วันพฤหัสบดี ที่ 3 กันยายน 2569

Login
Login

'อีอาร์เอ็กซ์’ จ่อเปิดเทรด ‘ดิจิทัลโทเคน’ 1-3 ตัวปีนี้

‘อีอาร์เอ็กซ์’ เตรียมเปิดบริการกระดานซื้อขาย ‘ดิจิทัลโทเคน’  ประเดิมจ่อเทรด  1-3 สินทรัพย์ภายในสิ้นปีนี้  

นายปิ่นปราชญ์ จักกะพาก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อีอาร์เอ็กซ์ จำกัด (ERX) ผู้ให้บริการศูนย์ซื้อขายดิจิทัลโทเคนในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชีย เปิดเผยว่า ปัจจุบันบริษัทได้รับใบอนุญาตจากกระทรวงการคลังในการดำเนินธุรกิจ และได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจการเป็นศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล จากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ตั้งแต่เดือน ก.ค. 2563 ล่าสุดบริษัทได้เริ่มให้ลูกค้าเฉพาะกลุ่ม เปิดบัญชีซื้อขายแล้วตั้งแต่ 1 ต.ค. ที่ผ่านมา

ปัจจุบัน ERX อยู่ระหว่างการเตรียมตัวในช่วงสุดท้าย และการเจรจากับผู้ที่ต้องการนำสินทรัพย์เข้ามาระดมทุนในรูปแบบดิจิทัลโทเคน โดยมีความเป็นไปได้ 1-3 สินทรัพย์ ภายในสินปีนี้ ซึ่งอาจจะเป็นสินทรัพย์ที่เกี่ยวเนื่องกับอสังหาริมทรัพย์ ขณะเดียวกับบริษัทได้เจรจากับบริษัทหลักทรัพย์ 2-3 ราย เพื่อเป็นพันธมิตรในการเพิ่มช่องทางการเข้าถึงลูกค้าที่ต้องการลงทุนในดิจิทัลโทเคน

“จุดแข็งของ ERX คือ การมีผู้ถือหุ้นใหญ่เป็น Elevated Return (ER) ซึ่งเป็นบริษัทสัญชาติอเมริกันที่มีความชำนาญด้านสินทรัพย์ดิจิทัล และมีประสบการณ์ในการออกโทเคน Aspen Coin อ้างอิงจากทรัพย์สินของโรงแรม The St. Regis Aspen Resort ด้วยมูลค่าการระดมทุน 18 ล้านดอลลาร์”

ทั้งนี้ ERX ตั้งเป้าที่จะสร้างแพลตฟอร์มสำหรับการซื้อขายโทเคนเพียงอย่างเดียว เนื่องจากเป็นสินทรัพย์ที่มีสินทรัพย์ที่แท้จริงในการอ้างอิง โดยจะเริ่มต้นจากในไทย ก่อนจะขยายเป็นผู้นำในภูมิภาคเอเชีย

“เราเลือกที่จะเริ่มต้นในไทยเพราะ Ecosystem ที่เอื้อต่อการประสบความสำเร็จ เนื่องจาก คนไทยมีอัตราการเข้าถึงสมาร์ทโฟนสูง ขณะที่หน่วยงานกำกับอย่าง ก.ล.ต. มีการปรับเกณฑ์ต่างๆ ให้สอดรับกับเทคโนโลยีค่อนข้างดี และส่วนที่สามคือ สถาบันการเงินไทยซึ่งพร้อมจะลงทุนในด้านนี้”

จุดเด่นอย่างหนึ่งของดิจิทัลโทเคนคือ การเอื้อให้นักลงทุนสามารถเข้าถึงสินทรัพย์บางอย่าง และสามารถได้รับผลตอบแทนได้ในอัตราที่เท่าเทียมกัน อย่างเช่น อสังหาริมทรัพย์ในทำเลที่ดีมาก ซึ่งอาจจะต้องใช้เงินลงทุนถึง 100 ล้านบาท สำหรับการซื้อ 1 ยูนิต ทำให้นักลงทุนส่วนใหญ่อาจจะไม่สามารถลงทุนได้ แต่หากสินทรัพย์ดังกล่าวถูกนำประเมินมูลค่าและแปลงเป็นโทเคน นักลงทุนทั่วไปก็จะสามารถเข้าถึงได้

ขณะเดียวกัน ผู้ที่ต้องการระดมทุนหรือเจ้าของสินทรัพย์ เดิมทีมีทางเลือกที่จะระดมทุนผ่านตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งจะมีกระบวนการที่ช้ากว่า และต้นทุนสูงกว่า แต่เมื่อเป็นการระดมทุนในรูปแบบดิจิทัลโทเคน ซึ่งต้นทุนต่ำกว่า นักลงทุนก็มีโอกาสจะได้ผลตอบแทนสูงขึ้น