บลจ.บัวหลวง ชี้ไตรมาส 4 ปี63 จังหวะดี เชียร์ซื้อหุ้น “แบงก์-ท่องเที่ยว-โรงพยาบาล” ไตรมาส 4 ปี63 รับข่าวดีปีหน้าเศรษฐกิจฟื้นหลังเปิดประเทศ-มียารักษาโควิด-19 หนุนราคาพุ่ง 20-30% ล่าสุดเปิดขาย 3 กองทุน “ฟันด์ออฟฟันด์” ถึง 14 ต.ค.นี้
นายพีรพงศ์ จิระเสวีจินดา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) บัวหลวง จำกัด เปิดเผยว่า ช่วงไตรมาส 4 ปีนี้ เป็นจังหวะดีที่นักลงทุนเข้าลงทุนในหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ กลุ่มท่องเที่ยว และกลุ่มโรงพยาบาลเพิ่ม เพื่อรอการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยในปี 2564จากการเปิดประเทศและมีวัคซีนรักษาโควิด-19 ที่ จะทำให้หุ้นกลุ่มดังกล่าวฟื้นตัวสูงถึง 20-30% ประกอบกับหุ้นไทย P/E อยู่ที่ระดับ 16 เท่าในปีนี้ และปีหน้า ถือว่าไม่สูงมากแล้ว ส่วนเม็ดเงินการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติมีโอกาสกลับมาในช่วงปี 2564 ค่อนข้างมาก หากประเทศไทยกลับมาเปิดประเทศและปลอดภัย
“ช่วงนี้เป็นจังหวะที่ดีที่นักลงทุนควรเก็บหุ้นกลุ่มแบงก์ ท่องเที่ยว และโรงพยาบาล อย่างหุ้นกลุ่มแบงก์หากสามารถกลับมาจ่ายเงินปันผลได้ตามปกติ ราคาหุ้นแบงก์ก็จะตอบรับข่าวทันที รวมถึงหุ้นกลุ่มเที่ยวท่องเที่ยวและโรงพยาบาล ส่วนดัชนีหุ้นไทยปีนี้มองว่าจะทรงตัว แม้ว่ามีกองทุนรวมเพื่อการออม (SSF) และกองทุนสำรองเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) จะมีเข้ามามากขึ้นก็ตาม แต่ของกองทุนดังกล่าวมีการลงทุนในต่างประเทศหลายกองทุน ขณะที่นักลงทุนหันมากระจายความเสี่ยงไปยังต่างประเทศและสินทรัพย์ทั่วโลกมากขึ้น ทำให้ดัชนีหุ้นไทยปีนี้ทรงตัว”
สำหรับในช่วงที่เหลือของปีนี้ บริษัทเตรียมออกกองทุนใหม่หลากหลายแผนที่มาตอบโจทย์วางแผนทางการเงินและวางแผนเกษียณ พร้อมกันนี้อยู่ระหว่างกำลังวางแผนธุรกิจในปีหน้า ล่าสุด กองทุนบัวหลวงเปิดตัว “กองทุน BMAPS” ทั้งหมด 3 กองทุนในลักษณะกองทุนหน่วยลงทุน (Fund of Funds) ที่มีการจัดสรรในหลากหลายสินทรัพย์ทั่วโลก (Asset Allocation) ให้นักลงทุนตามความเสี่ยงที่ยอมรับได้และตามความคาดหวังของผลตอบแทนการลงทุนเพื่อความมั่นคงทางการเงิน เหมาะสำหรับการลงทุนระยะ 3-5 ปีขึ้นไป
“กองทุน BMAPS” ทั้ง 3 กองทุน มูลค่ากองทุนละ 5,000 ล้านบาท ประกอบด้วย กองทุนเปิดบัวหลวงบีแมพส์ 25 (BMAPS25) กองทุนเปิด บัวหลวงบีแมพส์ 55 (BMAPS55) และกองทุนเปิดบัวหลวงบีแมพส์ 100 (BMAPS100) โดยจะเสนอขายให้ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) วันที่ 7-14 ต.ค.2563 ในราคาหน่วยลงทุนละ 10 บาท มูลค่าซื้อขั้นต่ำ 500 บาท
ทั้งนี้ BMAPS25 จะลงทุนในตราสารทุนไม่เกิน 25% ส่วนที่เหลือเป็นทรัพย์สินทางเลือก เช่น กองทุนทองคำ กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ และตราสารหนี้ เหมาะกับผู้ลงทุนที่รับความเสี่ยงได้น้อย
BMAPS55 จะลงทุนในตราสารทุนไม่เกิน 55% ส่วนที่เหลือเป็นทรัพย์สินทางเลือก เช่น กองทุนทองคำ กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ และตราสารหนี้ เหมาะกับผู้ลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ปานกลาง และ BMAPS100 จะลงทุนในตราสารทุนได้ถึง 100% เหมาะกับผู้ลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูง ผลการดำเนินงานย้อนหลังตามแบบจำลอง ณ 30 มิ.ย.2563 ย้อนหลัง1ปีและย้อนหลัง 10 ปี โดย BMAPS25 3.08% และ 4.39% BMAPS55 4.54% และ 7.7% BMAPS100 2.05% และ10.82%








