ออมสินอัดฉีดเงินกู้ซอฟท์โลน 1.5 แสนล้านบาท ผ่านแบงก์พาณิชย์-แบงก์รัฐช่วยปล่อยกู้ผู้ประกอบการได้รับผลกระทบโควิด-19 คาดช่วยผู้ประกอบการได้ถึง 7.5 พันราย โดยได้จัดลงนามบันทึกข้อตกลงฯ ออนไลน์ ผ่านวีดีโอคอนเฟอร์เรนท์วานนี้
วันนี้(20มี.ค.)ได้มีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ(ซอฟท์โลน)เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมจากการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่(โควิด-19)ระหว่างธนาคารออมสิน กับ สถาบันการเงินและสถาบันการเงินเฉพาะกิจรวม 20 แห่ง ผ่านระบบการประชุมทางไกลผ่านจอภาพ หรือ VDO Conference
นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ซอฟท์โลนดังกล่าวนั้น จะเป็นเงินทุนสำหรับเสริมสภาพคล่องและลงทุน ให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนผ่านกลไกของธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ และธนาคารพาณิชย์ ที่ร่วมผนึกกำลังเป็นแหล่งทุนสนับสนุน รวมถึง เพื่อแบ่งเบาภาระของผู้ประกอบการในช่วงที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของเชื้อ โควิด-19 เป็นการเร่งด่วน
ทั้งนี้ ซอฟท์โลนดังกล่าวเป็นตามที่รัฐบาลได้ดำเนินมาตรการเพื่อป้องกันและแก้ไขสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งส่งผลต่อการดำเนินชีวิตของประชาชนโดยรวม ขณะที่ รัฐบาลได้ดำเนินมาตรการช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสดังกล่าว ซึ่งคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 10 มี.ค. 2563 ได้มีมติเห็นชอบมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำดังกล่าว เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมจากการระบาดของเชื้อโควิด-19
โดยกระทรวงการคลังได้มอบหมายให้ธนาคารออมสินเร่งดำเนินการเป็นผู้สนับสนุนเงินทุนดอกเบี้ยต่ำวงเงินโครงการรวม 1.5 แสนล้านบาท เพื่อให้สถาบันการเงินปล่อยสินเชื่อแก่ผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของเชื้อโควิด-19 ภายในวงเงิน 1.35 แสนล้านบาท และให้ธนาคารออมสินให้สินเชื่อโดยตรงในวงเงินอีก 1.5 หมื่นล้านบาท วงเงินกู้รายละไม่เกิน 20 ล้านบาท คิดอัตราดอกเบี้ยเพียง 2.00% ต่อปี เป็นระยะเวลา 2 ปี โดยสามารถยื่นขอสินเชื่อได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 30 ธ.ค. 2563
“คาดว่าโครงการนี้จะช่วยให้ผู้ประกอบการมีเงินหมุนเวียนดำเนินธุรกิจได้ต่อเนื่องอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่น้อยกว่า 7.5 พันราย และจากเครือข่ายสาขาของสถาบันการเงินทุกแห่งเข้าร่วมโครงการ จะช่วยให้เม็ดเงินจากโครงการนี้เข้าถึงลูกค้าและระบบเศรษฐกิจได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ซึ่งจะทำให้ผู้ประกอบการผ่อนคลายความกังวล มีความเข้มแข็งที่จะดำเนินกิจการภายใต้ความกดดันของพิษภัยจากเชื้อไวรัสโควิด-19 นี้ได้”
อย่างไรก็ตาม ธนาคารออมสินยังมีมาตรการให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าวตามความจำเป็นและความสามารถในการชำระหนี้ของกิจการ สำหรับลูกค้ารายใหม่และลูกค้าเดิมของธนาคารออมสินสามารถขอสินเชื่อประชารัฐสร้างไทย หรือ สินเชื่อ GSB SMEs Extra Liquidity ก็ได้ อีกทั้งยังมีมาตรการผ่อนปรนเงื่อนไขการชำระหนี้สำหรับลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย โดยคาดว่าจะสามารถช่วยให้ผู้ประกอบการยังคงมีศักยภาพในการดำเนินธุรกิจ และพลิกฟื้นธุรกิจได้ต่อไป









