วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

"Bank" Sector (26 ส.ค.63)

ธปท.ยันธนาคารไทยยังแข็งแกร่ง

ธปท.มองเศรษฐกิจไทยผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว ขณะที่ภาพหนี้เสียทรงตัวและสินเชื่อยังขยายตัวได้ แต่อย่างไรก็ตาม เรามองว่ายังมีความไม่แน่นอนสูง และยังเป็นห่วงประเด็นความเสี่ยงที่หนี้เสียจะเร่งตัวขึ้นอีกในช่วงที่เหลือของปีนี้หลังสิ้นสุดมาตรการผ่อนผันหนี้ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2020 เป็นต้นไป เราแนะนำให้นักลงทุนใช้ความระมัดระวังในการลงทุนในหุ้นกลุ่มธนาคาร

 

ธปท.ยันธนาคารไทยยังอยู่ในสถานะที่แข็งแกร่ง

ธปท. จัดประชุมนักลงทุนเมื่อวานนี้ โดยสรุปภาพผลประกอบการของสถาบันการเงินในประเทศไทยลดลงราวครึ่งหนึ่งใน 2Q20 หลักๆเนื่องมาจากการตั้งสำรองเพื่อรองรับหนี้เสียที่เพิ่มขึ้นจากผลกระทบของการระบาด Covid-19 แต่อย่างไรก็ตาม ธปท. เชื่อว่าธนาคารไทยยังอยู่ในสถานะที่แข็งแกร่ง พิจารณาจากสัดส่วน NPL coverage ของกลุ่มธนาคารอยู่ที่ 144% (เทียบ 29% ในปี 1998) และสัดส่วน BIS อยู่ที่ 19% (เทียบ 10.9% ในปี 1998) ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำที่ 11%

 

NPL ทรงตัวใน 2Q20 แต่ SM เพิ่มขึ้น

ถึงแม้ว่าเศรษฐกิจไทยจะหดตัวลงอย่างมากถึง 12.2% ใน 2Q20 แต่สินเชื่อในระบบธนาคารก็ยังสามารถขยายตัวได้ 5% ต่างจากเมื่อครั้งที่เกิดวิกฤติต้มยำกุ้งที่เศรษฐกิจหดตัว 7.6% ในขณะที่สินเชื่อธนาคารก็หดตัวตามถึง 12.7% สิ่งที่เกิดขึ้นในรอบนี้สะท้อนว่าธนาคารยังให้การสนับสนุนภาคธุรกิจ กระทั่งในกลุ่มธุรกิจที่ได้รับผลกระทบหนักอย่างกลุ่มโรงแรม ด้านสัดส่วน NPL (สินเชื่อไม่ก่อให้เกิดรายได้) ทรงตัวอยู่ที่ 3.09% ใน 2Q20 จาก 3.04% ในไตรมาสก่อนหน้า แต่สาเหตุสำคัญเป็นเพราะมาตรการช่วยเหลือทางการเงิน โดยเฉพาะโครงการพักชำระหนี้ แต่อย่างไรก็ตาม เรายังเป็นห่วงกรณีที่สินเชื่อจัดชั้นกล่าวถึงเป็นพิเศษ (SM) ขั้นที่ 2 เพิ่มขึ้นเป็น 7.48% จากแค่ 2.79% เมื่อสิ้นปีที่แล้ว เรามองว่ามีความเป็นไปได้ที่หนี้เสียจะทะลักเข้ามาในระบบธนาคารหลังจากที่มาตรการพักชำระหนี้สิ้นสุดลงใน 3Q20

 

หากเศรษฐกิจค่อยๆฟื้นได้ คาดว่าคงไม่มีการลดดอกเบี้ยลงอีก

ธปท. เชื่อว่า เศรษฐกิจไทยได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม กนง. ระบุเอาไว้ในรายงานการประชุมรอบล่าสุดว่าพร้อมที่จะดำเนินนโยบายเพิ่มเติมอีกหากมีความจำเป็น แต่จะต้องมีการพิจารณาถึงประสิทธิภาพของการใช้นโยบายลดดอกเบี้ยด้วย ซึ่งเราอาจตีความได้ว่าจะไม่มีการลดดอกเบี้ยลงอีก เนื่องจากปรากฎแล้วว่าประสิทธิภาพในการใช้นโยบายการเงินลดลงเมื่อดอกเบี้ยนโยบายใกล้ศูนย์ อีกทั้งเรามองว่าการใช้ดอกเบี้ยนโยบายที่ศูนย์ (ZIP) จะส่งผลเสียต่อระบบเศรษฐกิจมากกว่าผลดี เพราะจะเกิดผลกระทบต่อความสามารถในการทำกำไรของธนาคาร, เกิด wealth effect เชิงลบกับผู้ฝากเงิน และทำให้เกิดพฤติกรรมทางการเงินที่เสี่ยงมากขึ้นเพื่อหาผลตอบแทน