"Bank" Sector (24 มิ.ย.63)

"Bank" Sector (24 มิ.ย.63)

งบดุลเดือนพฤษภาคม 2563 – สินเชื่อยังโตต่อเนื่องได้ดี

Event

ประเด็นสำคัญที่น่าสนใจจากงบดุลของธนาคารในเดือนพฤษภาคม 2563

lmpact

สินเชื่อยังโตต่อ

สินเชื่อของธนาคารส่วนใหญ่ในเดือนพฤษภาคมยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่สามติดต่อกัน โดยเพิ่มขึ้น +1% MoM +5% YTD และ +4% YoY โดยสินเชื่อของ KTB โตแรงสุดที่ +2.5% MoM และ+10% YTD ซึ่งส่วนใหญ่มาจากสินเชื่อภาครัฐ (คิดเป็นประมาณ 10-12% ของสินเชื่อ) ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง
>50% YTD ในขณะที่สินเชื่อของ KBANK และ BBL ก็เพิ่มขึ้นประมาณ +1% MoM และ +5% YTD โดยในกลุ่มธนาคารใหญ่ด้วยกัน มีเพียง SCB เท่านั้นที่สินเชื่อโตต่ำมากเพียงแค่ +0.3% MoM และ +1.7% YTD เนื่องจากมีการชำระคืนหนี้เงินกู้

เงินฝากเพิ่มขึ้นในอัตราที่ชะลอลง

หลังจากที่เงินฝากเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน อัตราการเติบโตได้ชะลอตัวลงในเดือนพฤษภาคม (โตต่ำกว่าสินเชื่อ) โดยเพิ่มขึ้น 0.3% MoM และ 8% YTD สะท้อนถึงการโยกสภาพคล่องจากสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำไปลงทุนในหุ้นและพันธบัตรที่มีความเสี่ยงมากขึ้น อย่างไรก็ตาม TMB
และ Tbank ยังเร่งระดมเงินฝากอย่างหนักอยู่

แนวโน้มการลงทุนมีทั้งเพิ่มขึ้นและลดลง

มีเพียงแค่ KBANK/SCB เท่านั้นที่เพิ่มสถานะการลงทุน +9%/8% MoM ซึ่งเป็นแนวโน้มเดียวกันกับเมื่อสองเดือนที่ผ่านมา แต่อย่างไรก็ตาม BBL กลับมาลดสถานะการลงทุนลงหลังจากเพิ่มสถานะในช่วงสองเดือนก่อนหน้า ถึงแม้ว่าสถานการณ์ลงทุนจะมีทั้งเพิ่มและลด แต่แนวโน้มโดยรวมของสถานะการลงทุน
ของธนาคารยังคงลดลง

ปัจจัยลบมีนํ้าหนักมากกว่า

ถึงแม้ว่าสินเชื่อของธนาคารส่วนใหญ่จะยังเพิ่มขึ้นจากการปล่อยสินเชื่อให้ภาคธุรกิจซึ่งไม่สามารถ refinance หุ้นกู้ในอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำลงได้ การเติบโตของสินเชื่อยังทำให้แรงกดดันทางด้าน margin ลดลง แต่ปัจจัยลบอย่างเช่น ความกังวลเกี่ยวกับคุณภาพสินทรัพย์ และความเสี่ยงด้านกฎเกณฑ์ของทางการก็ยังมีน้ำหนักมากกว่า การที่ธนาคารถูกกำหนดให้ต้องทดสอบความเพียงพอของทุนภายใต้วิกฤต (stress test) ภายใต้ภาวะเศรษฐกิจที่แตกต่างกัน และระงับการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล ทำให้ธนาคารอยู่ในภาวะที่ยากลำบากและกังวลเกี่ยวกับคุณภาพสินทรัพย์

Risks

NPL เกิดใหม่เพิ่มขึ้น >40%, หุ้นกู้ภาคเอกชนเกิด default และขาดสภาพคล่อง