วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

Down

ขึ้นขายทำกำไร หรือ Short Against Port หุ้นกลุ่มพลังงาน ธนาคาร ท่องเที่ยว

คาดการณ์ตลาดหุ้นไทยวันนี้

เราคาดดัชนีฯ Down แนวต้าน 1164 / 1187 จุด แนวรับ 1084 / 1046 จุด ประเด็นที่คาดว่าจะมีผลต่อตลาด ได้แก่ 1) -DJ Future เช้านี้ร่วงกว่า 900 จุด แม้วันศุกร์รีบาวด์กว่า 9% หลังเฟดประกาศฉุกเฉินลดดอกเบี้ยเป็น 0% ออก QE วงเงิน USD700bn และลดสำรองทางกฎหมายเป็น 0% เพื่อเพิ่มสภาพคล่อง ก่อนรัฐบาลกลุ่มG -7 ประชุมทางโทรศัพท์วันนี้ 2) +ปธน.ทรัมป์ ประกาศภาวะฉุกเฉินแห่งชาติ และเม็ดเงิน USD50bn สู้การแพร่ระบาด 3) นายกฯ เตือนประชาชนอย่าตื่นตระหนกกักตุนสินค้า (กรณีฟิลิปปินส์ตลาดหุ้นร่วง 9% หลังปธน. ประกาศปิดกรุงมนิลา 1 เดือน เริ่มวันที่ 15 มี.ค. เพื่อป้องกันการระบาด) 4) รองนายกฯ สมคิดเร่งให้หามาตรการสนับสนุนตลาดหุ้นเพิ่มเติม 5) Ex -Dividend effect มีผลต่อดัชนีฯ วันนี้ -0.57 จุด (หลักๆ TRUE TVO SIRI)

ตัวเลขเศรษฐกิจวันนี้: China -Industrial Production เดือน ม.ค. – ก.พ. คาด 1.5% YoY (Vs เดือน ธ.ค. 6.9% ), ยอดค้าปลีกเดือน ม.ค. – ก.พ. คาด 0.8% YoY (Vs เดือน ธ.ค. +8%), G7 Meeting ประชุมทางโทรศัพท์

สรุปภาวะตลาดหุ้น ทองคำ น้ำมัน วันศุกร์

+ ตลาดหุ้นไทยกลับมาปิดบวก: ตลาดหุ้นไทยฟื้นตัวหลังร่วงไปต่ำสุดที่ 969.08 จุด -145.83 จุด -13.08% และเกิด Circuit breaker ครั้งที่ 2 รอบสัปดาห์ โดยแรลลี่ขึ้นมาปิดที่ 1128.91 จุด +14 จุด +1.26% วอลุ่ม 1.19 แสนล้านบาท กลุ่มอุตฯ ขนส่ง +4.67%

+ ตลาดหุ้นโลกฟื้นตัว: ข่าวผู้นำ G-7 จะประชุมทางโทรศัพท์วันจันทร์นี้ ช่วยเพิ่มความหวังต่อการมีความร่วมมือกันในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหญ่ เป็นปัจจัยหนุนตลาดหุ้นสหรัฐฯ ช่วงท้ายตลาด DJ +9.36% S&P500 +9.29% Nasdaq +9.34% (ปรับขึ้นวันเดียวสูงสุดตั้งแต่ปี 2008) และหนุนตลาดหุ้นยุโรปกลับมาปิดบวก CAC40 +1.8% DAX +0.77% FTSE +2.46% (สัปดาห์ก่อน DJ -10.36% S&P500 -8.79% Nasdaq -8.18% DAX -20.01% CAC40 -19.86% FTSE -16.97%)

- น้ำมันดิบฟื้นเล็กน้อยแต่ทองดิ่ง: WTI +USD0.23 ปิด USD31.73/บาร์เรล Brent +USD0.63 ปิด USD33.85/บาร์เรล รับข่าวทรัมป์เสนอให้กองทุนน้ำมันสหรัฐฯ เข้ามาซื้อเพิ่มส่วนทองคำดิ่ง USD73.6 -4.63% ปิด USD1516.7/ออนซ์ จากขายสินทรัพย์ปลอดภัย (ทั้งสัปดาห์ น้ำมันดิบดิ่ง 23-25% สูงสุดตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2008และทองคำ -9.3% ร่วงสุดตั้งแต่เดือน ก.ย. 2011)

ประเด็นสำคัญ

- Fund Flow: สัปดาห์ที่ผ่านมา นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 6 ชาติในเอเชีย (ไม่รวมญี่ปุ่น) อีก -USD12.09bn (สัปดาห์ก่อนหน้าขายสุทธิ -USD4.98bn) โดยขายทุกตลาด ส่วนตลาดหุ้นไทยถูกขายต่อเป็นสัปดาห์ที่ 9 ด้วยปริมาณสูงขึ้น –USD782mn (Vs สัปดาห์ก่อน –USD513mn) ทำให้ปี 2020E YTD มีแรงขายสะสม –USD2,484mn

- COVID-19 Update: WHO รายงาน ณ วันที่ 15 มี.ค. พบผู้ติดเชื้อทั่วโลก 153,517 ราย(+10,982 รายใหม่) ผู้เสียชีวิต 5,735 ราย (+343 รายใหม่) กระจายไป 143 ประเทศ (+9) โดยนอกจีน นำโดยอิตาลี 21,157 ราย (+3,497) อิหร่าน 12,729 ราย (+1,365)

- World: USA-รัฐบาลขยายขอบเขตห้ามอังกฤษ ไอร์แลนด์ เดินทางเข้าสหรัฐฯ ตั้งแต่วันจันทร์นี้เป็นต้นไป Spain-ห้ามคนออกจากบ้าน ยกเว้นไปซื้อสิ่งของจำเป็นหรือทำงาน Thai-นายกฯ เผยมีการหารือถึงการเตรียมมาตรการรองรับหากสถานการณ์เข้าสู่ระยะที่ 3 (เราคาดว่าหากต้องมีการปิดบริเวณพื้นที่เสี่ยงเหมือนกรณีฟิลิปปินส์หรือรัฐ ลอมบาร์ดีของอิตาลี จะส่งผลลบต่อเศรษฐกิจและตลาดหุ้น)

+ จีน: ประกาศลด RRR ให้อีก 50-100 bps สำหรับธนาคารที่ปล่อยสินเชื่อให้แก่ SMEs และบริษัทเอกชน มีผลตั้งแต่วันที่ 16 มี.ค. เป็นต้นไป คาดเพิ่มสภาพคล่อง RMB550bn (ครั้งล่าสุด ลด RRR ไปเมื่อเดือน ม.ค. 2020 เพิ่มสภาพคล่อง RMB800bn)

+ ไทย: รองนายกฯ สมคิด เร่งหน่วยงานคลังศึกษาตั้งกองทุนพยุงหุ้นใช้เงินหน่วยงานรัฐ พร้อมเปิดให้เอกชนร่วมลงขันเพื่อเสนอนายกฯ ต้นสัปดาห์นี้

+/- ตัวเลขเศรษฐกิจที่ผ่านมา: USA ผลสำรวจม.มิชิแกน เผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน ก.พ. ร่วงลงสู่ 95.9 แต่ดีกว่าคาดที่ 95 (Vs เดือน ม.ค.)

กลยุทธ์: ขึ้นขายทำกำไร หรือ Short Against Port หุ้นกลุ่มพลังงาน ธนาคาร ท่องเที่ยว

หุ้นแนะนำรายสัปดาห์: EGCO MAKRO CPF

หุ้นแนะนำ Short Against Port: กลุ่มพลังงาน ธนาคาร ท่องเที่ยว (มีผลกระทบเชิงลบจากเศรษฐกิจถดถอย)

Derivatives: ใช้กลยุทธ์ Long Straddle ใน Options เก็งกำไรสั้นๆในสัปดาห์ (อ่านเพิ่มใน KTZ -D)