ประเด็นสำคัญที่ได้จาก Webinar เรื่อง EV
Event
สรุปข้อมูลที่ได้จาก Webinar เรื่อง EV โดยสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT)
lmpact
รัฐบาลไทยตั้งเป้าจะเพิ่มสัดส่วนยอดขาย EV เป็น 30% (~750,000 คัน)
คณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติได้จัดทำแผนการเพิ่มยอดขาย EV เป็น 750,000 คันภายในปี 2573 จาก 3,100 คันใน 1H63 (Figure 1) โดยในปัจจุบันมีโครงการรถยนต์ไฟฟ้าขับเคลื่อนด้วยแบตเตอรี่ (BEV) 11 โครงการที่ยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI
คาดว่าราคาแบตเตอรี่ Lithium จะลดลงครึ่งหนึ่งภายในอีกสิบปี ข้างหน้า (2573)
Bloomberg New Energy of Finance (BNEF) คาดว่าราคาแบตเตอรี่ Lithium จะลดลงครึ่งหนึ่งจากระดับปัจจุบันที่ US$135/kWh เหลือแค่ US$62/kWh (Figure 2) ซึ่งจะทำให้ราคาขาย EV ลดลงมาอยู่ในระดับที่สามารถซื้อหาได้ง่ายขึ้น โดยในปัจจุบัน ต้นทุนค่าแบตเตอรี่คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 25-30% ของต้นทุนรวม ทั้งนี้ MG ZS EV เป็นหนึ่งในรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประเทศไทยโดยมีราคาที่สมเหตุสมผล (1.2 ล้านบาท) เนื่องจากได้อานิสงส์จากการที่ภาษีนำเข้าเป็นศูนย์ตามข้อตกลง FTA ไทย-จีน ในขณะเดียวกัน ราคาขายรุ่น MG ในปัจจุบันอยู่ที่ 600,000-700,000 บาท (ไม่รวมเงินอุดหนุน RMB10,000) สำหรับขายในประเทศจีน ซึ่งถือว่าค่อนข้างถูกเมื่อเทียบกับรุ่นที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายใน (internal combustion engine หรือ ICE) เราเชื่อว่าราคาขาย EV ในประเทศจีนจะถูกกว่าประเทศอื่น ๆ อย่างมีนัยสำคัญเนื่องจากการประหยัดต่อขนาดของโรงงานแบตเตอรี่ (ประมาณหนึ่งในสามของต้นทุนการผลิต)
การพัฒนา EV ใน ASEAN ไม่มีประเด็นน่าห่วง
EVAT มองว่าการพัฒนา EV ใน ASEAN เป็นปัจจัยกระตุ้นด้านบวกที่จะช่วยกระตุ้นปริมาณการผลิตให้เพิ่มขึ้น โดยประเทศไทยเป็นประเทศแรกใน ASEAN ที่ขยับก่อนเพื่อนในการให้แรงจูงใจแก่ผู้ผลิต EV และลดภาษีที่เก็บจากยอดขาย EV (Figure 3) เราคาดว่าอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทยจะเปลี่ยนไปผลิต
ยานยนต์ไฟฟ้าได้ไม่ยากเนื่องจากมีการพัฒนา supply chain ไว้เป็นอย่างดีแล้ว ทั้งนี้ ในปัจจุบันอินโดนีเซียคาดว่าจะเพิ่มส่วนแบ่ง EV ของตลาดรถในประเทศเป็น 20% ภายในปี 2568 เราคาดว่าผู้ผลิตรถสัญชาติญี่ปุ่นจะปรับฐานการผลิตในปัจจุบันบางส่วนมาผลิต EV โดย Nissan ได้ปิดโรงงานผลิตรถ
ในอินโดนีเซียไปแล้ว และย้ายมาใช้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตใน ASEAN แทน
จีนจะเป็นผู้นำในธุรกิจ EV โลก
ฐานการการผลิตที่ใหญ่ บวกกับการผลิต EV และแบตเตอรี่ที่พัฒนาไปมากจะทำให้จีนมีความได้เปรียบในการแข่งขันเหนือกว่าประเทศอื่น ๆ โดย CATL และ BYD เป็นผู้ผลิตแบตเตอรี่ lithium เจ้าใหญ่อันดับต้น ๆ ของโลก (Figure 4)
คณะกรรมการนโยบายบริหารนโยบายพลังงานอนุมัติในหลักการให้ใช้ TOU อัตราคงที่สำหรับสถานีชาร์จที่ 2.60 บาท/kWh
เราคิดว่าประเด็นนี้จะช่วยเพิ่มแรงจูงใจให้กับบริษัทที่ทำธุรกิจสถานีชาร์จ EV โดยในปัจจุบันมีสถานีชาร์จอยู่ 583 แห่งในประเทศไทย ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในกรุงเทพ และปริมณฑล (Figure 5) เราคาดว่าจะเห็นแนวโน้มการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานโดยเฉพาะ DC fast chargers เพื่อสนับสนุน EV และเพิ่มเหตุผล
ในการใช้ EV เพื่อการเดินทางระยะไกล
Risks
มีการนำเข้า EV จากจีนเพิ่มขึ้น รัฐบาลไม่ได้ให้แรงจูงใจแก่ผู้ซื้อ EV มากพอ









