ประมาณการ 1Q63: กำไรจากธุรกิจหลักจะตก YoY แต่เพิ่มขึ้น QoQ
Event
แนวโน้มอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์
lmpact
ประมาณการ 1Q63: กำไรจากธุรกิจหลักจะตก YoY แต่เพิ่มขึ้น QoQ
เราคาดว่ากำไรจากธุรกิจหลักรวมใน 1Q63 ของหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ที่เราดูแลอยู่ (Delta Electronics (Thailand) (DELTA.BK/DELTA TB)*, Hana Microelectronics (HANA.BK/HANA TB)*, KCE Electronics (KCE.BK/KCE TB)* และ SVI (SVI.BK/SVI TB)) จะอยู่ที่ 1.3 พันล้านบาท (-19% YoY, +24% QoQ) จากยอดขายรวมที่ 753 ล้านเหรียญ (-5% YoY, -0.9% QoQ) เพราะถูกกระทบจากสถานการณ์การระบาดของ Covid-19 ซึ่งทำให้ supply chain ในจีนสะดุด และอุตสาหกรรมยานยนต์ในยุโรปอ่อนแอ ทั้งนี้ อัตราแลกเปลี่ยนเฉลี่ยใน 1Q63 อยู่ที่ 31.30 บาท/US$ จาก 1.40 บาท/US$ ใน 1Q62 และ 30.40 บาท/US$ ใน 4Q62 ดังนั้น เราจึงคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นเฉลี่ยจะอยู่ที่ 16.5% (-0.5ppt YoY,+0.6 ppt QoQ)
การแพร่ระบาดของ Covid-19 อาจจะทำให้วัฏจักรขาขึ้นในปี 2563 ช้าลง
เราคาดว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของ Covid-19 จะยังคงทำให้ supply chain สะดุด และทำให้เกิดความไม่แน่นอนทางด้านอุปสงค์ ซึ่งจะกดดันแนวโน้มในระยะสั้น และจะฉุดให้วัฏจักรขาขึ้นในปีนี้ช้าลง โดยแนวโน้มหลักยังคงอยู่ในช่วงปี 2563-65 เรามองว่าปัจจัยสำคัญที่จะสนับสนุนให้อุตสาหกรรมอยู่ในขาขึ้นได้แก่ i) PMI ของจีนพุ่งขึ้นมาอยู่ที่ 52.0 ในเดือนมีนาคม จาก 35.7 ในเดือนกุมภาพันธ์หลังจากเริ่มกลับมาเปิดดำเนินการอีกครั้ง (Figure 7) ii) กระแสความนิยม smartphone ระบบ 5G ยังคงดำเนินต่อไป โดยคาดว่า 5G penetration rate จะอยู่ที่ 33% ในปี 2564 iii) ยอดส่งออก server โลกเติบโต
อย่างแข็งแกร่งที่ 5% YoY เนื่องจาก hyper scale data centers ตั้งงบ CAPEX เอาไว้ก้อนใหญ่ และ iv) กระแส de-Americanization จะทำให้ supply chain ของจีนลดการพึ่งพาสหรัฐ ทั้งนี้ ในบทวิเคราะห์เศรษฐกิจของ KGI Taiwan 2Q20 global investment outlook: Stay cautious in 1H20, look to risk assets in 2H20 แนะนำให้นักลงทุนเปลี่ยนมาถือหุ้น cyclical stocks โดยพาะอย่างยิ่งหุ้นเทคโนโลยีที่จะถูกขับเคลื่อนโดยเทคโนโลยี 5G ซึ่งรวมถึงหุ้น semiconductor ด้วยใน 2H63
แนะนำให้ใช้กลยุทธ์เลือกหุ้นเป็นรายตัว
เราปรับลดประมาณการกำไรปีนี้ของบริษัทในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ที่เราดูแลอยู่ลงมาแล้ว 34% YTD และปรับลดประมาณการปี 2564 ลงมาแล้ว 18% เพื่อสะท้อนถึงผลกระทบจากการแพร่ระบาดของ Covid-19 ดังนั้น เราจึงคาดว่ากำไรของกลุ่มจะหดตัว 16% YoY ในปี 2563 ก่อนที่จะกลับมาโต 34% ในปี 2564 ตามการฟื้นตัวของยอดขาย (สมมติฐานอัตราการเติบโตของยอดขายเฉลี่ย 12%) และอัตรากำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้น ~1.0ppt จากการอ่อนค่าของเงินบาท และการประหยัดต่อขนาด ทั้งนี้ ราคาหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ร่วงลงมาแล้วถึงเกือบ 50% ในเดือนที่แล้ว ซึ่งอาจจะเป็น overaction จากสถานการณ์โรค
ระบาด และการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก เราคิดว่าความเสี่ยงจะมาจากการที่โรคระบาดกินเวลานานกว่าที่คาดไว้ ซึ่งจะทำให้การขยับไปใช้เทคโนโลยีใหม่ต้องใช้เวลานานขึ้น เราแนะนำให้ใช้กลยุทธ์เลือกหุ้นเป็นรายตัว โดยคาดว่าหุ้นที่มีส่วนสัมพันธ์อย่างมากกับ 5G smartphone โดยเฉพาะหุ้นที่มีสายสัมพันธ์ทางธุรกิจกับจีนจะเป็นตัวเลือกที่ดีท่ามกลางกระแส de-Americanization และการที่กิจการในจีนกลับมาเปิดดำเนินการอีกครั้ง
Valuation & Action
เรายังคงให้น้ำหนักหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์เท่ากับตลาดจากการนำเทคโนโลยี 5G มาใช้ โดยมองว่าความเสี่ยงในระยะสั้นจะมาจากการที่ supply chain สะดุด และความไม่แน่นอนทางด้านอุปสงค์ ซึ่งจะฉุดให้วัฏจักรขาขึ้นในปี 2563 ช้าลง เราแนะนำให้ใช้กลยุทธ์เลือกหุ้นเป็นรายตัว ทั้งนี้ เราเลือก HANA เป็นหุ้นเด่นในกลุ่ม เพราะ ~32% ของรายได้รวมมีส่วนเกี่ยวข้องกับ smartphone ซึ่งคาดว่าจะได้อานิสงส์จากการเร่งใช้ระบบ 5G นอกจากนี้ งบดุลที่แข็งแกร่งโดยมีสถานะเงินสดต่อหุ้นที่ 6.80 บาท และยังจ่ายเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอ (ราคาปิดล่าสุดคิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่ 4.9%) ก็จะเป็นปัจจัยที่
ช่วยค้ำราคาหุ้น เราแนะนำให้ซื้อ HANA และให้ราคาเป้ าหมายที่ 36.00 บาท อิงจาก PER ที่18.0x
Risks
ภัยธรรมชาติ มีการปิดโรงงานนอกแผน ลูกค้าเปลี่ยนไปสั่งสินค้าจาก supplier รายอื่น วัตถุดิบขาดแคลนและเงินบาทแข็งค่าขึ้น







