ปัจจัยตลาดหุ้นวันนี้มีทั้งข่าวลบและข่าวบวกเข้ามาเพิ่มเติม แต่ข่าวลบยังคงมีน้ำหนักมากกว่าในวันนี้
KGI ประเมิน SET Index วันพุธปรับลงต่อ แต่ไม่น่าแรง... หลังจากเมื่อวานนี้ ดัชนีฯ ผันผวนตลอดวันก่อนปิดลบไม่รุนแรงนัก (เป็นไปตามที่คาด)... ส่วนปัจจัยตลาดหุ้นวันนี้มีทั้งข่าวลบและข่าวบวกเข้ามาเพิ่มเติม แต่เรามองว่าข่าวลบยังคงมีน้ำหนักมากกว่าในวันนี้ โดยข่าวลบได้แก่ i) ราคาน้ำมันดิบ WTi ที่
ร่วงแรง 6% และลดลงต่อเช้าวันนี้ ตามการลดลงรุนแรงของอุปสงค์น้ำมันและสงครามราคาน้ำมัน... คาดว่าหุ้นพลังงานจะ under-perform ตลาดรวม ii) สถานการณ์ไวรัส Covid-19 รุนแรงขึ้นทั้งในต่างประเทศและไทย สหรัฐฯ ติดเชื้อทุกรัฐฯ แล้ว ทั้ง 50 รัฐฯ และทวีปยุโรปประกาศปิดพรมแดนเป็นเวลา 30 วันน่าจะกดดันเศรษฐกิจโลกและอุปสงค์ต่อการเดินทาง รวมทั้งแนวโน้มนักท่องเที่ยวต่อไปอีก... อย่างไรก็ดี ความเสี่ยงทางลงของ SET Index น่าจะไม่มากแล้ว ทั้งในเชิงของ valuations ในระดับต่ำ และปัจจัยบวกจากฝั่งสหรัฐฯ หลังทำเนียบขาวแถลงเตรียมเสนอสภาคองเกรสอนุมัติมาตรการการคลัง 1 ล้านล้าน
ดอลลาร์ฯ (สรุปแผนคร่าวๆ ของสหรัฐฯ คือแจกเงิน 2 แสนล้านดอลลาร์ฯ / ลดภาษีเงินเดือน 3 แสนล้านดอลลาร์ฯ / และอีก 5 แสนล้านดอลลาร์ฯ ใช้ช่วยภาคธุรกิจต่างๆ รวมทั้งการให้ธุรกิจและประชาชนเลื่อนการจ่ายภาษีออกไปก่อน)
ด้านความเสี่ยงทางลงของ SET Index นั้น ฝ่ายวิจัยฯ ยังคงมอง 2 กรณี (scenarios) ได้แก่กรณีฐานที่คำนวณจาก earnings yield gap (EYG) ที่ 7.0% หรือดัชนีฯ 1,000 จุด และกรณีเลวร้ายที่ EYG ที่ 8.0% เท่ากับช่วงวิกฤตสหรัฐฯ ปี 2551 คำนวณดัชนีฯ ได้ 880 จุด (เราใช้สมมติฐาน EPS ตลาดหุ้นไทยปี 2563 ที่ 80 จุด และดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาลไทย 10 ปีที่ 1.0%)... รายละเอียดตามตารางด้านล่าง
หุ้นเด่นวันนี้ ตามปัจจัยพื้นฐาน
เริ่มมองหาโอกาสลงทุน แต่ยังต้องระมัดระวัง
- เริ่มมองหาโอกาสลงทุน แต่ยังต้องระมัดระวัง เราประเมิน Valuation หุ้นไทยขณะนี้ "ไม่แพง" แม้สถานการณ์ปัจจุบันจะทำให้มีแนวโน้มที่ผลการดำเนินงาน 1Q63 ส่วนใหญ่จะอ่อนแอ แต่สำหรับหุ้นพื้นฐานดี + หนี้ต่ำ + พร้อมฟื้นตัวได้ใน 2H63 ถือเป็นโอกาสในการซื้อของถูก รวมทั้งล่าสุดจากการปรับเกณฑ์ Ceiling-Floor เหลือ ±15% และการปรับเกณฑ์ Circuit breaker ใหม่ คาดว่าความผันผวนในตลาดฯจะลดลง เราแบ่งกลุ่มการลงทุนออกเป็นกลยุทธ์ดังนี้
1) หุ้นที่เข้าสะสมได้ ใช้กลยุทธ์ Dollar cost average: เน้นหุ้นถูก + หนีต้ ่ำ + ได้รับผลกระทบน้อย INTUCH* (DE < 1 เท่า, Dividend yield >6.4%), EGCO* (D/E < 1 เท่า, Dividend yield +3.5%), BCPG* (PE 8.6 เท่า ต่ำสุดตัง้ แต่เข้าเทรดในตลาดฯ, Dividend yield 6.3%, D/E 1.4 เท่า) ... หุ้นกลุ่มนี้เน้นทยอยสะสม
2) หุ้นที่รอให้สถานการณ์เลวร้าย หรือมี Panic sell: เราประเมินหุ้นกลุ่มขนส่งอย่าง AOT*, BTS*,BEM* มีโอกาสที่จะถูกกดดันต่อเนื่องจากสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสฯ รวมทั้งในกรณีเลวร้ายหากประเทศไทยเข้าสู่ระยะที่ 3 มีโอกาสที่หุ้นกลุ่มนี้เกิด Panic sell ซึ่งเราประเมินว่าเป็นโอกาสใน
การเข้าซื้อ เพื่อการลงทุนระยะยาว เนื่องจากประเมินสถานการณ์นี้จะเกิดขึ้นเพียงระยะสั้นไม่เกิน 1ปี จึงไม่กระทบต่อปัจจัยพื้นฐาน ขณะที่สถานทางการเงินหุ้นกลุ่มนี้แข็งแกร่ง ... หุ้นกลุ่มนี้รอ Panicsell หรือรอสถานการณ์เลวร้ายอีกครั้ง
3) "หุ้นถูก" ถ้าไม่เกิดวิกฤตฯ ไม่น่าเห็นราคานี้ : เราประเมินในขณะนีมี้หุ้นหลายตัวที่ปรับลงจนราคาถูก บางตัวราคาลงไปต่ำกว่าหรือใกล้เคียงสินทรัพย์สุทธิ (สินทรัพย์-หนี้สิน) หรือ Replacement cost (ต้นทุนการสร้างโรงงานใหม่) ในทางทฤษฎีอาจถือว่าเป็นเป้าหมายการ Take-over ได้เช่นกัน โดยเรา
เลือกหุ้นที่สถานะทางการเงินปลอดภัย ได้แก่ AMATA* (ราคาทุนของที่ดินหักด้วยหนี้สินเท่ากับ 9 บาท/หุ้น), SCCC (ราคาตอนนี ้ Discount จาก Replacement cost หรือต้นทุนการสร้างโรงงานปูนซีเมนต์ใหม่มากกว่า 50%), BBL* (PBV 0.41 เท่า ใกล้ระดับวิกฤตต้มยำกุ้งปี 2540) ... หุ้นกลุ่มนี้
ทยอยสะสมได้สำหรับลงทุนระยะยาว หรือหากมี Panic sell น่าซื้อเก็งกำไร
หุ้นมีข่าว
(-) 'อสังหาฯ' หั่นงบโฆษณา ฉุดภาพรวม 2 เดือนโตต่ำ (กรุงเทพธุรกิจ) "นีลเส็น" เผยเม็ดเงินโฆษณา 2 เดือนแรกปี 63 โตแค่ 1% มูลค่ากว่า 1.7 หมื่นล้านบาท พบอุตฯอสังหาฯ หั่นงบลงถึง 28%ตามด้วยอุตฯอาหาร เครื่องดื่ม หั่นงบลง 2%
(+) อนุมัติ 1.7 หมื่นล.ฝ่าวิกฤติไวรัส (ไทยโพสต์) ครม.ทุ่มงบประมาณเยียวยา ปชช.สู้ภัยโควิด-19 ไฟเขียวลดค่าน้ำ -ค่าไฟ คืนเงินประกันมิเตอร์ อนุมัติงบกลาง 1.73 หมื่นล้านจัดสรรหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแจกหน้ากากอนามัยให้ สธ.เพิ่มเป็น 1 ล้านชิ้น ผุด กก.เฉพาะกิจ ป้องกันกักตุนสินค้า "เทวัญ" เผยบริษัทผู้ผลิตขนาดใหญ่ยืนยันสินค้าอุปโภคบริโภคเพียงพออย่าตื่นตระหนก "จุรินทร์" เบรก "วิชัย" ไม่ให้ลาออก ยอมรับนายกฯ แจ้งให้ทราบภายหลังสั่งเด้งแล้ว
(+) BGRIM* จบอ่างทอง ได้ไฟเพิ่ม 123MW เสริมพอร์ตแกร่ง (ทันหุ้น) BGRIM* ปิดดีลซื้อหุ้นโรงไฟฟ้าอ่างทอง เพาเวอร์ขนาด 123 เมกะวัตต์ มูลค่า 2,520 ล้านบาท ดันกำลังการผลิตรวมโครงการที่อยู่ระหว่างพัฒนาเพิ่มเป็น 3547 เมกะวัตต์ ส่งซิกทยอยเซ็นสัญญาลูกค้าใหม่จะเข้ามาอีก 31 เมกะวัตต์
ในปี 2563 และมีอีกหลายรายที่อยู่ระหว่างเจรจาคาดว่าจะได้ข้อสรุปเร็วๆ นี้
(-) THAI* เข้าสู่ภาวะฉุกเฉิน (ไทยรัฐ) หยุดบิน 50% - อาจพักชำระหนี้ - ล้มละลาย สถานภาพการบินไทยง่อนแง่นสุดขีดหลังตกอยู่ในภาวะหยุดบิน 50% ไม่มีรายได้เข้า พนักงานอาจต้องอยู่บ้านและไม่รับเงินเดือน หรือทำงานที่บ้านแทนขณะเดียวกันต้องยอมรับการประกาศพักชำระหนี้ ลดเงินเดือน ใช้โมเดล
การฟื้นฟูกิจการของ JAL และท้ายที่สุดเข้าสู่ภาวะการล้มละลาย
(+) TU* ทุ่ม 3 พันล้านซื้อคืน 200 ล้านหุ้น เริ่ม 1 เม.ย.-30 ก.ย.นี้ หวังสร้างความเชื่อมั่น (ข่าวหุ้น) บอร์ด TU* อนุมัติโครงการซื้อหุ้นคืนวงเงินไม่เกิน 3,000 ล้านบาท จำนวน 200 ล้านหุ้น ในช่วงวันที่ 1 เม.ย.-30 ก.ย. 63 หวังสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน









