คาด SET อ่อนตัวทดสอบ 1,300 – 1,305 จุด เนื่องจากขาดปัจจัยใหม่กระตุ้นการลงทุน
ตลาดหุ้นวานนี้
SET Index ร่วง 13 จุด (-0.96%) ปิดที่ระดับ 1,311 จุด มูลค่าการซื้อขาย 5.4 หมื่นล้านบาท จากแรงขายหุ้น Big Cap จาก MSCI Rebalance นอกจากนี้ความตึงเครียดระหว่างจีนและอินเดียรุนแรงขึ้น หลังมีการปะทะกันที่เทือกเขาหิมาลัย
แนวโน้มตลาดหุ้นวันนี้
มองเป็นลบคาด SET อ่อนตัวทดสอบ 1,300 – 1,305 จุด เนื่องจากขาดปัจจัยใหม่กระตุ้นการลงทุน รวมถึง Sentiment เชิงลบจากตลาดหุ้นรอบบ้านที่อ่อนตัวลงตามตลาดหุ้นสหรัฐที่ถูกแรงขายทำกำไร นอกจากนี้ Fund flow ต่างชาติที่ยังคงไหลออกต่อเนื่องนั้นจะเป็นแรงกดดันต่อทิศทางดัชนีด้วยเช่นกัน
กลยุทธ์การลงทุน: Selective Buy
- กลุ่มที่คาดว่างบ 3Q20 เติบโต CPF GFPT TU ASIAN KCE HANA DELTA HMPRO GLOBAL DOHOME COM7 JMT CHG BCH PTG PLANB CBG TASCO
หุ้นแนะนำวันนี้
- BDMS (ปิด 20.8 ซื้อ/เป้า IAA Consensus 23.5) ได้ Sentiment บวกจากภาครัฐผ่อนคลายเกณฑ์ Medical Tourists โดยเพิ่มจำนวนประเทศที่สามารถเข้ามารักษาพยาบาลตามโปรแกรม AHQ (ต้องกักตัวในโรงพยาบาล 14 วัน) จากเดิม 3 ประเทศ เป็น 138 ประเทศ
- TASCO (ปิด 24.8 ซื้อ/เป้า สูงสุด IAA Consensus 31) น้ำท่วมหนักในจีนหนุนดีมานด์เพิ่มขึ้น ขณะที่ Supply ในตลาดมีจำกัดปัจจัยนี้จะหนุนให้ราคายางมะตอยเพิ่มขึ้นแรง (TASCO ส่งออกยางมะตอยไปจีนคิดเป็น 40%)
บทวิเคราะห์วันนี้
VNT
ประเด็นสำคัญวันนี้
- (-) ดาวโจนส์ร่วง224 จุด หลังจีนออกกฏระเบียบควบคุมการส่งออกเทคโนโลยี: ไบต์แดนซ์ (ByteDance) บริษัทแม่ของติ๊กต็อก (TikTok) ต้องขอการอนุมัติจากจีนก่อนที่จะขายธุรกิจของติ๊กต็อกในสหรัฐ กดดันให้บริษัทที่จะเข้าซื้อกิจการของ TikTok ถูกเทขาย อาทิ ไมโครซอฟท์, วอลมาร์ท และออราเคิล
- (+/-) Fed เตรียมพิจารณาเปลี่ยนนโยบาย Fed balance sheet อาจส่งผลต่อสภาพคล่องในตลาด: นายริชาร์ด แคลริดา รองประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ระบุว่าเฟดจะกลับมาหารือกันเพื่อเปลี่ยนแปลงการชี้นำนโยบายล่วงหน้า รวมถึงการเปลี่ยนแปลงในงบดุล ปัจจัยนี้จะเป็นลบกับตลาดหากเฟดส่งสัญญาณลดขนาดงบดุลจากสภาพคล่องในตลาดที่ลดลง
- (+/-) จับสัญญาณเศรษฐกิจโลกฟื้นเร็วหรือช้าผ่านดัชนี PMI ภาคการผลิตเดือน ส.ค.: วันนี้ จีน ยุโรป และ สหรัฐ จะประกาศดัชนี PMI ภาคการผลิต เดือน ส.ค. เบื้องต้น Consensus คาดดัชนี PMI ของสหรัฐยังฟื้นตัวได้ดีแต่ จีนและยุโรปอาจชะลอตัวลงปัจจัยนี้อาจกดดันให้ World GDP ฟื้นตัวช้ากว่าที่คาดไว้









