“บี.กริม เพาเวอร์” ปรับโครงสร้างบริหาร ตั้ง “ฮาราลด์ ลิงค์” นั่ง ซีอีโอ โยก “ปรียนาถ สุนทรวาทะ” นั่ง กรรมการบริหาร มีผลตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2563 เป็นต้นไป
การประชุมคณะกรรมการบริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) เมื่อวันที่ 15 ธ.ค.2563 ได้พิจารณาปรับโครงสร้างการบริหาร และอนุมัติการจัดตั้งคณะกรรมการบริหาร (Executive Committee) เพื่อส่งเสริมและรองรับการขยายธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพและมั่นคง
โดยที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทได้อนุมัติการแต่งตั้ง นางปรียนาถ สุนทรวาทะ ให้ดำรงตำแหน่ง รองประธานกรรมการ (Vice Chairperson) และปรับเปลี่ยนบทบาทจากตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มาเป็นกรรมการบริหาร บี.กริม เพาเวอร์
โดยมีหน้าที่บริหารจัดการธุรกิจต่างประเทศและมุ่งเน้นการขยายกิจการซึ่งมีเป้าหมายลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าในต่างประเทศอีกกว่า 3,000 เมกะวัตต์ในปีหน้า และพัฒนาธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้าและลำเลียงก๊าซ LNG ให้ประสบความสำเร็จต่อไป
ด้วยเหตุนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทจึงได้อนุมัติแต่งตั้ง นายฮาราลด์ ลิงค์ ให้ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร แทนตำแหน่งที่ว่างลงนี้ ทั้งนี้ นายฮาราลด์ ลิงค์ เป็นผู้ที่มีความรู้ความชำนาญ และมีประสบการณ์ทำงานในธุรกิจต่างๆ รวมถึงธุรกิจพลังงานมายาวนานกว่า 40 ปี โดยเป็นผู้ก่อตั้งและเป็นผู้บริหารระดับสูงสุดของ บี.กริม เพาเวอร์มาตั้งแต่เริ่มต้น
บี.กริม เพาเวอร์ มีความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจโดยยึดหลักธรรมมาภิบาล มุ่งเน้นการขยายธุรกิจอย่างมั่นคงและยั่งยืน โดยปัจจุบัน คณะกรรมการบริษัทมีสัดส่วนกรรมการอิสระถึงร้อยละ 66.6 และนอกจากนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทจึงได้อนุมัติแต่งตั้ง คุณหญิงสุชาดา กีระนันทน์ ให้ดำรงตำแหน่ง ประธานกรรมการอิสระ (Lead Independent Director) เพื่อส่งเสริมการดำเนินธุรกิจตามหลักกำกับดูแลกิจการที่ดีให้เป็นไปตามหลักสากล
ด้วยเป้าหมายการขยายกำลังการผลิตไปสู่ 7,200 เมกะวัตต์ภายในปี 2568 จากปัจจุบันมีกำลังการผลิตจากโครงการที่เปิดดำเนินการแล้วและอยู่ระหว่างพัฒนา 3,682 เมกะวัตต์
บี.กริม เพาเวอร์ ได้ขยายธุรกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง อาทิ เวียดนาม ลาว โอมาน ฟิลิปปินส์ และล่าสุดโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์กำลังผลิตติดตั้ง 39 เมกะวัตต์ภายใต้บริษัท Ray Power ในกัมพูชาได้ผ่านการทดสอบความสมบูรณ์ของการเชื่อมต่อระบบเพื่อจำหน่ายไฟฟ้าเรียบร้อยแล้วเตรียมเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ภายในเดือนนี้ตามแผนแม้ว่าจะมีเหตุการณ์โควิด 19 และอุทกภัยก็ตาม ซึ่งจะถือเป็นการเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แห่งเดียวของกัมพูชาในปีนี้









