วันอังคาร ที่ 1 กันยายน 2569

Login
Login

มีความเสี่ยงปรับลงจนหยุดพักการซื้อขาย (circuit breaker) อีกรอบ

สถานการณ์ระบาดในยุโรปเข้าสู่อัตราเร่ง

จำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาใหม่เพิ่มขึ้น 8,456 ราย (จาก 7,266 ราย) ซึ่งเป็นอัตราที่เร่งขึ้นจากวันที่ 10 มี.ค.ที่เพิ่มเพียง 4,567 ราย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการเร่งตัวขึ้นของผู้ติดเชื้อในยุโรป ทำให้เริ่มเห็นการดำเนินมาตรการที่เข้มข้นขึ้น อาทิ การยกเลิกการแข่งขันกีฬา, การยกเลิกกิจกรรมที่มีผู้เข้าร่วมจำนวนมาก ขณะที่ฟิลิปินส์ประกาศปิดกรุงมะนิลา 1 เดือน และอินเดียประกาศปิดประเทศ 1 เดือน หลังผู้ติดเชื้อเพิ่ม 12 รายเป็น 74 ราย ทั้งนี้การที่สถานการณ์ยังอยู่ห่างไกลจากจุดที่ควบคุมการระบาดได้ จะยังเป็นปัจจัยกดดันการลงทุน

ตลาดผิดหวังการดำเนินนโยบายของธนาคารกลางยุโรป หุ้นยุโรปปรับลดลงในระดับ 10% เนื่องจากนักลงทุนผิดหวังการดำเนินนโยบายของ ECB เนื่องจาก 1) ไม่มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 2) การเพิ่มขนาดของ QE อีก 120,000 ล้านยูโร จากเดือนละ 20,000 ล้านยูโร (หรือเพิ่มราว 1 หมื่นล้านยูโร/เดือน) เป็นตัวเลขที่ตลาดมองว่าน้อยเกินไป 3) การเพิ่มวงเงิน TLTRO ที่ช่วยเหลือสถาบันการเงินต่างๆ มี่มีส่วนช่วยโดยตรงต่อตลาดหุ้นและสินทรัพย์เสี่ยง ดังนั้นหุ้นยุโรปโดยรวมจึงปรับลดลงจากระดับ -5% ก่อนการแถลงของ ECB เป็นมากกว่า -10% หลังการแถลง

ต่ำกว่าปัจจัยพื้นฐาน แต่ก็มีโอกาสปรับลดลงต่อ ถึงแม้ราคาหุ้นหลายตัวจะลดลงจนเริ่มต่ำกว่าปัจจัยพื้นฐาน หรือลดลงจนระดับผลตอบแทนปันผลอยู่ในระดับที่สูง แต่สถานการณ์ระยะสั้นมีความเสี่ยงต่อการปรับลดลงต่อ เนื่องมาจากความกังวลถึงสถานการณ์ท่างเศรษฐกิจที่มีโมเมนตัมที่แย่ลงจะฉุดรั้งผลประกอบการเพิ่มขึ้น ประกอบกับความกังวลถึงผลกระทบของการผิดนัดชำระในตลาดตราสารหนี้อันเนื่องมาจากผลประกอบการที่อ่อนแอ ซึ่งปัจจัยข้างต้นจะทำให้บริษัทและนักลงทุนพยายามเพิ่มระดับการถือสภาพคล่องเพื่อสำรองในช่วงวิกฤติ ทำให้หุ้นหรือสินทรัพย์เสี่ยงมีความเสี่ยงที่จะต่ำกว่าปัจจัยพื้นฐานไปได้จนกว่าสถานการณ์ความกังวลต่างๆจะผ่อนคลายลงหรือผ่านจุดที่แย่ที่สุดไปแล้ว

สินทรัพย์เสี่ยงถูกกดดัน ระวังแรงปรับพอร์ตของหุ้นที่ Outperform มานาน การใช้มาตรการที่เด็ดขาดมากขึ้นในหลายประเทศ จะส่งผลกระทบต่อตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะสั้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ยังคงระวังแรงปรับพอร์ตในกลุ่มหุ้นที่เด่นกว่าตลาดจนน้ำหนักการลงทุนเริ่มผิดไปกว่าปกติ จะทำให้นักลงทุนสถาบันจำต้องลดน้ำหนักหุ้นกลุ่มดังกล่าวลงมา อาทิ กลุ่มไฟฟ้าและสื่อสาร รวมถึงระวังความผันผวนในหุ้นที่ซื้อขายด้วย Valuation ที่แพง

ภาพรวมกลยุทธ์ มีความเสี่ยงปรับลดลงทดสอบ 1,000+/- จุด จากภาวะกังวลต่อความเสี่ยงและการลดการถือครองสินทรัพย์เสี่ยงและเพิ่มสภาพคล่อง  // หุ้นแนะนำวันนี้ BPP* / ทยอยสะสม TIP*, THRE* / เก็งกำไร SFLEX* (เป้า 5.80 ตัดขาดทุน 4.90)

แนวรับ 1,000 จุด / แนวต้าน : 1,130 จุด สัดส่วน : เงินสด 70% : พอร์ตหุ้น 30%.

ประเด็นการลงทุน

ตัวเลขผู้ติดเชื้อ Covid-19 พุ่งแตะ 124,519 ราย – WHO เผยจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัส Covid-19 ทั่วโลก อย่างน้อย 124,519 ราย ขณะที่ ผู้เสียชีวิตมีจำนวนอย่างน้อย 4,607 ราย

ECB คงดอกเบี้ย แต่เพิ่ม QE ธนาคารกลาง ECB มีมติคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 0% พร้อมประกาศวงเงินเข้าซื้อพันธบัตรตามาตรการ QE อีก 1.2 แสนล้านยูโร

หอการค้าปรับลดคาดการณ์ GDP ม.หอการค้าฯ ประกาศปรับลด GDP เหลือ 1.1% คาดไตรมาส 1/63 มีโอกาสหดตัว 0.5% ก่อนฟื้นในไตรมาส 2/63 แต่เชื่อยังไม่ใช่ภาวะถดถอย

เฟดเพิ่มการอัดฉีดสภาพคล่อง พยุงตลาด – ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ประกาศอัดฉีดเม็ดเงินกว่า $1 ล้านล้าน เข้าสู่ระบบธนาคาร พร้อมเพิ่มประเภทของหลักทรัพย์ในการเข้าซื้อเพื่อลดผลกระทบ Covid-19

ค่าระวางเรือ – ล่าสุดอยู่ที่ 633 เปลี่ยนแปลง +2.00 หรือ +0.32%

ประเด็นติดตาม: 18 มี.ค. – FOMC meeting / 25 มี.ค. ประชุม กนง. / 31 มี.ค. ธปท.รายงานภาวะเศรษฐกิจไทย

(* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ ซึ่งอาจมีคำแนะนำต่างกับพื้นฐาน หรือที่ไม่ ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH ซึ่งนักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาที่เข้าซื้อ)