จีนเดือด‘สหรัฐดีลน้ำมันเวเนซุเอลา’ ทำราคาตลาดโลกร่วง

จีนเดือด‘สหรัฐดีลน้ำมันเวเนซุเอลา’ ทำราคาตลาดโลกร่วง

ราคาน้ำมันโลกปรับตัวลดลงในวันพุธ จีนประณามสหรัฐว่าข่มเหงรังแก หลังรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เผยว่าได้โน้มน้าวให้เวเนซุเอลาเลิกส่งน้ำมันให้ปักกิ่ง แล้วหันมาส่งน้ำมันดิบที่ถูกคว่ำบาตรมูลค่าสูงถึง 2 พันล้านดอลลาร์มาให้สหรัฐ

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงาน ตามที่ทรัมป์เผยผ่านทรูธโซเชียล เมื่อวันอังคาร (6 ม.ค.) ว่า รัฐบาลรักษาการในเวเนซุเอลาจะยกน้ำมัน 30-50 ล้านบาร์เรลให้สหรัฐ น้ำมันนี้จะถูกนำไปขายในราคาตลาด

“แล้วผมจะควบคุมเงินนั้นเองในฐานะประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา เพื่อทำให้มั่นใจได้ว่ามันจะถูกใช้เพื่อประโยชน์ของประชาชนเวเนซุเอลาและสหรัฐ!”

“ผมได้ขอให้คริส ไรท์รัฐมนตรีพลังงาน ดำเนินการตามแผนนี้ทันที มันจะถูกขนถ่ายโดยเรือขนส่งสินค้าตรงสู่สหรัฐ”

หลังมีข่าวออกไป ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกวันพุธลดลงประมาณ 1.0% จากการคาดการณ์ว่าอุปทานน้ำมันจะเพิ่มขึ้น

ตามข้อตกลงสหรัฐ-เวเนซุเอลาเบื้องต้นอาจทำให้น้ำมันที่จะมุ่งหน้าไปจีน ผู้ซื้อน้ำมันรายใหญ่สุดของเวเนซุเอลา ต้องเปลี่ยนเส้นทางเนื่องจากรัฐบาลการากัสต้องการระบายน้ำมันหลายล้านบาร์เรลที่ตกค้างอยู่ในเรือบรรทุกและคลังเก็บ

ด้านกระทรวงการต่างประเทศจีนแถลงแสดงความไม่พอใจ ประณามสหรัฐว่ากลั่นแกล้งรังแก

“การที่สหรัฐอเมริกาใช้กำลังอย่างโจ่งแจ้งต่อเวเนซุเอลา และการเรียกร้องให้ เวเนซุเอลาจัดการกับทรัพยากรน้ำมันของตนแบบ ‘อเมริกามาก่อน’เป็นการกระทำที่เข้าข่ายข่มเหงรังแก”

“การกระทำเหล่านี้เป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศละเมิดอธิปไตยของเวเนซุเอลและทำลายสิทธิของประชาชนชาวเวเนซุเอลาอย่างร้ายแรง” เหมาหนิง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน แถลง

ข้อตกลงนี้สอดคล้องกับเป้าหมายที่ทรัมป์ประกาศไว้ คือการควบคุมแหล่งน้ำมันสำรองมหาศาลของเวเนซุเอลา ประเทศสมาชิกโอเปกในอเมริกาใต้ หลังจากโค่นล้มผู้นำอย่างนิโคลัส มาดูโร ซึ่งทรัมป์กล่าวหามานานแล้วว่าเป็นเผด็จการค้ายาเสพติดที่สมคบกับศัตรูของวอชิงตัน

อย่างไรก็ตาม พันธมิตรพรรคสังคมนิยมของมาดูโรยังอยู่ในอำนาจ ประธานาธิบดีรักษาการ เดลซี โรดริเกซ กำลังดำเนินนโยบายอย่างระมัดระวังระหว่างประณามการ “ลักพาตัว” มาดูโร และเริ่มต้นความร่วมมือกับสหรัฐภายใต้การข่มขู่ที่ชัดเจนจากทรัมป์

จีน รัสเซีย และพันธมิตรฝ่ายซ้ายของเวเนซุเอลา ต่างประณามการโจมตีของสหรัฐเพื่อจับกุมมาดูโรเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการแทรกแซงครั้งใหญ่ที่สุดของวอชิงตันในละตินอเมริกา นับตั้งแต่การรุกรานปานามาในปี 1989 เพื่อโค่นล้มมานูเอล โนริเอกา