สู่ยุค 'โรงงาน' ใช้หุ่นยนต์ 'ฮิวแมนนอยด์' ฮุนไดผลิตป้อนปีละ 30,000 ตัวภายใน 2028

สู่ยุค 'โรงงาน' ใช้หุ่นยนต์ 'ฮิวแมนนอยด์' ฮุนไดผลิตป้อนปีละ 30,000 ตัวภายใน 2028

อีกก้าวของการปฏิวัติอุตสาหกรรมด้วย AI 'ฮุนได' จะผลิตหุ่นยนต์ 'ฮิวแมนนอยด์' 30,000 ตัวต่อปี ป้อนโรงงานผลิตและคลังสินค้าทั่วโลกภายในปี 2028 จ่อใช้ในโรงงานประกอบรถยนต์ปี 2030

กลุ่ม "ฮุนได มอเตอร์ กรุ๊ป" (Hyundai) จากเกาหลีใต้ ประกาศแผนการผลิต "หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ในเชิงอุตสาหกรรม" โดยตั้งเป้าผลิตหุ่นยนต์ Atlas จำนวน 30,000 ตัวต่อปี ภายในปี 2028 ที่โรงงานในรัฐจอร์เจีย สหรัฐ เพื่อนำไปใช้งานในโรงงานและคลังสินค้าของบริษัททั่วโลกที่จะเข้าสู่ยุคของการใช้หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์แทนแรงงานคนมากขึ้น

การประกาศครั้งนี้มีขึ้นในงาน "Consumer Electronics Show" (CES) 2026 ที่ลาสเวกัส ซึ่งเป็นงานเทคโนโลยีเพื่อผู้บริโภคที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยฮุนไดประกาศความพร้อมนำหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ออกจากห้องทดลองสู่สายการผลิตจริง ซึ่งนับเป็นอีกก้าวสำคัญของการปฏิวัติอุตสาหกรรมด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI)

ตามแผนดังกล่าวของกลุ่มแชโบลใหญ่จากเกาหลี จะเริ่มการนำหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ไปใช้งานที่โรงงานใกล้เมืองซาวันนาห์ก่อน ซึ่งเป็นฐานการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าและไฮบริดของฮุนได เริ่มตั้งแต่ปี 2028 โดยในระยะแรกนั้นจะทำงานที่ผ่านการพิสูจน์แล้วว่าช่วยเพิ่มความปลอดภัยและคุณภาพ เช่น งานจัดลำดับชิ้นส่วน (Parts sequencing) ก่อนจะขยายไปสู่งานประกอบชิ้นส่วนรถยนต์ในปี 2030

ส่วนในระยะถัดไป หุ่นยนต์จะเข้ามารับผิดชอบ "งานที่ต้องทำซ้ำ" จำนวนมาก รวมไปถึงงานที่ต้องยกของหนัก และงานที่สร้างภาระต่อร่างกายของแรงงาน เพื่อช่วยให้สภาพการทำงานปลอดภัยและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

สู่ยุค 'โรงงาน' ใช้หุ่นยนต์ 'ฮิวแมนนอยด์' ฮุนไดผลิตป้อนปีละ 30,000 ตัวภายใน 2028

หุ่นยนต์เหล่านี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อลดภาระทางกายภาพของคนงาน โดยการรับงานที่มีความเสี่ยงสูงและงานซ้ำๆ ซึ่งเป็นการวางรากฐานสำหรับ "การใช้งานเชิงพาณิชย์ที่กว้างขึ้นในโรงงานอุตสาหกรรม"

'ฮุนได' ไม่ได้ทำแค่รถยนต์ แต่ยังมุ่งเทคโนโลยีอนาคต

โปรเจกต์หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ดังกล่าว เป็นการพัฒนาของบริษัท "บอสตัน ไดนามิกส์" (Boston Dynamics) ซึ่งเป็นบริษัทด้านวิศวกรรมและการออกแบบหุ่นยนต์ที่สปินออฟมาจากสถาบัน MIT และถูกกลุ่มฮุนไดซื้อไปในปี 2021 ถือเป็นบริษัทชั้นนำที่ใช้เอไอพัฒนาหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ให้เคลื่อนไหวได้อย่างอิสระและเรียนรู้การทำงานจากพฤติกรรมของมนุษย์ เพื่อการนำไปใช้งานในเชิงพาณิชย์ ท่ามกลางการแข่งขันจากบริษัทเทคโนโลยีและค่ายรถยนต์อื่นๆ ทั่วโลก

การลงทุนด้านหุ่นยนต์นับเป็นส่วนหนึ่งของแผนลงทุนในสหรัฐ มูลค่าสูงสุด 2.6 หมื่นล้านดอลลาร์ของฮุนได ซึ่งครอบคลุมถึงการสร้างโรงงานเหล็กแห่งใหม่ และการขยายกำลังการผลิตรถยนต์ในรัฐจอร์เจีย โดยโรงงานซาวันนาห์จะมี "ศูนย์ฝึกหุ่นยนต์" แห่งใหม่เปิดดำเนินการภายในปี 2026 นี้

ปัจจุบัน ฮุนไดได้นำหุ่นยนต์จากบอสตัน ไดนามิกส์ มาใช้งานในภาคอุตสาหกรรมแล้ว เช่น หุ่นยนต์สี่ขา "Spot" สำหรับงานตรวจสอบความปลอดภัย และหุ่นยนต์ "Stretch" สำหรับคลังสินค้า ซึ่งช่วยขนถ่ายกล่องสินค้าไปแล้วมากกว่า 20 ล้านกล่องทั่วโลก นับตั้งแต่ปี 2023

'สหภาพแรงงาน' จี้ตั้งกลไกรับมือยุคใหม่

ทางด้าน "สหภาพแรงงาน" ของบริษัทเกีย คอร์ป (Kia) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของฮุนได ได้เรียกร้องตั้งแต่ปีที่แล้วให้มีการจัดตั้งกลไกเฉพาะขึ้นมาเพื่อรับมือกับประเด็นสิทธิแรงงานในยุคเอไอ หลังพนักงานแสดงความกังวลเกี่ยวกับการขยายตัวของระบบอัตโนมัติ

จัง แจ ฮุน รองประธานกลุ่มฮุนได มอเตอร์ กรุ๊ป กล่าวในงาน CES ว่า บริษัทเข้าใจความกังวลในสังคมเกี่ยวกับการสูญเสียตำแหน่งงานจากเทคโนโลยีใหม่ อย่างไรก็ตาม การดูแล บำรุงรักษา และฝึกฝนหุ่นยนต์ยังจำเป็นต้องใช้บุคลากรเพิ่มเติม จึงยังมีความต้องการแรงงานในภาพรวม

ทั้งนี้ ฮุนไดคาดว่า หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์จะกลายเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดของ Physical AI ซึ่งหมายถึงระบบปัญญาประดิษฐ์ที่ฝังอยู่ในฮาร์ดแวร์ สามารถเก็บข้อมูลจากโลกจริงและตัดสินใจได้ด้วยตนเอง ครอบคลุมตั้งแต่หุ่นยนต์ โรงงานอัจฉริยะ และระบบขับขี่อัตโนมัติ