เฟดลดดอกเบี้ย 0.5% ก่อนการประชุม 17-18 มี.ค.
ซึ่งถือเป็นการลดดอกเบี้ยที่มากกว่านักวิเคราะส่วนใหญ่คาด และเกิดขึ้นเร็วกว่ารอบการประชุมโดยประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ ให้ความเห็นถึงแนวโน้มเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ ในอดีตเฟดเคยมีการปรับลดดอกเบี้ยฉุกเฉินนอกรอบ 2 ครั้ง ในปี 2541 (1998 – วิกฤติ LTMC) และ 2551 (2008 – วิกฤติซับไพรม์) ซึ่งใน 14-18 เดือนต่อมา การดำเนินการครั้งแรกหุ้นปรับขึ้นมากกว่า 50% ขณะที่ครั้งหลังหุ้นปรับลงกว่า 50% ซึ่งเรามองว่าในครั้งหลังนั้นเกิดจากวิกฤติเกิดจากภาคเศรษฐกิจจริงในตลาดอสังหาริมทรัพย์ของสหรัฐฯ ขณะที่ที่รอบนี้ปัญหามีลักษณะผสมผสาน ทั้งนี้เราให้น้ำหนักบวกมากกว่าลบกับการลดดอกเบี้ย
ค่าเงินสหรัฐฯ อ่อนค่าหนุนการฟื้นตัวในทองคำ ซึ่งปรับขึ้นถึง 49 เหรียญฯ ขณะที่น้ำมันดิบทรงตัวรอผลการประชุมปรับลดกำลังการผลิตของโอเปค 5 มี.ค. ทั้งนี้เราประเมินกรอบการปรับขึ้นของน้ำมันดิบอยู่ในระดับจำกัดจากแนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจที่กระทบจากไวรัสโคโรนา (Covid-19) ทั้งนี้การปรับลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางต่างๆ และอาจรวมถึงธปท. จะเป็นปัจจัยช่วยพยุงตลาดในฝั่งเอเชีย แต่เป็นผลลบต่อแนวโน้มกำไรกลุ่มธนาคาร
ครม.เศรษฐกิจพิจารณามาตรการด่วน ในการรับมือวิกฤติการแพร่ระบาด ซึ่งกระทรวงการคลังและท่องเที่ยวอยู่ระหว่างพิจารณาออก 14 มาตรการด่วนเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ และภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบ เราคาดมาตรการดังกล่าวส่งผลบวกระยะสั้นต่อการเก็งกำไรในกลุ่มโรงแรม และค้าปลีก อย่างไรก็ตามการเก็งกำไรในกลุ่มดังกล่าวควรระมัดระวังผลประกอบการไตรมาส 1/63 ที่มีแนวโน้มจะอ่อนแอกว่าปกติง
หุ้นที่มีโอกาสฟื้นตัวดี หุ้นไทยปรับลดลง 15% YTD เราประเมินหุ้นหลายตัวมีภาวะขายมากเกินและมีโอกาสฟื้นตัวหลังตลาดรับรู้ปัจจัยลบส่วนใหญ่ จนน่าจะอยู่ในจุดต่ำสุดทางจิตวิทยา หุ้นที่น่าสนใจเก็งกำไรแบบกำหนดจุดตัดขาดทุนเพื่อคาดหวังผลตอบแทน 15-20% ได้แก่ TOP, TMB, WHA, BPP, MINT, ERW, CRC นอกจากนี้หุ้นที่กระแสเงินสดมั่นควและปันผล คาดจะให้ผลตอบแทนที่มั่นคง ได้แก่ ADVANC, INTUCH, WHAUP, GUNKUL, SSP
ภาพรวมกลยุทธ์ แม้ภาพระยะกลางยังเสี่ยงในขาลง แต่การผ่อนคบายของธนาคารกลางทั่วโลกสร้าง sentiment บวกต่อการฟื้นตัวจากภาวะขายมากเกิน เน้นหุ้นที่ไม่ได้รับผลกระทบจากไวรัส และมีกระแสเงินสดที่มั่นคงหรือการจ่ายปันผลได้สูงในช่วงที่รอพัฒนาการเรื่องการระบาดคลี่คลาย // หุ้นแนะนำวันนี้ BPP*, WHA* / ทยอยสะสม WHAUP* / เก็งกำไร TIP* (เป้า 28 ตัดขาดทุน 22.40)
แนวรับ 1360 จุด / แนวต้าน : 1383-1400 สัดส่วน : เงินสด 50% : พอร์ตหุ้น 50%.
ประเด็นการลงทุน
WB อัดฉีดงบมูลค่า $12 พันล้าน – ธนาคารโลก (World Bank) ประกาศอัดฉีบงบ $12 พันล้าน เติมกระสุนให้กับกลุ่มประเทศที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตไวรัส Covid-19
ตลาดผิดหวังแถลงการณ์ G7 – หุ้นโลกพักฐานหลังแถลงการณ์กลุ่ม G7 วานนี้ ขาดมาตรการที่ชัดเจนในการรับมือ Covid-19
EIC ประเมินภัยแล้งรุนแรงขึ้น – EIC คาดสถานการณ์ภัยแล้งปีนี้จะรุนแรงและยาวนานขึ้น ระดับน้ำในเขื่อนทุกภิภาคเข้าขั้นวิกฤต ผลผลิตข้าว-อ้อย-มันสำปะหลังหาย ช่วยดันราคา แต่ไม่เพิ่มรายได้ กระทบภาพรวมเศรษฐกิจและกำลังซื้อ
คมนาคมสั่ง ครม.เศรษฐกิจลุย 41 โครงการ มูลค่า 7.49 แสนล้าน – คมนาคม ชง ครม.เศรษฐกิจเคาะ 11 โครงการร่วมลงทุน PPP วงเงินกว่า 7.49 แสนล้านบาท ทั้งมอเตอร์เวย์ รถไฟฟ้า ศูนย์เปลี่ยนถ่ายสินค้า ทางด่วน ท่าเรือ สั่งทุกหน่วยปรับแผนเร่งเบิกจ่ายงบฯปี 63
ประเด็นติดตาม: 5 มี.ค. – Beige Book, TH CPI เดือน ก.พ., OPEC meeting / 6 มี.ค. – TH consumer confidence เดือน ก.พ., US employment report
(* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ ซึ่งอาจมีคำแนะนำต่างกับพื้นฐาน หรือที่ไม่ ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH ซึ่งนักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาที่เข้าซื้อ)







