดีขึ้น และวัคซีนโควิด-19 จะเข้ามาฉีดคนไทยในช่วงกลางปีนี้เป็นต้นไป นอกจากนี้ ตัวเลขการนำเข้าสินค้าวัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูปไม่รวมทองคำ ในเดือน ธ.ค.ยังขยายตัว 13.61% ขยายตัวสูงที่สุดในรอบ 26 เดือน และการนำเข้าสินค้าทุนประเภทเครื่องจักรก็ยังขยายตัว 8.89% สะท้อนถึงสัญญาณที่ดีต่อแนวโน้มการผลิตที่จะขยายตัวในอนาคต
ประกอบกับการที่นายโจ ไบเดน ก้าวขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีสหรัฐ ก็จะทำให้ภาวะความขัดแย้งในเวทีโลกจะผ่อนคลายลง แม้ว่าสงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐจะยังคงมีอยู่ เห็นได้จากตัวเลขการส่งออกก็ดีขึ้นเรื่อย ๆ
นอกจากนี้ นโยบายของกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ เช่น โครงการคนละครึ่ง ช้อปดีมีคืน และบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ล่าสุดรัฐบาลอนุมัติโครงการเราชนะ มาตรการทางภาษี จะส่งผลให้การบริโภคของภาคครัวเรือนและการผลิตของผู้ประกอบการดีขึ้น และเมื่อไทยเริ่มฉีดวัคซีนได้ผล คาดว่าการส่งออก รวมถึงการท่องเที่ยวจะกลับมาฟื้นตัวดีขึ้นตามลำดับ
“สศอ. คาดว่าโควิด-19 รอบใหม่ จะใช้เวลาไม่นานในการควบคุมการระบาด จากระบบสาธารณสุขที่ควบคุมโรคได้ดี ผู้ประกอบการมีระบบการจัดการดีขึ้น และการจ้างงานในภาคอุตสาหกรรม ยังอยู่ในระดับสูง เพราะแรงงานต่างด้าวไม่สามารถเข้ามาในไทยได้ ทำให้แรงงงานตึงตัว”
นายทองชัย กล่าวว่า ในปีนี้ สศอ. จะเร่งจัดทำแผนยุทธศาสตร์ส่งเสริมอุตสาหกรรมเป้าหมายของรัฐบาล โดยจะพิจารณาปรับปรุงแผนที่ได้ออกมาแล้ว เช่น ยุทธศาสตร์ส่งเสริมอุตสาหกรรมบีซีจี (อุตสาหกรรมชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และอุตสาหกรรมสีเขียวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม) อุตสาหกรรมอาหาร อุตสาหกรรมยานยนต์แห่งอนาคต เป็นต้น เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน และเพิ่มจูงใจดึงดูดการลงทุนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์แห่งอนาคตประเมินว่าเดือนก.พ.นี้ อาจจะมีประชุมคณะกรรมการยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ(บอร์ดอีวี) ที่มีนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธาน เพื่อพิจารณามาตรการสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้า(อีวี)ทั้งระบบ ขณะเดียวกันจากมติบอร์ดอีวีนัดแรกเมื่อปี 2563 ที่่สั่งการให้สศอ.ประสานกรมบัญชีกลางในการออกประกาศราคากลางรถอีวีเพื่อใช้ในราชการ ล่าสุดทราบว่ามีผลบังคับใช้แล้วเมื่อเดือนธ.ค.ที่ผ่านมา น่าจะทำให้มีความต้องการรถยนต์อีวีสูงขึ้น









