อุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ยังต้องพึ่งพาวัตถุดิบนำเข้า อย่าง PVA และ Acrylic Polymer ที่มีบทบาทสำคัญในอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์โดยใช้สำหรับการขึ้นรูปและเคลือบบรรจุภัณฑ์กระดาษ ซึ่งมีมูลค่านำเข้ารวมกว่า 1 หมื่นล้านบาทต่อปี ดังนั้น การพัฒนาวัสดุชีวภาพจากทรัพยากรในประเทศจึงไม่เพียงช่วยลดความเสี่ยงด้านต้นทุนและการนำเข้า แต่ยังเป็นโอกาสยกระดับโครงสร้างอุตสาหกรรมไทยจากผู้ใช้วัตถุดิบ ไปสู่ผู้ผลิต Functional Material ที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น
CMC หรือ Carboxymethyl Cellulose เป็น Functional Material ทางเลือกในกลุ่มกาวขึ้นรูป หรือฟิล์มเคลือบบรรจุภัณฑ์ ที่ผลิตจากชีวมวลเหลือใช้ของไทย โดย “ชานอ้อย” ถือเป็นหนึ่งในวัตถุดิบที่มีศักยภาพโดดเด่น เนื่องจากมีทั้งปริมาณวัตถุดิบในระดับสูงราว 13 ล้านตันต่อปี ความพร้อมของห่วงโซ่อุปทานจากอุตสาหกรรมน้ำตาล และมีสัดส่วน Cellulose ราว 40% ซึ่งสามารถนำมาสกัดและพัฒนาเป็น CMC สำหรับงานเคลือบ สารยึดเกาะ และฟิล์มบรรจุภัณฑ์บางประเภทได้ จุดเด่นดังกล่าวทำให้ชานอ้อยไม่ได้เป็นเพียงวัสดุเหลือใช้ที่รอการกำจัดหรือใช้เป็นเชื้อเพลิงเท่านั้น แต่สามารถยกระดับเป็นวัตถุดิบตั้งต้นของอุตสาหกรรมวัสดุชีวภาพ และเชื่อมโยงกับการเติบโตของบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้
หากไทยพัฒนาการผลิต CMC จากวัตถุดิบอย่างชานอ้อยได้เต็มศักยภาพในระยะเริ่มต้น จะลดการพึ่งพาวัตถุดิบนำเข้า PVA และ Acrylic Polymer ได้สูงสุดราว 9% หรือคิดเป็นมูลค่าราว 880 ล้านบาทต่อปี อย่างไรก็ตาม CMC มีแนวโน้มเป็นวัสดุทดแทนในบางการใช้งาน มากกว่าจะเข้ามาแทนที่ PVA และ Acrylic Polymer ได้ทั้งหมด เนื่องจากแต่ละผลิตภัณฑ์มีคุณสมบัติและข้อกำหนดทางเทคนิคที่แตกต่างกัน โดยหัวใจสำคัญไม่ได้อยู่ที่การผลิต CMC ให้ได้ในปริมาณมากเพียงอย่างเดียว แต่ต้องสามารถควบคุมคุณภาพและคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ให้สม่ำเสมอจนตอบโจทย์การใช้งานในระดับอุตสาหกรรมได้
โจทย์สำคัญของไทยจึงอยู่ที่การสร้าง Ecosystem ที่ทำให้ CMC สามารถก้าวจากระดับต้นแบบไปสู่การผลิตเชิงพาณิชย์ได้ โดย EEC มีศักยภาพเป็นพื้นที่สำคัญในการรองรับการ Scale-up
ดังกล่าว เนื่องจากมีทั้งโครงสร้างพื้นฐาน และเครือข่ายด้านวิจัยและพัฒนาที่สามารถเชื่อมโยงภาคเกษตรกับอุตสาหกรรมได้ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือการพัฒนา Biorefinery Pilot Plant ใน EECi จังหวัดระยอง ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อช่วยยกระดับเทคโนโลยีชีวภาพและวัสดุชีวภาพจากระดับห้องปฏิบัติการสู่ระดับกึ่งอุตสาหกรรมและเชิงพาณิชย์ การพัฒนา CMC จึงควรเดินหน้าไปพร้อมกับการยกระดับคุณภาพ Cellulose การกำหนดมาตรฐานผลิตภัณฑ์ การทดสอบการใช้งานจริง และการสร้างความร่วมมือกับผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์ หากทำได้สำเร็จ EEC อาจพัฒนาไปสู่ฐานการผลิตวัสดุชีวภาพแห่งใหม่ของไทย และสร้างมูลค่าเพิ่มจากชีวมวลเหลือใช้ได้ในระยะยาว





