วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

"น้ำมัน"ทรุดหนัก

ราคาน้ำมันดิบที่ทรุดตัวลงแรงหลังที่ประชุม OPEC และพันธมิตรในสัปดาห์ที่ผ่านมาไม่ได้ข้อสรุปในการปรับลดกำลังการผลิตน้ำมัน

ตลาดหุ้นเมื่อวันศุกร์

SET Index ปรับตัวลงแรง -26.26 จุด (-1.89%) ปิดที่ 1,365 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 5.2 หมื่นล้านบาท แม้ว่าภาวะตลาดจะมี sentiment บวกจากครม.เศรษฐกิจเตรียมพิจารณามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงินกว่า 1 แสนล้านบาท แต่ความกังวลการแพร่ระบาดไวรัส Covid-19 ที่จะฉุดให้ภาวะเศรษฐกิจทั่วโลกหดตัวนั้นเป็นแรงกดดันให้ดัชนีทรุดตัวลงแรง โดยเป็นแรงขายในกลุ่ม BANK , ENERG และ PETRO ส่วนนักลงทุนต่างชาติเป็นฝั่งขายสุทธิ 3,436 ล้านบาท และขายสุทธิในตลาดพันธบัตร 1,912 ล้านบาท อีกทั้ง Net Short TFEX 4,913 สัญญา

แนวโน้มตลาดหุ้นวันนี้

เรามีมุมมองเป็นลบคาด SET Index อ่อนตัวทดสอบบริเวณ Low เดิม 1,320 จุด จากแรงกดดันราคาน้ำมันดิบที่ทรุดตัวลงแรงหลังที่ประชุม OPEC และพันธมิตรในสัปดาห์ที่ผ่านมาไม่ได้ข้อสรุปในการปรับลดกำลังการผลิตน้ำมัน ส่งผลให้ซาอุฯออกมาตอบโต้ด้วยการปรับลดราคาขายน้ำมันลงและประกาศความพร้อมที่จะเพิ่มการผลิตน้ำมันเพื่อชิงส่วนแบ่งตลาดจากรัสเซีย ซึ่งประเด็นดังกล่าวเป็นลบต่อกลุ่มน้ำมัน โรงกลั่นและปิโตรฯอย่างหนัก นอกจากนี้ความกังวลเรื่องเดิมไวรัส Covid-19 ที่แพร่ระบาดไปทั่วโลกโดยล่าสุดจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นมากกว่า 1 แสนรายแล้วนั้นจะฉุดให้เศรษฐกิจทั่วโลกหดตัวลง ส่งผลให้ภาวะการลงทุนยังคงเป็น Risk off ต่อไป (สินทรัพย์ปลอดภัย เช่น ราคาทองคำดีดตัวขึ้นและ US Bond yield ปรับตัวลง) 

กลยุทธ์การลงทุน: Selective Buy

  • กลุ่มที่ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันดิบทรุดตัวลงแรง (TASCO, EPG, STEC, CK )
  • กลุ่มโรงแรม (CENTEL, ERW) กลุ่มค้าปลีก (CPALL, HMPRO, BJC)  ได้อานิสงส์ครม.เศรษฐกิจออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน 1 แสนล้านบาท
  • กลุ่มไฟแนนซ์ (MTC, SAWAD, KTC) ตอบรับต้นทุนการเงินลดลงจากแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยที่ปรับลง
  • กลุ่ม Defensive และปันผลสูง ADVANC, INTUCH, TTW

หุ้นแนะนำวันนี้

  • ADVANC (ปิด 196 ซื้อ/เป้า 247 บาท) ได้รับผลกระทบจากไวรัส Covid-19 น้อยสุดเมื่อเทียบกับกลุ่มอุตสาหกรรมอื่นๆ และยังได้ผลบวกจากการลดลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล คาดมีการย้ายเงินลงทุนเข้าหุ้นที่จ่ายปันผลสม่ำเสมอและให้ Dividend yield สูงเพิ่มมากขึ้น (ADVANC ปี 2020 คาดจ่ายปันผล 7.9 บาทต่อหุ้นให้ Dividend yield ประมาณ 3.9%)
  • TU (ปิด 15.4 ซื้อ/เป้า 17.5) ได้ Sentiment บวกค่าเงินบาทกลับมาอ่อนค่าเมื่อเทียบกับ US dollar และ Euro คาด TU ได้ประโยชน์มากสุดเพราะมีสัดส่วนรายได้จากการส่งออกมากที่สุดของกลุ่มคิดเป็น 75% ของรายได้รวม แนวโน้มกำไรสุทธิ 1Q20 โตต่อเนื่องจากมาร์จิ้นและปริมาณขายเพิ่มขึ้น หลังจากราคาทูน่ากลับมาเร่งตัวขึ้นจาก USD900/ตันในช่วง 3Q19 เป็น USD1,450/ตัน ในปัจจุบัน

บทวิเคราะห์วันนี้

CENTEL (ปิด 21.1 ปรับเป็นซื้อ/เป้าใหม่ 24 เดิม 27), Energy Sector (Top pick: IVL, VNT)

ประเด็นสำคัญวันนี้

  • (-) กลุ่มธุรกิจน้ำมัน – ซาร์อุฯช็อคตลาดน้ำมันประกาศลดราคาเพื่อแย่งส่วนแบ่งการตลาดและตอบโต้ที่รัสเซียไม่ยอมลดกำลังการผลิตตามข้อตกลง: ราคาน้ำมันดิบผันผวนหนักเมื่อวันศุกร์ร่วงแรงกว่า 4.62 ดอลลาร์ (-10%) ปิดที่ 41.28 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เนื่องจากนักลงทุนผิดกลุ่ม OPEC + Non OPEC ไม่สามารถบรรลุข้อตกลงในการปรับลดกำลังการผลิตและไม่มีความคืบหน้าสำหรับการขยายเวลาลดกำลังการผลิต นั่นหมายความว่าตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.2020 ทุกชาติสมาชิกจะกลับไปทำการผลิตในระดับปกติ เพื่อตอบโต้และแย่งส่วนแบ่งการตลาด ซาอุฯประกาศลดราคาขายน้ำมัน (Crude premium) ของตัวเองทันที ส่งผลให้เช้าวันนี้ราคาน้ำมันดิบร่วงหน้าปรับตัวลงในทุกตลาด ( WTI future ร่วง 8 ดอลลาร์ หรือ-20% อยู่ที่ระดับ32.9 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล) เป็นลบต่อผลการดำเนินงานและ Sentiment การลงทุนในหุ้นกลุ่มธุรกิจน้ำมัน โดยเฉพาะ PTTEP และหุ้นในกลุ่มโรงกลั่น TOP SPRC BCP PTTGC (มีผลขาดทุนจากสต๊อกน้ำมันดิบ) ส่วนกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากน้ำมันลง อาทิ กลุ่มขนส่ง (AAV THAI PSL) และ TASCO EPG
  • (-) Covid-19 ยังน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะการแพร่ระบาดในสหรัฐและยุโรปยังเร่งตัวขึ้นในหลายพื้นที่: แม้จำนวนผู้ติดเชื้อในประเทศจีนซึ่งเป็นจุดกำเนิดของไวรัส Covid-19 จะเริ่มลดลงโดยวันที่ 8 มี.ค. มีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นเพียง 40 คน เป็น 80,735 ราย อย่างไรก็ตามการแพร่ระบาดนอกประเทศจีนยังน่าเป็นห่วงโดยเฉพาะในสหรัฐและยุโรป โดยล่าสุดสหรัฐมีจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้น 103 รายส่งผลให้มีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นเป็น 538 ราย มีผู้เสียชีวิต 22 ราย คิดเป็นอัตราการตาย 4% สูงสุดเมื่อเทียบกับชาติอื่นๆที่อัตราการตายเฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 2-3% และล่าสุดรัฐนิวยอร์กซึ่งเป็นศูนย์กลางการเงินและตลาดทุนของสหรัฐประกาศภาวะฉุกเฉินน่าจะมีผลโดยตรงต่อ Sentiment การลงทุนในตลาดหุ้นของสหรัฐอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ส่วนกลุ่มประเทศในยุโรปที่น่าเป็นห่วง คือ อิตาลีเนื่องจากมีจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นในวันเดียวสูงถึง 1,492 ราย ส่งผลให้มีผู้ติดเชื้อรวมเป็น 7,375 ราย นับเป็นประเทศที่มีการติดเชื้อสูงสุดรองจากจีน
  • (+) ภาครัฐอัดฉีดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจ 1 แสนล้านบาท เน้นช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจาก Covid-19 และเพิ่มกำลังซื้อให้ประชาชน: เมื่อวันศุกร์รัฐมนตรีเศรษฐกิจเห็นชอบมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเบื้องต้น 1 แสนล้านบาท จากนั้นจะนำเข้าที่ประชุม ครม. อนุมัติ ในวันพรุ่งนี้ ประกอบด้วย 1)มาตรการกระตุ้นกำลังซื้อผ่านการแจกเงินให้ประชาชนผู้มีรายได้น้อยประมาณ 14 ล้านคน คนละ 1,000 บาทเป็นเวลา 2 เดือน และ 2)มาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัส Covid-19 ซื่งแบ่งเป็น 2 มาตรการ คือ 1) ด้านการเงิน เน้นจัดหาสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (ซอฟท์โลน), ขยายเวลาพักชำระหนี้ และ ลดหนี้ และ 2)ด้านภาษี อาทิ ลดอัตราภาษีหัก ณ ที่จ่าย, นำรายจ่ายดอกเบี้ยมาหักลดหย่อนภาษี และ ให้ SME นำรายจ่ายจากการจ้างงานเพิ่มนำรายจ่ายมาหักลดหย่อนภาษีได้ 3 เท่า นอกจากนี้ยังมีมาตรการช่วยเหลือตลาดทุนผ่านการผ่อนคลายเกณฑ์ลงทุนของ SSF