วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ธอส.จับตาหนี้เสียขยับ4.5พันล้านต้นปีหน้า

ธอส.จับตาการชำระหนี้ลูกหนี้พักชำระหนี้ล็อตสุดท้าย​ชี้เป็นกลุ่มเปราะบาง​ คาดชำระหนี้ได้​ 50% จาก​ 9​ พันล้านบาท​ ขณะที่​ เตรียมเงินสำรองหนี้ส่วนเกิน​ 5 พันล้าน​ ส่งผลกำไรปีนี้ต่ำเป้าเหลือ​ 9​ พันล้านบาทจาก​ 1.3​ หมื่นล้านบาท

นายฉัตรชัย​ ศิริไล​ กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์(ธอส.)​เปิดเผยความคืบหน้าการชำระหนี้ของลูกหนี้ที่เข้ามาตรการพักชำระหนี้ของธนาคาร​ว่า​ มาตรการพักชำระหนี้ล็อตสุดท้ายที่จะสิ้นสุดในสิ้นเดือนม.ค.ปีหน้ามีวงเงินจำนวน​ 9​ หมื่นล้านบาท​ ในจำนวนนี้มีอยู่​ 9​ พันล้านบาทที่ถือเป็นกลุ่มเปราะบาง​ เพราะเข้าโครงการพักหนี้นานที่สุด​ คาดในจำนวนนี้จะเป็นหนี้เสีย​ 50%หรือ​ 4.5​ พันล้านบาท

"ล็อตสุดท้ายนี้​ เป็นล็อตระเบิดเวลาสำหรับหนี้เสียที่จะเกิดขึ้น​ เพราะเป็นกลุ่มลูกหนี้ที่มีความเปราะบางสูงมาก​ สิ่งที่เราจะเตรียมรับมือได้​ คือ​ ตั้งสำรองส่วนเกินให้เพียงพอ​ ปฏิบัติตามมาตรการของแบงก์ชาติและติดต่อลูกค้าให้ได้ทุกราย"

สำหรับการชำระหนี้ในล็อตแรกสิ้นสุดเมื่อเดือนก.ย.ที่ผ่านมา​ มีลูกหนี้ที่ไม่สามารถกลับมาชำระหนี้ได้ประมาณ​ 9​ พันล้านบาท​ ต่อมาในล็อตที่สองสิ้นสุดเมื่อสิ้นเดือนต.ค.ที่ผ่านมา​ มีแนวโน้มการชำระหนี้ดีกว่าที่คาด​ โดยในจำนวนหนี้ที่พัก​ 2.75​ แสนล้านบาท​ มีลูกหนี้ที่สามารถชำระได้เต็มวงเงินงวด​ 87% ชำระได้บางส่วน​ 8.7% และ​ ชำระไม่ได้​ 4.5%

"ยอดการชำระหนี้ในล็อตที่สองนี้​ ถือว่า​ ดีกว่าที่คาด​ ซึ่งเดิมเราคาดว่า​ จะชำระหนี้ไม่ได้ถึง​ 20% แต่ผลปรากฎว่า​ ไม่สามารถชำระได้​เพียง​ 4.5% เท่านั้น"

ทั้งนี้​ หนี้เสียของธนาคารเมื่อสิ้นเดือนต.ค.ที่ผ่านมา​ อยู่ที่​ 3.68% หรือ​ 4.6 หมื่นล้านบาท​ ส่วนเดือนพ.ย.เพิ่มขึ้นอีกราว 2.6​ พันล้านบาทส่วนหนึ่งเป็นหนี้เสียที่เกิดขึ้นใหม่​ ตลอดทั้งปีคาดว่า​ หนี้เสียจะทรงตัว

สำหรับการปล่อยสินเชื่อ​ ณ​ สิ้นเดือนพ.ย.อยู่ที่​ 1.9 หมื่นล้านบาท​ ขาดอีก​ 1.4​ หมื่นล้านบาท​ ก็จะตามเป้าหมาย​ 2.1​ แสนล้านบาท​ แต่คาดว่า​ ในเดือนธ.ค.จะปล่อยสินเชื่อได้​ 2.3​ หมื่นล้าน​ ด้านผลกำไรในปีนี้คาดจะอยู่ที่​ 9​ พันล้านบาท​ จากเป้าหมาย​ 1.3​ หมื่นล้านบาท​ เนื่องจาก​ ต้องกันไว้เพื่อสำรองการเลื่อนชั้นของลูกหนี้​ ซึ่งขณะนี้​ เรากันสำรองไว้เกินเกณฑ์แล้ว​ราว​ 5 พันล้านบาท​

สำหรับกรณีปัญหาการล่มของแอปพริเคชั่นสถาบันการเงินหลายแห่ง​ ซึ่งกระทบต่อการชำระหนี้ของลูกค้าของธนาคารนั้น​ เขากล่าวว่า​ ได้แจ้งลูกค้าไปแล้ว​ โดยมีการขยายเวลาชำระหนี้เงินกู้งวด​ พ.ย.ออกไป​ 4 วัน​ สิ้นสุดศุกร์​ 4 ธ.ค.นี้​ โดนธนาคารจะปรับให้เสมือนว่า​ ไม่ผิดนัดชำระหนี้และไม่มีการส่งข้อมูลไปให้เครดิตบูโร​

เขากล่าวว่า​ สิ่งที่เกิดขึ้นนั้น​ เคยเกิดขึ้นแล้วกับธอส.แต่เราได้มีการป้องกันแก้ไขมาแล้ว​ จากที่ดูปัญหา​ คือ​ เรื่องของปริมาณธุรกรรมที่เข้ามามากสูงกว่าปกติประมาณ​ 20%ในฝั่งของธนาคารได้เตรียมเรื่องของปริมาณที่จะเข้ามา​ ซึ่งเราสามารถรองรับได้มากถึง​ 30%จากธุรกรรมปกติ​ถ้าไม่มีอะไรผิดปกติ

"แต่ตอนนี้เวลาเกิดปัญหาระบบรับชำระกับธนาคารหนึ่งจะลามไปหลายแห่ง​ ข้อมูลที่ส่งระหว่างแบงก์ก็จะมีปัญหา​ รวมถึง​ กระทบผู้บริโภคโดยตรง​ ถ้าตัดบัญชีที่หนึ่งและไม่ไปอีกที่หนึ่ง​ปลายทางจะทำให้เกิดปัญหา"

สำหรับลูกค้าของธนาคารที่ใช้ผ่านแอปพริเคชั่น​ GHB​ALL​ มีทั้งหมด​ 8 แสนราย​ ตั้งเป้า​ 1 ล้านรายในสิ้นปีนี้​ แต่เนื่องจาก​ สถานการณ์เศรษฐกิจชะลอ​ ทำให้จำนวนผู้ใช้ไม่ตามเป้า​ คาดครบ​ 1 ล้านรายในไตรมาสหนึ่งของปี​ 64​ โดยเตรียมให้ลูกค้าเงินฝากและเงินกู้หันมาใช้ดิจิตอลเซอร์วิสของแบงก์