Nvidia ดัน SanDisk พุ่ง 1080% ’เจนเซน หวง‘ ปลุกหุ้นหน่วยความจำคึก

Nvidia ดัน SanDisk พุ่ง 1080%  ’เจนเซน หวง‘ ปลุกหุ้นหน่วยความจำคึก

Nvidia ดัน SanDisk พุ่ง 1080% ทำผลงานเด่นสุดใน S&P 500 ’เจนเซน หวง‘ ปลุกหุ้นหน่วยความจำคึกคัก ชี้เป้าตลาดหน่วยความจำคือขุมทรัพย์ใหม่

บลูมเบิร์กรายงานว่าวานนี้ (6 พ.ย.) ราคาหุ้น “แซนดิสก์” Sandisk Corp. เพิ่มขึ้น 28% ซึ่งเป็นการปรับตัวสูงสุดในรอบวัน นับตั้งแต่เดือนก.พ. หลังจาก “เจนเซน หวง” ซีอีโอบริษัทอินวิเดีย กล่าวสุนทรพจน์ในงานเทคโนโลยีระดับโลกอย่าง CES และเน้นย้ำว่าเทคโนโลยีในปัจจุบันมีความต้องการใช้งาน "หน่วยความจำ" (Memory) และ "ตัวจัดเก็บข้อมูล" (Storage) เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล เพื่อรองรับการเติบโตของนวัตกรรมใหม่ๆ

ในปีนี้ ราคาหุ้นดิกส์ เพิ่มขึ้นถึง 47% หลังจากเปิดตลาดในปี 2569 เพียงแค่ 3 วันเท่านั้น และเพิ่มขึ้นถึง 1080% จากจุดต่ำสุดในเดือนเม.ย.2568 ทำให้แซนดิกส์กลายเป็นหุ้นที่ทำผลงานได้ดีที่สุดในดัชนี S&P 500 

ขณะเดียวกัน กลุ่มบริษัทผู้ผลิตหน่วยความจำและอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลอย่าง Western Digital Corp. และ Seagate Technology Holdings Plc ก็กอดคอบวกเพิ่มขึ้นเป็นเลข 2 หลักมากกว่า 10% เช่นกัน

เจนเซน ฮวง พูดถึงความสำคัญของตัวจัดเก็บข้อมูลว่า “เป็นตลาดที่ยังไม่มีใครเข้าถึง ซึ่งตลาดนี้ยังไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และมีแน้วโน้มที่จะกลายเป็นตลาดจัดเก็บข้อมูลที่ใหญ่ที่สุดในโลก เพราะมันทำหน้าที่เป็นเหมือนหน่วยความจำหลักที่รองรับการเติบโตของ AI ทั้งหมด”

เจค ซิลเวอร์แมน นักวิเคราะห์จาก Bloomberg Intelligence มองว่า ความต้องการสินค้าที่เพิ่มขึ้นและราคาชิปหน่วยความจำที่ปรับตัวสูงขึ้น ท่ามกลางความต้องการใช้งานมหาศาลเพื่อใช้ในการฝึกฝนและประมวลผล AI จะยิ่งผลักดันให้ราคาหุ้นกลุ่มหน่วยความจำจัดเก็บข้อมูลดิจิทัลเพิ่มสูงขึ้น

ไม่ใช่แค่ราคาหุ้นที่พุ่ง แต่ "ต้นทุนสินค้า" ก็กำลังพุ่งตามไปติดๆ โดยสำนักข่าวโคเรีย อีโคโนมิกเดลี่ รายงานว่าหุ้นรายงานว่า Samsung Electronics และ SK Hynix สองผู้ผลิตชิปเบอร์ต้นของโลก กำลังพิจารณาปรับขึ้นราคา Server DRAM หน่วยความจำสำหรับเครื่องเซิร์ฟเวอร์สูงถึง 60% - 70% ในไตรมาสแรกของปี 2569 เมื่อเทียบกับไตรมาสสุดท้ายของปีที่แล้ว

วัมซี โมฮัน นักวิเคราะห์จากแบงก์ออฟอเมริกา มองว่าบริษัทแซนดิกส์และบริษัทผู้ผลิตหน่วยจัดเก็บข้อมูลเห็นแล้วว่า “ผู้ได้รับประโยชน์” หลักจากการเติบโตของ AI ในปี 2569 ทั้งในมุมการประมวลผล และการฝังลงในอุปกรณ์

โมฮันคาดการณ์ว่า องค์กรต่างๆ จะต้องเก็บข้อมูลจำนวนมหาศาลขึ้นเรื่อยๆ ทั้งเพื่อใช้ฝึกฝน AI, การวิเคราะห์ไปจนถึงการจัดเก็บตามระเบียบข้อบังคับ ส่งผลให้ความต้องการที่เก็บข้อมูล "พุ่งทะยานเป็นเงาตามตัว"

โมฮัน มองว่าที่ผ่านมาการลงทุนในกระแส AI มักจะกระจุกตัวอยู่แค่การลงเงินมหาศาลเพื่อ "ฝึกฝนโมเดล" ซึ่งนั่นเป็นเพียงคลื่นลูกแรกที่กระตุ้นยอดขายฮาร์ดแวร์ แต่สำหรับปีนี้และในอนาคตหลังจากนี้ โมฮันเชื่อว่าเรากำลังเข้าสู่ยุคที่ "การนำ AI ไปใช้งานจริง" จะกลายเป็นตัวขับเคลื่อนหลักของตลาดแทน