ราคาทอง ‘พุ่งต่อ’ โบรกฯ คาดแตะ ‘1,750ดอลล์'

ราคาทอง ‘พุ่งต่อ’ โบรกฯ คาดแตะ ‘1,750ดอลล์'

“ราคาทองคำ” พุ่งแรง วันเดียวกว่า 80 ดอลลาร์ รับเฟดลดดอกเบี้ยฉุกเฉิน  กังผลโควิด-19 ฉุดเศรษฐกิจโลกดิ่ง นักวิเคราะห์ชี้เงินยังไหลเข้าลงทุนต่อเนื่อง เหตุถูกมองเป็นเซฟเฮฟเว่น  คาดราคาขึ้นต่อแตะ 1,750 ดอลลาร์ต่อออนซ์ 

ความเคลื่อนไหวราคาทองคำในตลาดโลก ปรับขึ้นร้อนแรงอีกครั้ง จากช่วงก่อนหน้านี้ราคาค่อนข้างผันผวน หลังธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเป็นการฉุกเฉิน 0.5%  ช่วงคืนวันที่ 3 มี.ค. ที่ผ่านมา  โดยราคาทองคำพุ่งขึ้นถึง 80 ดอลลาร์ต่อออนซ์ สะท้อนความกังวลต่อสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือ โควิด-19  จนทำให้นักลงทุนหันหาสินทรัพย์ปลอดภัยแทนสินทรัพย์เสี่ยง ขณะที่ราคาทองคำในประเทศที่ร่วงไปแตะ   23,119 บาทต่อบาททองคำ ล่าสุดฟื้นตัวกลับมาอยู่ที่เกือบ 25,000 บาทต่อบาททองคำได้อีกครั้ง 

นายณัฐวุฒิ วงศ์เยาวรักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก เปิดเผยว่า แนวโน้มราคาทองคำที่พุ่งขึ้นมาแรงในรอบนี้  เนื่องจากการปรับลดดอกเบี้ยของเฟดเป็นสำคัญ  เชื่อว่าแนวโน้มของราคาทองคำยังน่าจะวิ่งขึ้นไปต่อได้ถึงระดับ 1,700 – 1,750 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ภายในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้ บนสมมติฐานสถานการณ์ของโควิด-19 ยังไม่น่าจะคลี่คลายอย่างรวดเร็ว

อย่างไรก็ตาม เมื่อราคาทองคำไปถึงระดับประมาณ 1,750 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ถือเป็นระดับที่อาจจะต้องลดพอร์ต เพราะก่อนหน้านี้ราคาทองคำปรับตัวขึ้นมาค่อนข้างโดดเด่นจากสินทรัพย์อื่นอย่างมาก โดยปี 2562 ราคาทองคำปรับขึ้นมาประมาณ 18% ส่วนปีนี้หากราคาขยับขึ้นไปถึง 1,750 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จะเพิ่มขึ้นอีก 15%

“ปัจจัยหลักที่ต้องติดตามขณะนี้คือเรื่องของโควิด-19 หากลากยาวไป เศรษฐกิจมีแนวโน้มจะชะลอตัวมากกว่านี้ ทำให้นักลงทุนยังคงลงทุนในทองคำ แต่หากการแพร่ระบาดคลี่คลาย ก็มีโอกาสที่เงินลงทุนจะไหลออกจากทองคำอย่างรวดเร็วเหมือนอย่างที่เกิดขึ้นล่าสุด และโยกไปเข้าสินทรัพย์เสี่ยงแทน เพราะปัจจุบันราคาสินทรัพย์เสี่ยงลดลงมาต่ำมาก”

ด้านนางสาวฐิภา นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด  กล่าวว่า ทิศทางของราคาทองคำยังคงเป็นบวก โดยเฉพาะหากยังไม่สามารถคิดค้นยารักษาโรคที่ใช้งานได้จริง หรือยังไม่สามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้ทั้งหมด จะทำให้เศรษฐกิจโดยรวมแย่ลง ส่งผลให้ทองคำกลายเป็น Safe Haven ในขณะนี้ ซึ่งก็ได้เห็นแรงซื้อจากนักลงทุนรายย่อยเข้ามาเพิ่มเติม หนุนให้กองทุน ETF ทองคำพุ่งทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ระดับประมาณ 2,600 ตัน

“ขณะนี้ไม่ว่าจะหันไปทางไหนก็แทบไม่เหลือ อะไรให้เข้าลงทุนแล้ว นักลงทุนจึงเลือกถือเงินสด หรือไม่ก็ทองคำแทน เพราะสินทรัพย์อื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นหุ้น อสังหาริมทรัพย์ รวมถึงพันธบัตร ต่างให้ผลตอบแทนที่ลดลง ทั้งนี้ มองว่าทิศทางของทองคำในระยะนี้ยังค่อนข้างสดใส โดยประเมินแนวต้านแรกที่บริเวณ 1,650 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากยืนอยู่ได้ คาดว่าจะขึ้นไปทดสอบระดับ 1,689 - 1,700 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยระหว่างทางอาจจะมีการสลับขายทำกำไรของนักลงทุนบ้าง แต่ก็มีโอกาสจะเห็นราคาทองคำทะลุ 1,700 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ในที่สุด”