คาดก่าไรปี 2563 ยังเติบโตจากฐานก่าไรที่ต่่าในปีที่ผ่านมา
ปรับตัวรับผลกระทบจาก COVID-19
บริษัทได้มีการปรับ Presales ในปี 2563 ลงเหลือ 16,600 ล้านบาท (เดิม 20,000 ล้านบาท) เนื่องจากมีแผนเลื่อนการเปิดตัวโครงการ Ideo พหล-สะพานควาย ออกไปเป็นปี 2564 จากเดิมที่จะเปิดในช่วง 2Q63 เนื่องจากในปี 2563 บริษัทจะเน้นการระบายสต๊อกโครงการพร้อมอยู่ นอกจากนี้ยังได้ลดเป้าการโอนลง 10% เหลือ 20,000 ล้านบาท หลังจากคาดว่าจะได้รับผลกระทบจากการระบายสต๊อกโครงการในช่วงที่ COVID-19 แพร่ระบาด
ปรับประมาณการก่าไรในปี 2563 - 2564 ลง
เราปรับประมาณการรายได้ในปี 2563 ลง 17% เหลือ 6,816 ล้านบาท และในปี 2564 ลง 16% เหลือ 8,077 ล้านบาท เพื่อสะท้อนกาลังซื้อของผู้บริโภคที่ลดลง ประกอบกับความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของธนาคาร ทาให้เราคาดว่าการระบายสต๊อกจะเป็นไปได้ช้าลง ทาให้เราประเมินกาไรสุทธิในปี 2563 เหลือ 785 ล้านบาท (ลดลง 13% จากเดิม) และในปี 2564 เหลือ 849 ล้านบาท (ลดลง 8% จากเดิม) เราคาดว่ากาไรสุทธิ 2H63 จะออกมาโดดเด่น จาก 5 โครงการที่แล้วเสร็จใหม่ ซึ่งมี Backlog รองรับแล้วกว่า 10,800 ล้านบาท
ก่าไรสุทธิ 1Q63 ที่ 150 ล้านบาท (-35%YoY แต่ +27%QoQ)
รายงานกาไรสุทธิ 1Q63 ที่ 150 ล้านบาท (-35%YoY แต่ +27%QoQ) โดยหลักมาจากกาไรจากขายเงินลงทุนในบริษัทย่อย (พีระ เซอร์กิต วัน จากัด) จานวน 356 ล้านบาท ในส่วนของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ลดลง 22%YoY เหลือ 601 ล้านบาท เนื่องจากโครงการที่โอนในไตรมาสนี้เป็นโครงการ JVs (Ideo Q Victory และ Elio Del Nest ทั้ง 2 โครงการเริ่มโอนเดือน มี.ค.) โดยบริษัทได้บันทึกกาไรจากเงินลงทุนในกิจการร่วมค้าจานวน 160 ล้านบาท สาหรับค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ลดลง 28%YoY เหลือ 503 ล้านบาท โดยลดลงจากการควบคุมค่าใช้จ่ายตามแผนการดาเนินงานประจาปี ขณะที่ยอด Presales อยู่ที่ 4,350 ล้านบาท ดีกว่าเป้าหมายของบริษัท และคิดเป็น 26% ของเป้าปี 2563
เราแนะน่า “ซื้อ” ให้ราคาเป้าหมายใหม่ที่ 1.90 บาท
เรายังคงคาแนะนา “ซื้อ” แม้เราจะปรับลดประมาณการกาไรสุทธิในปี 2563-64 ลง เนื่องจาก (1) Backlog ที่จะโอนในช่วงที่เหลือของปี 2563 Secure เป้าโอนของเราแล้ว 65% (2) เราเริ่มเห็นสัญญาณของการแพร่ระบาด COVID-19 ที่คลี่คลายลง ซึ่งจะเป็นปัจจัยเร่งยอด Presales และยอดโอนในช่วง 2H63 และ (3) เรายังเชื่อว่าโครงการตามแนวรถไฟฟ้า ยังมีอุปสงค์อย่างต่อเนื่อง ทาให้เรามั่นใจว่าประมาณการกาไรสุทธิในปี 2563 ที่ 785 ล้านบาท ยังมีความเป็นไปได้ ประกอบกับความกังวลต่อประเด็นหุ้นกู้คลี่คลายลง หลังบริษัทยังมีสถานะทางการเงินที่เพียงพอต่อการชาระหุ้นกู้ที่จะครบกาหนดในปี 2563 แม้แต่ในกรณีที่ไม่สามารถ Rollover ได้ ทั้งนี้ราคาหุ้นปรับตัวลงกว่า 45%YTD ทาให้ราคา ณ ปัจจุบัน มี Upside จากมูลค่าพื้นฐานที่เราให้ไว้ที่ 1.90 บาท อิง PER 8.0 เท่า อยู่ 30% เราแนะนา “ซื้อ” โดยคาดอัตราเงินปันผลในปี 2563 ที่ 0.12 บาทต่อหุ้น








