วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

หุ้นไทยเปิดศักราชใหม่พุ่ง18จุด

หุ้นไทยเปิดศักราชใหม่ ปี64 พลิกกลับมาบวก 18.89 จุด หรือ 1.30% จากช่วงเช้าร่วงหนัก 23 จุด  ด้านบล.เอเซีย พลัส ประเมินขึ้นตามตลาดหุ้นต่างประเทศ เม็ดเงินต่างชาติไหลเข้า ราคาน้ำมันดิบเพิ่มขึ้น  ส่วน บล.ทิสโก้ ชี้ นักลงทุนคลายกังวล รัฐบาลไม่ล็อกดาวน์ทั่วป

ความเคลื่อนไหวดัชนีตลาดหุ้นไทยวานนี้ (4 ม.ค.)ผันผวน  โดยในช่วงเช้าปรับตัวลดลงแรง ทำจุดต่ำสุดที่ 1,425.88จุด ลดลง 23.87 จุด จากความกังวลโควิด-19ระบาดในประเทศ แต่ดัชนีค่อยฟื้นตัวในช่วงบ่ายจากคลายกังวลรัฐบาลไม่ได้ล็อกดาวน์ทั้งประเทศ หนุน ดัชนีกลับมาปิดตลาด บวก 18.89 จุด หรือ 1.30% อยู่ที่ 1,468.24 จุด  มูลค่าการซื้อขาย 89,208.19 ล้านบาท 

 ด้านนักลงทุนสถาบันซื้อสุทธิ 1,730.23 ล้านบาท นักลงทุนต่างประเทศซื้อสุุทธิ 2,211.40 ล้านบาท บัญชีหลักทรัพย์ขายสุทธิ 332.87 ล้านบาท  และนักลงทุนทั่วไปในประเทศขายสุทธิ3,608.75 ล้านบาท 

นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.)เอเซีย พลัสจำกัด เปิดเผยว่า  ดัชนีตลาดหุ้นไทยวานนี้ ผันผวน ในช่วงเช้าปรับตัวลงแรง จากนักลงทุนกังวลตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในช่วงหยุดปีใหม่ ประกอบกับรัฐบาลมีการประกาศล็อกดาวน์ในบางพื้นที่ที่โควิด-19 ระบาดมากขึ้น  จึงทำให้นักลงทุนตกใจจึงขายหุ้นออกมา 

ทั้งนี้ดัชนีปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ในช่วงบ่าย เนื่องจาก ราคาน้ำมันที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ส่งผลดีต่อหุ้นกลุ่มพลังงาน ประกอบกับ ดัชนีตลาดหุ้นต่างประเทศหลายตลาดปรับตัวเพิ่มขึ้นมาก เช่นเกาหลีใต้เพิ่มขึ้น 2.47% ไต้หวัน เพิ่มขึ้น1.5% สิงคโปร์เพิ่มขึ้น 0.5% อินโดนีเซีย เพิ่มขึ้น 2% จึงหนุนให้หุ้นไทยปรับตัวขึ้นตาม 

อย่างไรก็ตามตลาดหุ้นไทยการปรับขึ้นยังไม่เสถียร เพราะปัจจัยการแพร่ระบาดโควิด-19 ที่ยังกดดันทำให้ดัชนีหากปรับตัวเพิ่มขึ้นก็จะไม่เกิน 1,480 จุด แต่หากปรับตัวลดลงคาดว่าจะไม่มาก อยู่ที่ 1,430 จุด จากเม็ดเงินลงทุนต่างชาติที่ยังคงไหลเข้าตลาดหุ้นไทยอยู่ จึงช่วยพยุงดัชนี 

 สำหรับกลยุทธ์การลงทุนช่วงนี้ ที่ตลาดจะแกว่งตัวแรง แนะนำนักลงทุนเน้นลงทุนหุ้นปลอดภัย คือ หุ้นที่มีการจ่ายเงินปันผลสูง เช่น บมจ.เอพี (ไทยแลนด์)(AP)

,บมจ.ไดนาสตี้เซรามิค(DCC)  และ หุ้นที่ได้ประโยชน์จากการแพร่ระบาดโควิด-19  เช่น  บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส(ADVANC )จากการทำงานที่บ้าน ถุงมือยาง  บมจ. ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย)(STGT) และหุ้นที่ได้ประโยชน์จากเม็ดเงินต่างชาติไหลเข้า เช่น บมจ. กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ (GULF) และ บมจ.ปตท.(PTT)

นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล. ทิสโก้  กล่าวว่า ดัชนีหุ้นไทยที่พลิกกลับมาบวกได้ในช่วงบ่ายวานนี้ได้ เพราะนักลงทุนคลายกังวลจากนายกรัฐมนตรี ที่ไม่ต้องการให้มีการล็อกดาวน์ทั้งประเทศ แต่เป็นการล็อกดาวน์เป็นบางพื้นที่ และรัฐบาลมีการประกาศยกเลิกบางคำสั่ง เช่น ให้ร้านอาหารให้ประชาชนสามารถเข้าไปรับประทานอาหารได้ถึง 21.00น.จากเดิมที่ห้ามเข้าไปรับประทานอาหารตั้งแต่เวลา 19.00น.ถือเป็นเซนติเมนท์ทำให้นักลงทุนผ่อนคลายเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 ถึงแม้การระบาดในรอบนี้จะดูมากกว่าครั้งแรกแต่มาตรการควบคุมและล็อกดาวน์ไม่รุนแรงเท่ากับครั้งแรก ทำให้ผลกระทบต่อเศรษฐกิจไม่เท่ากับครั้งแรกที่โควิด-19

ทั้งนี้สถานการณ์ยังมีความไม่แน่นอนสูง จึงต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และติดตามมาตรการของรัฐบาลจะดำเนินการอย่างไรในการควบคุมการแพร่ระบาดในระยะต่อไป   

สำหรับแนวโน้มหุ้นไทยวันนี้ (5 ม.ค.)คาดว่าจะแกว่งตัว (ไซด์เวย์) ประเมินแนวรับที่ 1,440 จุด และแนวรับถัดไปที่ 1,450 จุด  ส่วนแนวต้านที่ระดับ 1,480 จุด 

ส่วนกลยุทธ์การลงทุนในช่วงนี้ แนะนำ ลงทุนในหุ้นวัฏจักรที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจ และ หุ้นที่ได้ประโยชน์จากการแพร่ระบาดของโควิด-19 คือ  หุุ้นถุงมือยาง อาหารและเครื่องดื่ม  ,หุ้นปลอดภัย คือ กลุ่มโรงไฟฟ้า เพราะ มีรายได้สม่ำเสมอไม่ผันผวนตามภาวะเศรษฐกิจ 

นายสมชาย กาญจนเพชรรัตน์ กรรมการผู้จัดการอาวุโส ธุรกิจหลักทรัพย์บุคคล บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) กล่าวว่า หุ้นไทยวานนี้แกว่งตัวแรง จากนักลงทุนกังวลการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่มีตัวเลขยังคงเพิ่มขึ้น และรัฐบาลประกาศล็อกดาวน์บางพื้นที่ แต่แรงขายไม่มาก และมีแรงซื้อกลับในช่วงบ่าย ในกลุ่มพลังงานจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น และนักลงทุนต่างชาติยังคงซื้อสุทธิหุ้นไทย เพราะการแพร่ระบาดในไทยนั้น ไม่มากเทียบกับยุโรป อเมริกา