กรมศุลฯเผยยังไม่พบลักลอบส่งออกหน้ากากอนามัย สั่งเฝ้าระวังทุกด่านตรวจ พร้อมจ่อเอาผิดเพจอ้างกรมศุลฯกักหน้ากากนำเข้า 5 ล้านตัน
นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ อธิบดีกรมศุลกากรเปิดเผยว่า ขณะนี้ กรมฯ ได้เฝ้าระวังการลักลอบส่งออกหน้ากากอนามัย และไม่พบว่า มีการลักลอบการส่งออกหน้ากากแต่อย่างใด โดยนับตั้งแต่กระทรวงพาณิชย์ออกประกาศคุมเข้มส่งออกหน้ากากอนามัยตั้งแต่วันที่ 5 ก.พ.ที่ผ่านมา แทบจะไม่มีการส่งออกสินค้าดังกล่าวเลย
“ในการส่งออกต้องมีใบอนุญาตตามประกาศของกระทรวงพาณิชย์ ขณะนี้ ก็มีการเฝ้าระวังการส่งออก ซึ่ง ตนได้สั่งการไปยังหน่วยงานต่างๆ ทุกหน่วยงานไม่ให้ลักลอบส่งออกหน้ากากอนามัย โดยใช้เครื่องเอ็กซเรย์แสกนตู้คอนเทนเนอร์ที่น่าสงสัยว่าจะส่งออกไม่ถูกต้อง รวมถึงการวิเคราะห์ข่าวความเป็นไปได้ของการลักลอบส่งออก ซึ่งยืนยันว่ากรมเฝ้าระวังเต็มที่ ป้องกันการลักลอบส่งออกโดยไม่ถูกต้อง”
นอกจากนี้ ยังให้การท่าอากาศยานช่วยดูเรื่องการหิ้วหน้ากากอนามัยออกนอกประเทศโดยไม่มีใบอนุญาตตามประกาศ จากการเอ็กซเรย์กระเป๋าของผู้โดยสารแต่ละคนด้วย ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์อนุญาตให้ส่งออกหรือนำติดตัวได้ไม่เกินคนละ 30 ชิ้น
ส่วนกรณีมีบางเพจ ไปลงข้อมูลว่า กรมฯมีการกักตู้สินค้านำหน้ากากจำนวน 5 ล้านชิ้น และมีเจ้าหน้าที่กรมขอแบ่ง 2 ล้านชิ้นเพื่อเอาไปใช้ รวมถึง มีการกล่าวหาว่ากรมฯส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจขายเกินราคาไหมนั้น จากการตรวจสอบพบว่าข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด
ทั้งนี้ กรมฯได้ตรวจสอบข้อมูลที่ระบุว่า มีการกักตู้สินค้าที่นำเข้าหน้ากากจำนวน 5 ล้านชิ้น โดยได้ตรวจสอบนำเข้าในด่านศุลกากรต่างๆ เช่น ท่าเรือกรุงเทพ ท่าเรือแหลมฉบัง และที่สุวรรณภูมิ ไม่พบว่า มีกรณีไหนที่เจ้าหน้าที่ไปกักสินค้าดังกล่าวไว้ รวมถึง เช็คข้อมูลนำเข้าหน้ากากอนามัยก็ไม่พบผู้นำเข้าหน้ากากอนามัยจำนวน 5 ล้านชิ้นดังกล่าว
นอกจากนี้ กรมฯได้วิเคราะห์พบว่า รูปภาพหน้ากากอนามัยที่เพจดังกล่าวนำมาลง ไม่ใช่รูปหน้ากากที่ถูกกัก เพราะเป็นรูปเดียวสินค้าลงในโชปี้ ในประเทศอินโดนีเชีย แสดงว่าผู้ลงข้อมูลนี้ไม่ได้เอารูปที่ตัวเองเกี่ยวข้อง เป็นการเอารูปจากที่อื่นมา ดังนั้น จึงไม่มีข้อมูลใดสนับสนุนว่าข้อมูลที่ลงเพจเป็นเรื่องจริง ส่วนกรณีส่งเจ้าหน้าที่ไปร้านขายยา กรมฯไม่มีนโยบายให้ไปดำเนินการลักษณะดังกล่าวอยู่แล้ว เพราะไม่ใช่อำนาจหน้าที่ของกรมฯที่จะไปตรวจจับเรื่องสินค้าขายเกินราคา
“ประเมินว่า เจ้าของเพจอ้างกรมศุลกากร เพราะไม่มีหน้ากากส่งให้ลูกค้า ถ้าเจ้าของข้อมูลคิดว่าข้อมูลตัวเองเป็นเรื่องจริงให้มายืนยันว่ากับกรมฯ ซึ่งกรมฯยินดีรับฟังและแสวงหาข้อเท็จจริง แต่ถ้าไม่ถูกต้องขอให้รับผิดชอบกับสิ่งทำไปด้วย เพื่อไม่ให้สังคมสับสน ขณะนี้ กำลังพิจาณาว่าจะดำเนินการทางใดได้บ้าง แต่เบื้องต้นขอความกรุณาว่าหากรู้เท่าเท่าไม่ถึงการณ์ให้ลบข้อมูลทิ้งไป เพื่อไม่ให้เกิดความสับสน”








