วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

รีบาวด์ และผันผวนต่อไป

ปัจจัยต่างประเทศเป็นบวก และราคาน้ำมันปรับขึ้นต่อ น่าจะหนุนราคาหุ้นที่เชื่อมโยงธีม global cyclical ให้นำตลาดแกว่งขึ้นได้ต่อ

มุมมอง SET Index: ฝ่ายวิจัยฯ ประเมินดัชนีฯ วันพฤหัสฯ รีบาวด์และจะเทรดผันผวนแรงต่อไป...หลังจากเมื่อวานนี้ตลาดหุ้นไทยผันผวนแรงและอ่อนแอกว่าคาด (ตามแรงขายในหุ้นกลุ่มไฟฟ้า กลุ่มเชื่อมโยงรถยนต์ไฟฟ้า ฯลฯ รวมทั้งแรงขายหุ้น DELTA* หลังจากเข้าแคชบาลานซ์)... ขณะที่ในวันนี้ปัจจัยต่างประเทศเป็นบวก และราคาน้ำมันปรับขึ้นต่อ น่าจะหนุนราคาหุ้นที่เชื่อมโยงธีม global cyclical ให้นำตลาดแกว่งขึ้นได้ต่อ

ปัจจัยต่างประเทศ - เป็นบวก: i) ผลการเลือกตั้งวุฒิสมาชิกรัฐจอร์เจียเบื้องต้น พรรคเดโมแครตชนะทั้ง 2 ที่นั่ง ส่งผลให้คะแนนเสียงในวุฒิสภาขึ้นมาเป็น 50 ต่อ 50 ซึ่งตามกฎหมายสหรัฐฯ รอง ปธน. จะเป็นผู้ตัดสินใจขั้นสุดท้าย หมายความว่าพรรคเดโมแครตน่าจะสามารถคุมเสียงในสภาคองเกรสได้ทั้งหมด... ใน
ประเด็นดังกล่าว ฝ่ายวิจัยฯ มองว่าผลบวกจากการที่มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐฯ น่าจะใหญ่ขึ้นจะสามารถชดเชยความเสี่ยงจากการที่สภาคองเกรสอาจมีการอนุมัติการปรับขึ้นภาษีในสหรัฐฯ ในระยะถัดไป... สำหรับประเด็นที่กลุ่มผู้สนับสนุน ปธน.ทรัมป์ บุกเข้าสู่ The Capitol เพื่อขัดขวางการรับรอง ปธน.โจ ไบเดนนั้นสถานการณ์ได้สงบแล้วและไม่น่าจะส่งผลใดๆ ต่อตลาดหุ้นในวันนี้

ปัจจัยในประเทศ - เป็นกลาง/ลบเล็กน้อย: นักลงทุนยังคงติดตามรายงานผู้ติดเชื้อ COVID-19 ภายในประเทศ หลังจากเมื่อวานนี้ ศบค. รายงานจำนวนผู้ติดเชื้อ ภายในประเทศเร่งตัวขึ้นเป็น 250 รายและ 82 รายในวันอังคาร

หุ้นเด่นวันนี้ ตามปัจจัยพื้นฐาน 

เก็งกำไร BBL*, WHA*, JMT*

- BBL* (เป้าพื้นฐาน 160 บาท) 1) ประเมินแนวรับ 120 บาท / แนวต้านแรก 125 บาท หาก Breakout ผ่านได้ประเมินมีโอกาสทดสอบแนวต้านถัดไป 132 – 137 บาท (Stop loss 117 บาท) 2)ฝ่ายวิจัยฯประเมิน BBL* เป็นหุ้นเด่นของกลุ่มฯที่จะต้านทานวิกฤตโควิด-19 ได้ดีสุดในกลุ่มธนาคารใหญ่ และเมื่อวิกฤตฯคลี่คลาย BBL* จะเป็นธนาคารพาณิชย์ที่ฟื้นตัวได้เร็วจากการลงทุนภาคเอกชนที่เป็นฐานลูกค้าหลัก 3) ฝ่ายวิจัยฯประเมินกำไร 4Q63 = 5.58 พันล้านบาท (+39% QoQ,-30%YoY) โดยคาดการปรับพอร์ตเพิ่มการลงทุนในตราสารหนี้ช่วง 4Q63 ที่ผ่านมาจะเป็นปัจจัยหนุนกำไร 4) Valuation ยังไม่แพง PBV 0.53 เท่า (ในอดีตเฉลี่ยที่ 0.8 เท่า) ขณะที่คาด ROAE ในปี 2563 เป็นจุดต่ำสุดที่ 4.6% และจะเร่งตัวขึ้นในปี 2564 – 65 เป็น 6.1% และ 6.6% ตามลำดับ … อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมในบทวิเคราะห์วันนี้

- WHA* (เป้า Consensus 3.6 บาท) 1) ประเมินแนวรับ 3.1 บาท / แนวต้าน 3.4 บาท (Stop loss 2.9 บาท) 2) ประเมินแนวโน้มประมาณการฯปี 2564 มี Upside หากประเด็นเรื่องโควิด-19 คลี่คลายได้เร็วจากวัคซีนฯ เนื่องจากประเมินดีมานด์การลงทุนที่จะเร่งตัวขึ้นในปีหน้า (โดยเฉพาะที่เวียดนาม)
และผลจากดีมานด์ที่อั้นมาจากปี 2563 3) PE ปี 2564 (บนประมาณการฯปัจจุบันของ Consensus)= 15.4 เท่า (ค่าเฉลี่ยย้อนหลังในอดีต 20 เท่า) และ PBV ล่าสุด 1.64 เท่า (ค่าเฉลี่ยย้อนหลังในอดีต 2.5 เท่า)

- JMT* (เป้าพื้นฐาน 40 บาท) 1) ประเมินแนวรับ 34 บาท / แนวต้าน 38 - 39 บาท หากผ่านกรอบแนวต้านนี้ไปได้ประเมินแนวต้านถัดไป 41 บาท (Stop loss 34 บาท) 2) ประเมินผลการดำเนินงาน 4Q63 และมีโอกาสที่ Consensus จะปรับประมาณการฯทั้งปีขึ้น ทั้งนี้กำไร 9M63 คิดเป็น 84% ของประมาณการฯทั้งปีของฝ่ายวิจัยฯแล้ว 3) ประเมินธุรกิจบริหารหนี้เสียกำลังเข้าสู่วัฏจักรขาขึ้นต่อ (สะสมพอร์ตหนี้เสียในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ และทยอยรับรู้รายได้เมือเศรษฐกิจฟื้นตัว) 4) PE ปี 2564 = 30 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ 36 เท่า และคาดมีโอกาสปรับประมาณการฯขึ้น (PE มีโอกาสต่ำกว่า 30 เท่าหลังปรับประมาณการฯ)

หุ้นมีข่าว

(+) VIBHA สรุปวัคซีนม.ค.โผหุ้นได้ดีจัดหา-ขนส่ง (ทันหุ้น) VIBHA เร่งหารือ อย.คาดไฟเขียววัคซีนโควิดมกราคมนี้ พร้อมเปิดพรีเซลรอบใหม่ทันที ชี้ค วามต้องการยังสูงแม้นายกฯยืนยันฉีดฟรีครึ่งประเทศปีนี้ เชื่อผลงานปีนี้เติบโตแรง 30% ด้านโบรกมองการให้บริการฉีดวัคซีนต้านโควิดสร้างรายได้ใหม่ให้ VIBHA เพิ่มในอนาคต พร้อมเปิดโผหุ้นได้รับอานิสงส์จัดหา-ขนส่งวัคซีน

(+) JMT* จ้องทุ่มงบ 6 พันลบ. ช็อป NPL เข้าพอร์ตเพิ่ม (ทันหุ้น) JMT* เดินเกมทุ่มงบ 6 พันล้านบาท สบช่องโกย NPL เพิ่ม หวังหนุนพอร์ตบริหารหนี้เสียพุ่ง จากเดิมที่มีราว 1.91 แสนล้านบาท กินยาวไม่ตํ่ากว่า 10 ปี พร้อมปักเป้าปี 2564 ผลงานทะยาน 30% จากปีก่อน รับธุรกิจทุกไลน์โตต่อเนื่อง

(+) NER ลุ้น 'มิชลิน' ควักซื้อหุ้นเพิ่มทุน "เอ็นอีอาร์" (กรุงเทพธุรกิจ) เปิดแผน 5 ปี สัดส่วนกำไรจากสินค้าแปรรูปแตะ 50% ดันผลประกอบการก้าวกระโดดแย้มรอลุ้น "กลุ่มมิชลิน" รับเป็นพันธมิตรใหม่

(+) S รับทรัพย์ 1,793 ล้าน ปิดดีลขายให้กลุ่ม 'สมวัฒนา' 51.56% (ข่าวหุ้น) “สิงห์ เอสเตท” รับทรัพย์ 1,793 ล้านบาท ปิดดีลขายหุ้น NVD สัดส่วน 51.56% ในราคาหุ้นละ 2.52 บาท ให้กับ “กลุ่มสมวัฒนา” เรียบร้อยแล้ววานนี้ ขณะที่ “กลุ่มสมวัฒนา” ขึ้นแท่นผู้ถือหุ้นใหญ่ต้องตั้งโต๊ะเทนเดอร์ฯ ซื้อหุ้นที่
เหลืออีก 32.84%

(+ กลุ่มนิคมฯ) จีนให้คำมั่นจบโควิดลงทุนต่อเผยไทยมีศักยภาพฮับอาเซียน (เดลินิวส์) นายมาณพ เสงี่ยมบุตร รองผู้จัดการใหญ่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มงานการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า กลุ่มธุรกิจจีน ธนาคารไทยพาณิชย์ได้สำรวจทิศทางการลงทุนของนักลงทุนจีนในไทยภายหลังโควิด-19 โดยจัดทำแบบสอบถามและสัมภาษณ์ผู้บริหารระดับสูงจากบริษัทจีนขนาดกลางและขนาดใหญ่พบว่า นักลงทุนจีนมากกว่า 2 ใน 3 มีความสนใจที่จะขยายการลงทุนมายังประเทศไทยภายในระยะเวลา 1-2 ปีข้างหน้า และมีถึง 60% เป็นกลุ่มที่ไม่เคยลงทุนหรือทำธุรกิจในไทยมาก่อน

(+) WP ทุ่ม 500 ล.รุกธุรกิจอาหาร ต่อยอดธุรกิจแก๊สหนุนรายได้เพิ่ม (ผู้จัดการรายวัน 360 องศา) ดับบลิวพี เอ็นเนอร์ยี่ อัดงบลงทุน 400-500 ล้านบาท ปั้นธุรกิจอาหาร ผ่าน แบรนด์ วันเดอร์ฟู้ดพร้อมลุยธุรกิจเกี่ยวเนื่องแก๊ส LPG อาทิ ซ่อมและผลิตถังแก๊ส หนุนรายได้เพิ่ม สร้างฐานธุรกิจแข็งแกร่ง"ชมกมล พุ่มพันธ์ุม่วง" ประกาศนำทัพเดินหน้าลุยต่อยอดธุรกิจไม่ยั้งตอกย้ำหุ้นผลงานเติบโตและจ่ายปันผลต่อเนื่อง

(+) AI-AIE โควิดไม่กระทบ งานรอส่งมอบ 400 ล้าน (ทันหุ้น) ผู้บริหาร AI-AIE ชี้โควิด-19 ไม่กระทบธุรกิจ เผยยังเดินหน้าส่งมอบงานต่อเนื่อง หลังมีงานรอส่งมอบกว่า 400 ล้านบาท พร้อมเดินหน้าประมูลงานใหม่เข้ามาเพิ่มอีก 1,000 ล้านบาท ด้านธุรกิจไบโอดีเซลมีออเดอร์หนุนระยะยาว แถมมีกำไรสต็อก
เกนมั่นใจผลงานโตตามเป้า