วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘กองทุน’เตือนรับมือหุ้นผันผวน

“ผู้จัดการกองทุน” ประสานเสียง ตลาดส่อผันผวนหนักก่อนเลือกตั้งสหรัฐ เผย หาก“ทรัมป์” ชนะเลือกตั้ง หนุน ตลาดหุ้นปรับขึ้นช่วงสั้น แต่หาก “ไบเดน” มีชัย แนะซื้อหุ้นพลังงานทดแทน เลี่ยงกลุ่มเทคโนโลยี-ยา แนะกระจายพอร์ตลงทุน

        นายธนาวุฒิ พรโรจนางกูล” รองกรรมการผู้จัดการและหัวหน้าสายงานบริหารการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) บางกอกแคปปิตอล กล่าวว่า  หาก "โดนัลด์ ทรัมป์" ชนะเลือกตั้ง คาดว่า จะเป็นผลดีกับตลาดหุ้นสหรัฐได้รับแรงหนุนต่อในระยะสั้น เนื่องจาก จะมีการดำเนินนโยบายเดิมต่อ ซึ่งจะยังคงเอื้อต่อบริษัทจดทะเบียนในสหรัฐ แต่ในระหว่างการเข้ารับตำแหน่งอีก 4 ปี ตลาดอาจมีความผันผวนต่อเนื่อง จากวิธีการดำเนินนโยบายที่คาดเดาได้ยาก  และควรระมัดระวังลงทุนหุ้นกลุ่มที่มีการทำธุรกิจกับประเทศจีน เพราะอาจมีการดำเนินนโยบายกีดกันทางการค้า

        ส่วนกรณี โจ ไบเดน ชนะการเลือกตั้ง จะมีผลกระทบต่อผลกำไรของบริษัทจดทะเบียนของสหรัฐ เนื่องจาก ไบเดนมีนโยบายเพิ่มภาษีบริษัท และชนชั้นกลาง-สูง เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ มีการสนับสนุนธุรกิจบางประเภท เช่น พลังงานทดแทน เป็นต้น และโจมตีธุรกิจบางประเภท เช่น บริษัท ยา กลุ่มบริษัทเทคโนโลยี เป็นต้น ดังนั้น นักลงทุนอาจเน้นลงทุนในอุตสาหกรรมที่ได้รับประโยชน์จากนโยบายของไบเดน

         อย่างไรก็ตามด้านการลงทุน ควรเตรียมรับความผันผวนในช่วงสั้นก่อนการเลือกตั้ง ด้วยการกระจายยการลงทุนในสินทรัพย์หลากหลายประเภทและหลากหลายภูมิภาค ขณะเดียวกันความผันผวนดังกล่าวส่งผลให้เกิดการเทขายหุ้น ตลาดปรับฐานในระยะสั้น อาจเป็นจังหวะทยอยเข้าลงทุน เพื่อหวังผลตอบแทนในระยะยาว

     

        นายวิน พรหมแพทย์ ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บลจ.พรินซิเพิล    แนะนำว่า เราไม่ควรทำนายผลการเลือกตั้งหรือต่อให้ทายถูกก็ไม่ได้มีผลต่อหุ้นสหรัฐปรับตัวขึ้นหรือลง เพราะ ในอดีตที่ผ่านมาการเลือกตั้งสหรัฐทั้งหมด 19 ครั้ง หุ้นสหรัฐปรับขึ้นทั้งหมด 17 ครั้ง ปรับตัวลดลง 2ครั้ง คือในปี2543 วิกฤติฟองสบู่หุ้นเทคฯและปี2551 วิกฤติแฮมเบอร์เกอร์  และปีนี้ แม้จะมีวิกฤติโควิด-19 แต่หุ้นสหรัฐยังปรับขึ้นได้ 

        ทั้งนี้ในช่วงก่อนเลือกตั้ง 3 เดือนตลาดจะมีความผันผวน และปรับฐานลงมาเป็นโอกาสเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในหุ้นไทยและหุ้นโลก ในกลุ่มหุ้นเติบโตเร็ว กลุ่มเทคโนโลยีขนาดกลางที่มีการเติบโตได้ระยะยาว

       นายสมชัย อมรธรรม ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุนและลูกค้าสัมพันธ์ บลจ.กรุงไทย มองว่า ตามสถิติผลการเลือกตั้งสหรัฐในอดีตหากเปลี่ยนพรรคการเมือง หุ้นสหรัฐจะตก แต่ถ้าพรรคการเมืองเดิมชนะหุ้นสหรัฐจะขึ้น หากทรัมป์ ชนะการเลือกตั้งน่าจะส่งผลดีต่อตลาดในระยะสั้นแต่ยังมีปัจจัยเสี่ยงความวุ่นวายการค้ายังคงอยู่

       ส่วนไบเดน ชนะการเลือกตั้งยังมีความเสี่ยงขึ้นภาษี โดยไม่ว่าใครจะชนะการเลือกตั้ง “หุ้น”ยังเป็นสินทรัพย์ที่น่าลงทุนในระยะยาวสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีในภาวะดอกเบี้ยต่ำ