วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘เงินบาท’ เปิดตลาดเช้านี้ ‘แข็งค่า ’ที่ 32.74 บาทต่อดอลลาร์

นักลงทุนกลับมากังวลเศรษฐกิจสหรัฐอาจเข้าสู่ภาวะถดถอยรุนแรงสุดในประวัติศาสตร์ ในวันนี้จับตาการประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนทั่วโลกและเฟดชี้แจ้งการรักษาเสถียรภาพ ขณะที่ราคาน้ำมันยังอยู่ระดับต่ำสุดในรอบ20ปีและต่างชาติยังทยอยขายหุ้นและบอนด์ในไทย

นายจิติพล พฤกษาเมธานันท์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิจัยตลาดการเงิน บริษัทหลักทรัพย์ไทยพาณิชย์ จำกัด (SCBS)  เปิดเผยว่า  ค่าเงินบาทเปิดเช้าวันนี้ที่ระดับ 32.74 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าจากช่วงปิดสิ้นวันทำการก่อนที่ระดับ 32.65 บาทต่อดอลลาร์ มองกรอบเงินบาทวันนี้ 32.65-32.85 บาทต่อดอลลาร์

โดยในช่วงคืนที่ผ่านมา ดัชนี S&P500 ของสหรัฐ ปรับตัวลง 2.2% ขณะที่ Euro Stoxx 600 ร่วงลงตามถึง 3.2% เพราะนักลงทุนกลับมากังวลกับตัวเลขเศรษฐกิจที่ล่าสุดชี้ว่าผลของการควบคุมาการระบาดของไวรัส ทำให้เศรษฐกิจสหรัฐอาจต้องเข้าสู่ภาวะถดถอยรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์

อย่างไรก็ดี พันธบัตรรัฐบาลของประเทศปลอดภัยทั่วโลกยังพึ่งพาได้ โดยยีลด์สหรัฐและเยอรมันอายุ 10ปี ปรับตัวลงทันที 8-11bps มาที่ระดับ 0.64% และ -0.47% ตามลำดับ แสดงให้เห็นว่าตลาดยังคงเชื่อมั่นในเหล่าประเทศใหญ่ สวนทางกับบอนด์ยีลด์ของบราซิลและอิตาลีที่ปรับตัวขึ้น 10-20bps

ความเคลื่อนไหวดังกล่าว เป็นบวกกับค่าเงินดอลลาร์มากที่สุด ส่งผลให้ Dollar Index ปรับตัวขึ้น 0.8% ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นวันเดียวมากที่สุดในช่วงเดือนที่ผ่านมา และสกุลเงินผันผวนสูงอย่าง ดอลลาร์ออสเตรเลีย (AUD) รูเบิลรัสเซีย (RUB) และแรนด์แอฟริกาใต้ (ZAR) เป็นสามสกุลเงินหลักที่ปรับตัวลงวันเดียวเกินกว่า 2.0%

สำหรับวันนี้ ประเด็นที่ต้องติดตามต่อคือการประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนทั่วโลก ซึ่งจะกดดันตลาดทุนต่อเนื่องขณะเดียวกัน ก็มีกำหนดการที่คณะกรรมการนโยบายการเงินธนาคารกลางสหรัฐหรือเฟด จะออกมาให้ข้อมูลเศรษฐกิจและชี้แจงการรักษาเสถียรภาพของตลาดการเงินเป็นตัวประคองไว้

จุดที่น่าสนใจคือราคาน้ำมันดิบ WTI ซึ่งปัจจุบันอยู่ในระดับต่ำที่สุดในรอบกว่า 20 ปี โดยเราเชื่อว่า เป็นตัวแปรเบื้องต้นที่สามารถนำมาใช้ชี้วัดทิศทางของสินทรัพย์ทางการเงินสำหรับกรณีที่ผู้กำหนดนโยบายไม่สามารถประคองตลาดไว้ได้

ฝั่งของเงินบาท ระยะสั้นยังคงไม่มีสภาพคล่องมาก เนื่องจากการซื้อขายของทั้งผู้นำเข้าและผู้ส่งออกยังไม่กลับมา ขณะที่นักลงทุนต่างชาติก็ทยอยขายสินทรัพย์ในไทยต่อเนื่องแม้บอนด์ยีลด์จะปรับตัวลดลงบ้างแล้ว ในช่วงนี้เรายังคงมองว่าทิศทางของตลาดทุนเอเชีย เป็นปัจจัยหลักในการกำหนดทิศทางของเงินบาท