หุ้นสหรัฐฯ ปรับขึ้นจากความหวังมาตรการกระตุ้นฉบับใหม่
ว่าสภาคองเกรสสหรัฐฯ จะอนุมัติให้มีการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อเยียวยาประชาชนและภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 หลังจากสมาชิกพรรครีพับลิกันและเดโมแครตได้เห็นพ้องที่จะแยกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน 9.08 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ ออกเป็นร่างกฎหมาย 2 ฉบับเพื่อเพิ่มโอกาสในการได้รับการอนุมัติจากสภาคองเกรส โดยฉบับแรกจะมีวงเงิน 7.48 แสนล้านเหรียญฯ เพื่อเยียวยาผู้ที่ตกงานและธุรกิจขนาดย่อมที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ขณะที่อีกฉบับหนึ่งจะมีวงเงิน 1.60 แสนล้านเหรียญฯ เพื่อให้ความช่วยเหลือมลรัฐต่างๆ
สถานการณ์ตู้คอนเทนเนอร์ขาดแคลน เนื่องจากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจทำให้จำนวนผู้ที่ส่งออกมากกว่านำเข้าประมาณ 3 ต่อ 1 ส่งผลให้ค่าระวางขนส่งเพิ่มขึ้น ทั้งทางเรือและทางอากาศ เราประเมินบริษัทจดทะเบียนในกลุ่มส่งออกจะไม่ได้รับผลกระทบที่มีนัยสำคัญ ขณะที่ผลดีอยู่กับผู้ประกอบการด้านโลจิสติกส์ ไม่ว่าจะเป็น RCL, III, PHOL, WICE และจิตวิทยาดังกล่าวน่าจะครอบคลุมไปถึงหุ้นในกลุ่มเดินเรืออื่น อาทิ TTA และ PSL
โมเมนตัมของการหมุนกลุ่ม (RRG) โดยรวมยังไม่เปลี่ยนแปลงไปจากสัปดาห์ก่อน โดยกลุ่มปิโตรเคมีและธนาคารยังเป็นกลุ่มที่บวกทั้งแนวโน้มและโมเมนตัม ขณะที่กลุ่มพลังงานและอสังหาริมทรัพย์ ถือเป็นกลุ่มดาวรุ่งที่โมเมนตัมมีพัฒนาการดีขึ้นตามลำดับ ขณะที่ในกลุ่มที่ต้องเริ่มระมัดระวังผลของโมเมนตัมและความแข็งแกร่งที่ชะลอตัวลง ได้แก่ อิเล็กทรอสิกส์, ประกัน, บรรจุภัณฑ์,
ติดตามประชุมเฟด การเข้า S&P ของ Tesla และความเคลื่อนไหวของธปท. แม้ภาพรวมการลงทุนเป็นบวก อย่างไรก็ตามอาจมีประเด็นที่ทำให้ตลาดผันผวนได้จาก 1) การประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ 17 ธ.ค. แม้เฟดอาจยืนยันการผ่อนคลาย แต่อาจมีนโยบายกดผลตอบแทนพันธบัตร และ 2) การเข้าคำนวณ S&P500 ของ Tesla ที่อาจทำให้เกิดแรงกระเพื่อมจากการปรับลดน้ำหนักหุ้นอื่น เพื่อเตรียมสภาพคล่องไว้เข้าลงทุนเมื่อถึงวันที่ 21 ธ.ค. 3) มาตรการควบคุมการแข็งค่าเงินบาทของธปท. ซึ่งความเคลื่อนไหวโดยรวมข้างต้น อาจทำให้เงินทุนไหลเข้าตลาดหุ้นชะลอตัวในระยะสั้น
ภาพรวมกลยุทธ์ คงมุมมองเชิงบวกต่อ ภาพระยะกลาง-ยาว กลุ่มปิโตรเคมีและธนาคารยังมีโมเมนตัมการเก็งกำไรระยะสั้นที่ดี แต่ในกลุ่มที่เริ่มเป็นดาวเด่นคือพลังงานและอสังหาริมทรัพย์ โดยติดตามการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (17 ธ.ค.) และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐฯ// หุ้นแนะนำวันนี้ เก็งกำไร PTTGC*, VNT*, ETC*, III*
แนวรับ 1,459 จุด / แนวต้าน : 1,495-1,500 จุด สัดส่วน : เงินสด 60% : พอร์ตหุ้น 40%
ประเด็นการลงทุน
การผลิตภาคอุตสาหกรรมสหรัฐโต 0.4%. ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) รายงานตัวเลขการผลิตภาคอุตสาหกรรมโดยรวมของสหรัฐเพิ่มขึ้น 0.4% ในเดือน พ.ย. หลังเพิ่มขึ้น 0.9% ในเดือน ต.ค.
ฟิทช์ปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP จีน. ฟิทช์ เรทติ้งส์ ปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP จีน ปี 64 ขึ้นสู่ระดับ 8% จากตัวเลขคาดการณ์ในเดือน ก.ค. ที่ 7.7%
ยอดค้าปลีกจีนโตต่ำกว่าคาด. NBS รายงานยอดค้าปลีกจีน เดือน พ.ย. ปรับตัวเพิ่มขึ้น 5% yoy ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่คาดโต 5.2%
มูดี้ส์ – ปรับเพิ่มมุมมองความน่าเชื่อถือของไทยเป็นบวก (Positive) จากเดิมมีเสถียรภาพ (Stable) โดยคงอันดับความน่าเชื่อถือที่ Baa1 หรือเทียบเท่า BBB+
เลื่อนเที่ยวด้วยกันเฟส 2 – หลังพบการทุจริตของโรมแรม ร้านค้า และร้านอาหาร ทำให้เลื่อนการเปิดเพิ่มสิทธิ์ 1 ล้านห้องพักจาก 16 ธ.ค.ไปไม่มีกำหนด
ประเด็นติดตาม: 16 ธ.ค. : US Retail Sales, US PMI, เลือกตั้งท้องถิ่น, เปิดลงทะเบียนคนละครึ่งเฟส 2 / 17 ธ.ค. : FOMC meeting
(* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ ซึ่งอาจมีคำแนะนำต่างกับพื้นฐาน หรือที่ไม่ ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH ซึ่งนักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาที่เข้าซื้อ)









