ERW - ขาย

ERW - ขาย

เต็มมูลค่า

เราปรับลดคำแนะนำหุ้น ERW เป็น ขาย โดยให้ราคาเป้าหมายที่ 3.50 บาท จากเดิมที่ 2.60 บาท โดยเราปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2020-21 ของ ERW ขึ้นอีกเล็กน้อย และปี 2022F ขึ้นอีก 32% เพื่อสะท้อนถึงแนวโน้มการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของ HOP INN ซึ่งจะไปชดเชยผลการดำเนินงานที่อ่อนแอของโรงแรมหรูใจกลางเมือง โดยเราได้ปรับสมมติฐาน occupancy ของ HOP INN ขึ้นเป็น 50% ในปี 2020F และกลับเข้าสู่ระดับปกติที่ 75% ภายในปี 2021F ทั้งนี้ เนื่องจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาประเทศไทยยังฟื้นตัวไม่มาก และราคาหุ้นในปัจจุบันก็ outperform SET ไปแล้วถึง 36% ในช่วง 90 วันที่ผ่านมา เราจึงประเมินว่าราคาหุ้น ERW แพงแล้ว โดยคิดเป็น EV/EBITDA ที่สูงถึง 18.8x ใกล้เคียง +2 S.D. EV/EBITDA (จากราคาเป้าหมายของเราที่ EV/EBITDA 16.5x) และ P/BV ที่  1.95x ใกล้เคียง -0.5 P/BV

 

Occupancy ใน 2QTD ยังคงถูกกดดัน ในขณะที่ HOP INN มีสัญญาณดี

หลังจากที่เมืองต่างๆ ในประเทศไทยเริ่มกลับมาเปิดตั้งแต่เดือนพฤษภาคม เราพบว่ามีอุปสงค์การเดินทางท่องเที่ยวที่อั้นมาจากช่วงก่อนหน้าไปยังเมืองท่องเที่ยวที่อยู่ในระยะที่ขับรถถึง (อย่างเช่น หัวหิน และพัทยา) จากกรุงเทพฯ ซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้นจากแหล่งข่าวในอุตสหกรรมเราพบว่า อัตราการเข้าพัก ของ HOP INN ในเดือนมิถุนายนอยู่ที่ประมาณ 60% โดยโรงแรมส่วนใหญ่เปิดให้บริการแล้ว จาก 74% ใน 2Q19 ทั้งนี้ โรงแรม Mercure และ Ibis ของ ERW ในพัทยา และหัวหินมี อัตราการเข้าพัก เกือบเต็ม 100% ในช่วงสุดสัปดาห์ในเดือนมิถุนายน และ 40% ในวันธรรมดา แต่อย่างไรก็ตาม โรงแรมดังกล่าวคิดเป็นสัดส่วนเพียงแค่ 10% ของห้องพักทั้งหมด และแค่ 13% ของรายได้ในปี 2019

 

แนวโน้มยังคงไม่น่าสนใจเนื่องจากตลาด long-hual ยังฟื้นตัวช้า

จากความสูญเสียทางเศรษฐกิจที่เกิดจากการระบาดของ Covid-19 และความเสี่ยงจากการเสียชีวิตของนักท่องเที่ยวสูงอายุทำให้เราคิดว่าตลาด long-haul จะฟื้นตัวอย่างช้า ๆ แม้ว่าจะมีการเปิดให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยได้ในเดือนกันยายน เราเชื่อว่าในกรณีที่ดีที่สุด จะมีวัคซีนใน 1Q21 ซึ่งจะช่วยหนุนตลาด long-haul ใน 4Q21

 

ปรับเพิ่มประมาณการกำไรเพื่อสะท้อนถึงการฟื้นตัวอย่างรวดเร็วของนักท่องเที่ยวต่างชาติ

การกลับมาเปิดเมืองต่าง ๆ ทำให้การเดินทาง/ท่องเที่ยวในประเทศเพิ่มขึ้น ดังนั้น เราจึงปรับเพิ่มประมาณการกำไรของ ERW ปี 2020-2022F ขึ้นอีก 30 ล้านบาท 10 ล้านบาท และ 58 ล้านบาทตามลำดับ เราคาดว่าการท่องเที่ยวในประเทศที่ฟื้นตัวขึ้นจะช่วยหนุนให้ อัตราการเข้าพัก ของ Hop INN ในปี FY20 อยู่ที่ 50% ซึ่งดีกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มที่ 28% และกลับสู่ระดับปกติในปี 2021F ซึ่งจะหนุนให้สัดส่วนรายได้จาก HOP INN เพิ่มขึ้นเป็นเกือบ 20% ในอีกสองสามปีข้างหน้า แต่ในอีกด้านหนึ่ง RevPar ของโรงแรมอื่น ๆ (นอกจาก HOPP INN) น่าจะฟื้นตัวช้าเพราะการเดินทางระหว่างประเทศจะฟื้นตัวช้ากว่า (เนื่องจากความกลัวว่าจะติดเชื้อ COVID-19) ทั้งนี้ เนื่องจากเราคาดว่าตลาด long-hual จะฟื้นตัวช้า เราจึงปรับลดประมาณการ RevPar ของโรงแรมหรูลงเหลือ 105% yoy ในปี 2021F.

 

ปรับลดคำแนะนำเป็น ขาย โดยให้ราคเป้าหมายใหม่ที่ 3.50 บาท

เนื่องจากราคาหุ้นค่อนข้างแพง โดยราคาหุ้นในช่วง 90 วันที่ผ่านมา outperform SET ถึง 36% เราจึงปรับลดคำแนะนำหุ้น ERW เป็นขายโดยให้ราคเป้าหมายใหม่ที่ 3.50 บาท คิดเป็น EV/EBITDA ที่ 16.5x (ค่าเฉลี่ยห้าปีย้อนหลัง +1 S.D.) เรามองว่า upside ของประมาณการของเราได้แก่การค้นพบวัคซีนเร็วเกินคาด และ downside จะมาจากการระบาดระลอกสอง