วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

การแพร่ระบาดยังกดดัน

คาดดัชนีจะมีสลับดีดตัวขึ้นจากปัจจัยบวกภายใน ที่ครม.เศรษฐกิจเตรียมพิจารณามาตรการเยียวยาผลกระทบไวรัส Covid-19 ชุดที่ 1 วงเงินกว่า 1 แสนล้านบาท

ตลาดหุ้นวานนี้

SET Index ปรับตัวขึ้นแรง +12.22 จุด (+0.89%) ปิดที่ 1,391 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 6.7 หมื่นล้านบาท จากความคาดหวัง ECB และธปท.จะลดอัตราดอกเบี้ยตาม Fed เพื่อรับมือการแพร่ระบาดไวรัส Covid-19 รวมถึงครม.เศรษฐกิจเตรียมพิจารณามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจชุดที่ 1 วงเงินกว่า 1 แสนล้านบาท ส่งผลให้มีแรงซื้อกลุ่ม Prop, Conmat และ Comm ส่วนนักลงทุนต่างชาติเป็นฝั่งขายสุทธิ 4,302 ล้านบาท แต่ซื้อสุทธิในตลาดพันธบัตร 78 ล้านบาท และ Net Long TFEX 25,307 สัญญา

แนวโน้มตลาดหุ้นวันนี้

เรามีมุมมองเป็นลบคาด SET Index อ่อนตัวทดสอบ 1,360 – 1,370 จุดก่อนจะสลับดีดตัว เนื่องจากนักลงทุนยังคงกังวลไวรัส Covid-19 ที่แพร่ระบาดเพิ่มขึ้นในสหรัฐและหลายประเทศจะฉุดเศรษฐกิจทั่วโลกให้หดตัวลง ส่งผลให้ภาวะการลงทุนยังคงเป็น Risk off ซึ่งสะท้อนได้จากสินทรัพย์ปลอดภัย เช่น ราคาทองคำดีดตัวขึ้นและ US Bond yield ปรับตัวลง อย่างไรก็ตามคาดว่าดัชนีจะมีสลับดีดตัวขึ้นจากปัจจัยบวกภายในที่ครม.เศรษฐกิจเตรียมพิจารณามาตรการเยียวยาผลกระทบไวรัส Covid-19 ชุดที่ 1 วงเงินกว่า 1 แสนล้านบาท รวมถึงการปรับเกณฑ์กองทุน SFF ให้เหมือนกองทุน LTF ในวันนี้ (6 มี.ค.) ประกอบกับความคาดหวังการประชุม ECB (12 มี.ค.) และกนง. (25 มี.ค.) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงเช่นเดียวกับ Fed ที่ลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.5% เมื่อวันก่อน

กลยุทธ์การลงทุน: Selective Buy

  • กลุ่มโรงแรม (MINT, CENTEL, ERW) กลุ่มค้าปลีก (CPALL, HMPRO, BJC)  กลุ่มรับเหมา (STEC, CK)  6 มี.ค.ที่ประชุมครม.เศรษฐกิจเตรียมพิจารณามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและโครงการ PPP รวม 7.5 แสนล้านบาท
  • กลุ่มพลังงาน (PTT, PTTEP, TOP,, PTTGC ) คาดการประชุมกลุ่มโอเปกและพันธมิตรในวันที่ 5 – 6 มี.ค.จะปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันลงอีก 1 ล้านบาร์เรล/วัน
  • กลุ่มไฟแนนซ์ (MTC, SAWAD, KTC) ตอบรับต้นทุนการเงินลดลงจากแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยที่ปรับลง

กลุ่ม Defensive และปันผลสูง ADVANC, INTUCH, TTW

หุ้นแนะนำวันนี้

  • CPALL (ปิด 69.75 ซื้อ/เป้า IAA Consensus 88) เข้าสู่ Stage ของการกระตุ้นการลงทุนและกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ วันนี้คาดที่ประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจเสนอมาตรการกระตุ้นการบริโภคในประเทศ และมาตรการบรรเทาผลกระทบให้กับผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจาก Covid-19 ส่งผลดีต่อ Sentiment การลงทุนของหุ้นที่เกี่ยวข้อง อาทิ ค้าปลีก เราเลือก CPALL เป็น Top pick ของกลุ่มค้าปลีก
  • ADVANC (ปิด 199.5 ซื้อ/เป้า 247 บาท) ได้รับผลกระทบจากไวรัส Covid-19 น้อยสุดเมื่อเทียบกับกลุ่มอุตสาหกรรมอื่นๆ และยังได้ผลบวกจากการลดลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล คาดมีการย้ายเงินลงทุนเข้าหุ้นที่จ่ายปันผลสม่ำเสมอและให้ Dividend yield สูงเพิ่มมากขึ้น (ADVANC ปี 2020 คาดจ่ายปันผล 7.9 บาทต่อหุ้นให้ Dividend yield ประมาณ 3.9%)

บทวิเคราะห์วันนี้

BCPG (ปิด 15.4 ปรับเป็นซื้อ/เป้าใหม่ 19.8 เดิม 17.3), MINT (ปิด 29.25 ซื้อ/เป้าใหม่ 34 เดิม 46)

ประเด็นสำคัญวันนี้

  • (-) ไวรัส Covid-19 ระบาดหนัก ตัวเลขนอกประเทศจีนยังน่ากังวล โดยเฉพาะ อิตาลี, เกาหลีใต้, อิหร่าน และสหรัฐ: ตลาดสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกปรับตัวลงอีกครั้ง (ดาวน์โจนส์ลดลง 970 จุด -3.58% ปิดที่ระดับ 26,121 จุด) หลังจากการแพร่ระบาดของไวรัส Covid-19 นอกประเทศจีนยังเร่งตัวขึ้นไม่หยุดและเป็นสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงโดยเฉพาะอิตาลี, อิหร่าน และสหรัฐ โดยล่าสุดสหรัฐมีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเป็น 129 รายและมีผู้เสียชีวิต 9 ราย คิดเป็นอัตราการตาย 6.9% สูงที่สุดเมื่อเทียบการระบาดในประเทศอื่นๆ  ฮาวาย และแคลิฟอร์เนียประกาศภาวะฉุกเฉิน, อิตาลีประกาศปิดสถานการณ์ศึกษาทั่วประเทศ ขณะที่เยอรมนีมีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้น 283 คน ส่งผลให้มีผู้ติดเชื้อรวมเพิ่มขึ้นเป็น 543 คน (จำนวนผู้ติดเชื้อทั่วโลกเพิ่มขึ้นเป็น 98,089 คน และมีผู้เสียชีวิต 3,356 คน)
  • (-) น้ำมันดิบปรับตัวลง แม้ OPEC จะเสนอให้ปรับลดกำลังการผลิตมากถึง 1.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน (กลัวรัสเซียไม่เห็นด้วยและปฏิบัตจริงไม่ได้): วานนี้ที่ประชุม OPEC มีข้อเสนอให้ปรับลดกำลังการผลิตเพิ่มอีก 1.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน นับเป็น Positive surprise ให้กับตลาดเนื่องจากก่อนหน้า Consensus คาดว่า OPEC จะลดกำลังการผลิตเพียง 6-1 ล้านบาร์เรลต่อวันเท่านั้น อย่างไรก็ตามราคาน้ำมันดิบกลับตอบสนองในทางลบเนื่องจากสับสนต่อการส่งสัญญาณดังกล่าวและเริ่มกังวลว่าการลดกำลังการผลิตที่มากเกินไปดังกล่าวจะไม่ได้รับความเห็นชอบจากรัสเซีย (วันนี้ OPEC จะมีการประชุมร่วมกันกับรัสเซีย) และยังมีข้อสงสัยว่าหากประกาศใช้จริงประเทศในกลุ่มสมาชิกจะสามารถปฏิบัติตามข้อตกลงได้หรือไม่ ปัจจัยเหล่านี้กลายเป็นความเสี่ยงต่อการลงทุนของหุ้นในกลุ่มธุรกิจน้ำมันในวันนี้ ดังนั้นนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ต่ำอาจจะต้องลดการลงทุนออกไปก่อนส่วนนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูงยังแนะนำถือต่อคาดหวังการลดกำลังการผลิตจะหนุนให้ราคาน้ำมันดิบฟื้นตัวได้
  • (+) กลุ่มค้าปลีก และ ท่องเที่ยว - วันนี้ติดตามรายละเอียดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐ: วันนี้จะมีการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจเพื่อพิจารณาชุดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เบื้องต้นเน้นกระตุ้นการบริโภคในประเทศ อาทิ แจกเงินเพื่อเพิ่มกำลังซื้อให้กับประชาชนประมาณ 1-2 พันบาทต่อคนประมาณ 14 ล้านคน มาตรการนี้จะกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยเป็นบวกต่อกลุ่มค้าปลีกและบริการ Top pick CPALL, MAKRO นอกจากนี้ยังเตรียมออกมาตรการบรรเทาผลกระทบให้กลุ่มธุรกิจและภาคท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากไวรัส Covid-19 อาทิ สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (ซอฟท์โลน) และมีมาตรการอื่นๆ เพิ่มเติม อาทิ มาตรการภาษีเพื่อให้นายจ้างจ้างลูกจ้างต่อ การลดภาษีหัก ณ ที่จ่ายให้กับพนักงาน รวมไปถึงมาตรการช่วยเหลือตลาดทุนผ่านการผ่อนคลายเกณฑ์กองทุน SSF เป็น LTF เป็นการชั่วคราว