คลังเผยพบทุจริตโครงการคนละครึ่งแล้ว 700 ราย และโครงการเราเที่ยวด้วยกันอีกหลายกรณี ขณะนี้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบแล้ว พร้อมเปิดลงทะเบียนคนละครึ่งเฟสสองอีก 5 ล้านสิทธิ 16 ธ.ค.นี้ ยันระบบไม่ล่ม
นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ปลัดกระทรวงการคลังเปิดเผยว่า กระทรวงการคลังพร้อมที่จะเข้าไปตรวจสอบการทุจริตในสองโครงการที่รัฐบาลดำเนินการ ประกอบด้วย โครงการคนละครึ่งและโครงการเราเที่ยวด้วยกัน หลังจากได้รับรายงานว่า พบการทุจริต โดยได้ประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อทำการตรวจสอบ หากพบกระทำผิดจะดำเนินคดีตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ทั้งนี้ ในส่วนโครงการคนละครึ่งนั้น ได้รับรายงานมี 700 กรณีที่ประชาชนและร้านค้าร่วมมือดำเนินการทุจริต ซึ่งเป็นการตรวจสอบพบโดยระบบและการร้องเรียน ขณะนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการตรวจสอบ ส่วนโครงการเราเที่ยวด้วยกันนั้น ได้พบการกระทำผิดบ้าง ได้ส่งให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเป็นผู้ตรวจสอบ
“เราไม่สามารถบอกพฤติกรรมของแต่ละรายที่กระทำความผิดได้ บางความผิดกระทำการเป็นแพทเทิร์น โดยมีการทดลองหรือเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ซึ่งรูปแบบการกระทำความผิดนั้น เราได้หารือกับพนักงานสอบสวนตลอดเวลา”
นางสาวกุลยา ตันติเตมิท ผู้ตรวจราชการกระทรวงการคล้ง รักษาราชการแทน ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลังกล่าวถึงโครงการคนละครึ่งในระยะที่ 2 นั้น พร้อมเปิดรับลงทะเบียนสำหรับประชาชนที่สนใจเข้าร่วมโครงการพิ่มเติมอีก 5 ล้านคน ในวันพุธที่ 16 ธ.ค.นี้
โดยคุณสมบัติผู้ลงทะเบียนจะต้องป็นผู้ที่มีสัญชาติไทย มีอายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป มีบัตรประจำตัวประชาชน และไม่ใช่ผู้มีบัตรสวัสติกรแห่รัฐ โดยระบบจะเปิดให้ลงทะเบียนตั้งแต่วลา 0.600 น.- 23 00 น จนกว่าจะครบ 5 ล้านสิทธิ โดยผู้ที่ถูกตัดสิทธิจากการไม่ใช้สิทธิมาตรการคนละครึ่งระยะแรกสามารถลงทะเบียนโครงการคนละครึ่งเฟสที่ 2 ได้ สำหรับผู้ได้รับสิทธิโครงกรคนละครึ่งกลุ่มเดิมสามารถกดปุ่มยืนยันการเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งระยะที่ 2 ผ่านแอปพลิเคชัน"เป้าตัง" ได้ตั้งแต่วันที่ 16 ธ.ค.นี้เป็นต้นไป
การลงทะเบียนข้าร่วมโครการนี้มีขั้นตอนเช่นเดียวกับโครงการคนละครึ่งระยะแรก คือ 1.ลงทะเบียนผ่านเว็บไขต์ www.คนละครึ่ง.com โดยกรอกข้อมูลชื่อ-สกุล เลขบัตรประจำตัวประขาชน รหัสหลังบัตรประจำตัวประชาชน วันเดือนเกิด และเบอร์โทรศัพท์ที่จะติดตั้งแอปพลิดชัน"เป้าตัง" 2.รอรับ SMS แจ้งผลการลงทะเบียน และ3.ติดตั้งแอปพลิดชัน"เป้าตัง"และยืนยันตัวตน
เมื่อดำเนินการครบก็สามารถใช้จ่ายกับร้านค้าที่ติดตั้งแอปพลิเคชัน"ถุงเงิน"ที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อรับสิทธิเงินร่วมจ่ายจากรัฐ 50% แต่ไม่เกิน 150 บาทต่อคนต่อวันหรือไม่เกิน 3,500 บาท ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. - 31 มี.ค. 2564 ระหว่างเวลา 06.00 น - 23.00 น. ซึ่งผู้ได้รับสิทธิจะต้องเริ่มใช้จ่ายภายใน 14 วัน นับตั้งแต่วันถัดจากวันที่ตนได้รับ SMS แจ้งรับสิทธิหรือวันที่เบิดให้เริ่มใช้จ่ายตามโครงการ มิเช่นนั้นจะถูกตัดสิทธิและไม่สามารถลงทะเบียนได้อีก
สำหรับผู้ได้รับสิทธิโครงการคนละครึ่งกลุ่มเดิมสามารถกดปุ่มยืนยันการเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งระยะที่ 2 ในแอปพลิดชัน "เป๋าตัง" โดยจะใช้จ่ายวงเงิน 3,000 บาทเดิม ได้จนถึงวันที่ 31 มี.ค.2564 และใช้จ่ายวงงินเพิ่มอีก 500 บาท ได้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. - 31 มี.ค. 2564 ซึ่งปุ่มยืนยันการเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งระยะที่ 2 จะปรากฏเตือนบนหน้าแอปพลิเคชันทุกครั้งจนกว่าผู้ได้รับสิทธิเดิมจะกดยืนยันรับสิทธิและปุ่มดังกล่าวจะไม่มีวันหมดอายุ หากไม่กดยืนยันสิทธิก็จะไม่ได้รับเงินเพิ่มดังกล่าว
ทั้งนี้ ขอย้ำว่าผู้ใช้สิทธิดรงการคนละครึ่งระยะแรกและระยะที่ 2 จะไม่สามารถใช้สิทธิมาตรการช้อปดีมีคืได้ ซึ่งเป็นไปตามหลักการที่จำแนกกลุ่มเป้าหมายของโครงการและมาตรการต่างๆไว้อย่างซัดเจนไม่ให้ซ้ำซ้อนลักลั่นกัน
สำหรับผู้ประกอบการร้านค้ายังคงสมัครเข้าร่วมโครงการได้อย่างต่อเนื่อง ส่วนข้อเรียกร้องของผู้ประกอบการรถแท็กซี่ที่ต้องการเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งด้วยนั้น ขอเรียนว่า วัตถุประสงค์ของโครงการนี้ เพื่อให้เกิดการใช้จ่ายสินค้า ขณะที่ การใช้บริการรถแท็กซี่นั้น ถือเป็นการบริการ ไม่ใช่สินค้า ดังนั้น จึงไม่ตรงวัตถุประสงค์ของโครงการ
สำหรับความคืบหน้าล่าสุดของโครงกรคนละครึ่ง ณ วันที่ 13 ธ.ค.2563 มีร้านค้าลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 9.7 แสนร้านค้า และมีผู้ใช้สิทธิแล้วจำนวน 9.53 ล้านคน โดยมียอดการใช้จ่ายสะสม 4.33 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นงินที่ประชาชนจ่ย 2.2 หมื่นล้านบาท และภาครัฐร่วมจ่ายอีก 2.11 หมื่นล้านบาท โดยจังหวัดที่มีการใช้จ่ายสะสมมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ กรุงเทพมหานคร สงขลา ชลบุรี เชียงใหม่ และนครศรีธรรมราช ตามลำดับ
นางสาวกุลยายังกล่าวด้วยว่า ผลของมาตรการคนละครึ่งและมาตรการรัฐที่กระตุ้นการใช้จ่ายผ่านช้อปดีมีคืนและจ่ายเงินเข้าบัตรสวัสดิการจะช่วยกระตุ้นจีดีพีในปีหน้าให้ขยายตัวได้เพิ่ม 0.2% ทั้งนี้ ขณะนี้ เราประเมินจีดีพีในปีหน้าว่าจะขยายตัวได้ประมาณ 4%
ด้านนายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ธนาคาร กรุงไทย จำกัด(มหาชน)กล่าวยืนยันว่า ได้เตรียมพร้อมระบบไอทีเพื่อรองรับการลงทะเบียนโครงการคนละครึ่งระยะที่ 2 โดยสามารถลงทะเบียนได้จำนวน 5 แสนคนต่อนาที โดยได้เพิ่มผู้ให้บริการโครงข่ายจาก 1 รายเป็น 2 ราย เพื่อให้การส่งOTP รวดเร็วขึ้น









