“วิจัยกรุงศรี” หั่น “จีดีพี” ปีนี้ติดลบ 5% แม้ได้มาตรการรัฐอัดฉีดแต่ยังไม่เพียงพอ เผย “ซอฟท์โลน” จากแบงก์ชาตยังน้อยแค่ 5 แสนล้าน เทียบกับความต้องการของบริษัทต่างๆ ที่ปัจจุบันมีรวมกว่า 1.7 ล้านล้าน
นายสมประวิณ มันประเสริฐ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสูงสุด ศูนย์วิจัย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา หรือ “วิจัยกรุงศรี” กล่าวว่า วิจัยกรุงศรี ได้ปรับลดคาดการณ์การขยายตัวเศรษฐกิจไทยในปีนี้เป็นติดลบ 5% จากเดิมที่คาดว่าจะหดตัว 0.8% โดยประมาณการใหม่นี้ได้รวมมาตรการของภาครัฐวงเงิน 1.9 ล้านล้านบาทไว้เรียบร้อยแล้ว
มาตรการของภาครัฐที่ออกมาวงเงิน 1.9 ล้านล้านบาท แบ่งเป็น 3 ก้อน คือ ก้อนที่กระทรวงการคลังจะออกพระราชกำหนด(พ.ร.ก.) กู้เงิน 1 ล้านล้านบาท ใช้ใน 3 ส่วน คือ ดูแลด้านสาธารณสุข เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือ โควิด-19 และใช้กระตุ้นเศรษฐกิจหลังวิกฤติโควิดสงบลง
ส่วนอีก 2 ก้อน คือ พ.ร.ก.ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ(ซอฟท์โลน) 5 แสนล้านบาท เพื่อใช้ดูแลสภาพคล่องของภาคธุรกิจ และ พ.ร.ก.ให้อำนาจรักษาเสถียรภาพในตลาดการเงินวงเงิน 4 แสนล้านบาท
นายสมประวิณ กล่าวว่า ในส่วนของซอฟท์โลน 5 แสนล้านบาท อาจยังไม่เพียงพอที่จะดูแลสภาพคล่องของภาคธุรกิจทั้งระบบ เพราะเท่าที่ วิจัยกรุงศรี ได้สร้างแบบจำลองเพื่อประเมินความต้องการใช้แหล่งเงินในการดูแลสภาพคล่องของตัวธุรกิจ พบว่า ต้องใช้วงเงินสูงถึง 1.7 ล้านล้านบาท
“ดูแล้วเศรษฐกิจยังมีความเสี่ยงด้านต่ำอยู่พอสมควร จากรายงานที่เราคำนวณเรื่องสภาพคล่องของบริษัทต่างๆ พบว่า มีสูงถึง 1.7 ล้านล้าน ในขณะที่ ซอฟท์โลนของแบงก์ชาติมีเพียง 5 แสนล้านบาทเท่านั้น ซึ่งเงินก้อนนี้หมายถึง บริษัทต้องนำไปใช้เพื่อหล่อเลี้ยงธุรกิจ เพื่อให้ยังดำเนินกิจการได้ต่อโดยไม่ต้องปิดตัว”









