วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ตลท.เตือน 'หุ้นไทย' ผันผวน แนะผู้ลงทุนเพิ่มความระมัดระวัง

“หุ้นไทย” ร่วงท้ายตลาด 18 จุด หลุดระดับ 1,300 จุด จากสารพัดปัจจัยรุมเร้า “ภากร” เตือนนักลงทุนระวัง ประเมินแนวโน้มดัชนีทั่วโลกยังผันผวนสูง แนะติดตามข้อมูลใกล้ชิด ยอมรับค่าความผันผวนหุ้นไทยเพิ่มขึ้น ชี้อาจเป็น “นิวนอร์มอล” หลังวิกฤติโควิด

ดัชนีตลาดหุ้นไทยวานนี้(8ก.ย.) มีแรงขายออกมาอย่างหนักในช่วงท้ายตลาด จากปัจจัยทั้งภายในและภายนอกประเทศ ไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐและจีนที่ทวีความรุนแรงขึ้น รวมไปถึงประเด็นความกังวลเกี่ยวกับผู้ติดเชื้อโควิดในประเทศ ตลอดจนสถานการณ์ด้านการเมือง 

ปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้หุ้นไทยปิดตลาดวานนี้ที่ 1,293.80 จุด ลดลง 18.52 จุด หรือ 1.38% มูลค่าการซื้อขายรวม 45,368 ล้านบาท โดยนักลงทุนต่างชาติ ขายสุทธิ 126 ล้านบาท ส่วนนักลงทุนสถาบันในประเทศขายสุทธิ 2,182 ล้านบาท

 นายภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวว่า ตลาดหุ้นในช่วงนี้ยังมีความผันผวนทั้งโลก ซึ่งรวมถึงหุ้นไทย เนื่องจากความไม่แน่นอนทั้งเรื่องการเมือง,เศรษฐกิจ และเรื่องเกี่ยวกับสุขภาพ ซึ่งเป็นช่วงที่สถานการณ์ยังไม่ปกติมากนัก จึงอยากฝากให้นักลงทุนระมัดระวังการลงทุนเพิ่มมากขึ้นและติดตามข้อมูลข่าวสารให้ดี พร้อมประเมินว่าโลกในอนาคตเราอาจจะต้องเจอกับความผันผวนสูงมากขึ้นเรื่อยๆ

"ในอนาคตความผันผวนที่สูงของตลาดหุ้นไทย อาจจะเป็นความผันผวนตามปกติ ในวิถี new normal ได้ โดยก่อนเกิดโควิด-19 ค่าความผันผวนของตลาดหุ้นไทย (Volatility) เฉลี่ยที่ 15% ต่อปี แต่ช่วง 14-16 มี.ค.2563 เด้งขึ้นไปถึงระดับ 100-200% ต่อปี และหลังจากนั้นค่าความผันผวนตลาดเริ่มลดลงมาเรื่อยๆ แต่ก็ยังอยู่ในระดับ 20-30% ต่อเนื่องในช่วงเดือนก.ค.-ส.ค.  ทำให้เราต้องดูว่าช่วงหลังจากนี้ค่า Volatility ตลาดจะลดลงมาเท่าช่วงก่อนโควิด-19 หรือไม่"

สำหรับการเตรียมพร้อมรองรับความผันผวนในระยะข้างหน้า ที่ผ่านมาช่วงเดือนมี.ค. ทางตลท.ได้ออกมาตรการชั่วคราวออกมา 2-3 เรื่อง ได้แก่ การปรับระดับมาตรการหยุดการซื้อขายเป็นการชั่วคราว (เซอร์กิตเบรกเกอร์),การกำหนดราคาเสนอซื้อขายสูงสุดและต่ำสุด (ซิลลิ่ง-ฟลอร์) และเรื่องเกี่ยวกับการห้ามการขายชอร์ต (ทำได้เฉพาะในราคาที่สูงกว่าราคาซื้อขายล่าสุด)

นอกจากนี้ ตลท. ได้หารือกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ถึงมาตรการที่ตลท.จะสามารถนำมาใช้ได้ในอนาคต ซึ่งใช้ได้รวดเร็วขึ้น เบื้องต้นก.ล.ต.เห็นชอบในหลักการแล้ว 5 มาตรการ เช่น เปลี่ยนเวลาการซื้อขาย, ปรับอัตรามาร์จิ้น เป็นต้น ซึ่งหากมีเหตุการณ์ที่เกิดราคาหุ้นผันผวนขึ้นมามากๆก็สามารถใช้มาตรการดังกล่าวได้ทันที

นายภากร กล่าวด้วยว่า ตลท.ยังคงกำหนดระยะเวลาการใช้เกณฑ์ชั่วคราวทั้งเกณฑ์เซอร์กิตเบรกเกอร์,ซิลลิ่ง-ฟลอร์ และการขายชอร์ตให้สิ้นสุดในวันที่ 30 ก.ย.นี้ ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างติดตามข้อมูลในช่วงเดือนก.ย.นี้ หากไม่มีเหตุการณ์ใดรุนแรงจนส่งผลกระทบทำให้ความผันผวนมีมากขึ้นก็จะยกเลิกมาตรการดังกล่าวตามที่ได้ประกาศไว้ แต่หากมีเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงทำให้ความผันผวนสูงขึ้นก็อาจจะพิจารณาขยายเวลามาตรการดังกล่าวออกไปได้

“ตอนนี้หากเกิดเหตุการณ์เป็นปกติ เราก็จะเอามาตรการชั่วคราวออก แต่เรายังไม่มั่นใจว่าเหตุการปกติตอนนี้เป็นอย่างไร จึงต้องขอดูข้อมูลตรงนี้ไปจนถึงใกล้ช่วงสิ้นเดือนก่อนว่าจะยกเลิกมาตรการชั่วคราวหรือไม่ เพราะถ้าเราคิดว่าตรงนี้คือ New Normal เราก็คงจะยกเลิกมาตรการฉุกเฉินที่ใช้ตั้งแต่เดือนมี.ค.ที่ผ่านมาออกไปแล้วกลับมาใช้เกณฑ์ตามปกติเหมือนในอดีต”

ด้านนายเทิดศักดิ์ ทวีธระธรรม รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเชีย พลัส จำกัด กล่าวว่า สาเหตุที่ตลาดหุ้นไทยร่วงแรงคาดว่าเป็นผลมาจากความกังวลปัจจัยภายในประเทศทั้งเรื่องการเมืองและความเสี่ยงในการพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มมากขึ้น และทำให้ดัชนีฯหลุดระดับ 1,300 จุด โดยประเมินแนวรับถัดไปที่บริเวณ 1,270-1,280 จุด ส่วนแนวต้านอยู่ที่ระดับ 1,300 จุด พร้อมคาดว่าตลาดหุ้นวันนี้(9ก.ย.)น่าจะปรับตัวผันผวนต่อเนื่อง