“หุ้นกลุ่มไฟแนนซ์" ปรับตัวขึ้นแรง นำโดย "ราชธานีลิสซิ่ง" พุ่งเฉียด 14% รองมา "ศรีสวัสดิ์" เพิ่มขึ้น 9.77% ด้านบล.ยูโอบี เคย์เฮียน คาดเกิดจากโบรกเกอร์อย่างน้อย 2 ราย จัดให้ข้อมูลหุ้นกลุ่มดังกล่าวแก่นักลงทุนสถาบัน อาจมีแรงซื้อเข้ามา
ความเคลื่อนไหวราคาหุ้นกลุ่มธุรกิจการเงิน (ไฟแนนซ์) วานนี้ (26 ส.ค.) ปรับตัวขึ้นยกแผง นำโดย บริษัท ราชธานีลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) THANI ปรับตัวเพิ่มขึ้น 13.38% หรือ 0.42 บาท อยู่ที่ 3.56 บาท รองมา บริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SAWAD ปรับตัวเพิ่มขึ้น 9.77% หรือ 4.25 บาท อยู่ที่ 47.75 บาท และ บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ MTC ปรับตัวเพิ่มขึ้น 3.59% หรือ 1.75 บาท อยู่ที่ 50.50 บาท
นายกิจพณ ไพรไพศาลกิจ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์และนักกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า หุ้นกลุ่มเงินทุนปรับตัวเพิ่มขึ้นวานนี้ เนื่องจากในสัปดาห์นี้มีโบรกเกอร์ อย่างน้อย 2 แห่ง มีการจัดให้ข้อมูลแก่นักลงทุนสถาบัน และนักลงทุนคลายกังวลปัจจัยลบจากมาตรการของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในการลดเพดานดอกเบี้ยเงินกู้ รวมถึงราคาหุ้นกลุ่มนี้ที่ผ่านมาปรับตัวลดลงไปมากแล้ว ประกอบกับไม่มีปัจจัยลบใหม่เข้ามากระทบ จึงทำให้ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นในระยะสั้น
สำหรับกลุ่มไฟแนนซ์บริษัทแนะนำเพียงแค่ถือ เนื่องจากผลการดำเนินงานในครึ่งปีหลัง 2563 จะชะลอตัว เพราะมีแนวโน้มที่จะต้องตั้งสำรองหนี้เพิ่มขึ้น หลังหมดมาตรการพักชำระหนี้ของธปท. ทำให้หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) สูงขึ้น และการลดเพดานดอกเบี้ยลงนั้น นั้นส่งผลกระทบต่อผลตอบแทนส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) ให้ต่ำลง ซึ่งในเชิงการประมูลค่าหุ้นของกลุ่มไฟแนนซ์ จะประเมินตามมูลค่าทางบัญชี (P/BV) ซึ่งการเคลื่อนไหว ของ P/BV จะสอดคล้องกับ ROE
ดังนั้นทำให้ ROE ต่ำลง ราคาหุ้นไม่สามารถที่จะเทรดในราคาที่สูงเหมือนกับในอดีต บริษัทจึงมองว่าช่วงที่ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นนั้นเป็นจังหวะที่ขายทำกำไรออกมามากกว่า
“แม้ผลดำเนินงานกลุ่มไฟแนนซ์จะไม่ได้แย่ แต่บริษัทแนะนำเพียงแค่ถือ เพราะผลการดำเนินงานในครึ่งปีหลังมีแนวโน้มชะลอตัว ซึ่งการที่ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นมานั้นเป็นจังหวะในการขายทำกำไร ”
นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ นักกลยุทธ์การลงทุน บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) กล่าวว่า ราคาหุ้นกลุ่มไฟแนนซ์ที่ปรับตัวขึ้น คาดเกิดจากดัชนีหุ้นไทยปรับตัวเพิ่มขึ้นยากแล้ว นักลงทุนจึงหันกลับมาลงทุนหุ้นที่ราคาปรับตัวลดลงแรงก่อนหน้า เพราะได้รับผลกระทบจากมาตรการของธปท.ในการลดดอกเบี้ยเงินกู้ ซึ่งกระทบต่อผลการดำเนินงานหุ้นกลุ่มนี้
ทำให้นักลงทุนรายย่อย และนักลงทุนสถาบัน มีการขายหุ้นกลุ่มไฟแนนซ์ออกไป และเมื่อราคาหุ้นตอบรับข่าวลบไปมากแล้วและแนวโน้มผลการดำเนินงานของหุ้นกลุ่มนี้ยังดีอยู่แม้กำไรจะไม่ได้เติบโตมาก แต่ยังคงเติบโต เนื่องจากภาพรวมเศรษฐกิจที่ชะลอตัวทำให้ประชาชนยังมีความต้องการกู้เงินอยู่ทำให้มากู้เงินกับสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์ (นอนแบงก์) จึงทำให้นักลงทุนกลับมาลงทุน โดยในเชิงพื้นฐานยังคงแนะนำเทรดดิ้งกลุ่มไฟแนนซ์






