วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

CPALL - ซื้อ

ปีที่ท้าทาย

Event

Analyst meeting

lmpact

เริ่มเห็นสัญญาณลบ

ปัจจัยที่อยู่นอกเหนือความควบคุมของบริษัท ได้แก่ i) ภาวะเศรษฐกิจที่ไม่เอื้ออำนวย ii) COVID-19 (ส่งผลกระทบกับการท่องเที่ยวภายในประเทศ) และ iii) แคมเปญงดถุงพลาสติกส่งผลกระทบกับผลการดำเนินงานของ CPALL โดยบริษัท guide SSSG ทรงตัวในเดือน ม.ค. 2563 และลดลงใน ก.พ. 2563 และ
คาดหวังการฟื้นตัวใน 2H63 ถึงแม้ว่าในบทวิเคราะห์ฉบับที่แล้ว (เผยแพร่เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2563) เราจะได้ประเมินสถานการณ์ความไม่แน่นอน และปรับลดประมาณการ SSSG ของเราลงไปแล้ว แต่สถานการณ์ก็มีแนวโน้มจะแย่กว่าที่เราประเมินไว้ก่อนหน้านี้ ดังนั้น เราจึงปรับลดสมมติฐาน SSSG ปี 2563 ของเราลงอีกเป็น 0% (จากเดิมที่ +1.5%) และปรับของปี 2564 ลงเหลือ 1.5% (ลดลง 1.0%)

ยังเดินหน้าตามแผนขยายธุรกิจ ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นก็เพิ่มขึ้นจากกลยุทธ์การเลือกสินค้า

บริษัทยตั้งเป้ าเปิด 700 สาขาปีนี้ ซึ่งจะทำให้จำนวนสาขาทั้งหมดเพิ่มขึ้นเป็น 12,412 ร้านภายในสิ้นปี 2563 โดยบริษัทยังคงเน้นไปที่ platform ร้านที่ใหญ่ ซึ่งจะทำให้มีสินค้าและบริการที่หลากหลายมากขึ้น โดยบริษัทจะใช้สินค้าในหมวดอาหาร (อย่างเช่น อาหารพร้อมรับประทาน อาหารแช่เย็น และ All Cafe) เป็นกลยุทธ์ในการเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้น ทั้งนี้ สินค้าหมวดอาหารคิดเป็นสัดส่วน ~71.2% ของยอดขายรวมในปี 2562 โดยมี GPM อยู่ที่ 26.9% ในขณะที่เราคาดว่าสัดส่วนยอดขายสินค้าหมวดอาหารจะเพิ่มขึ้นเป็น 71.5% โดยมี GPM อยู่ที่ 27.0% ในปี 2563

ปรับลดประมาณการกำไรปี 2563-64 ลง 3% - 6%

เราปรับลดประมาณการกำไรปี 2563-64 ลง 3% - 6% เพื่อสะท้อนถึงแนวโน้มที่ไม่สดใสของการบริโภคและผลกระทบจากการใช้มาตรฐานบัญชี TFRS 16 โดยบริษัทบอกว่าการใช้ TFRS 16 จะทำให้ค่าใช้จ่ายในการเช่าเพิ่มขึ้น 3-5% หรือ ~400 ล้านบาท ดังนั้น เราจึงคาดว่าอัตราการเติบโตของกำไรปีนี้จะปรับมาอยู่ที่ 4% ก่อนที่จะกลับไปโตที่ 11% ในปี 2564

Valuation & Action

เราปรับลดราคาเป้าหมาย DCF สิ้นปี 2563 จากเดิมที่ 88.00 บาทเป็น 83.00 บาท โดยใช้ WACC ที่ 8.0% R(f) ที่ 3.1% และ T(g) ที่ 2.5% เรายังคงคำแนะนำ "ซื้อ" เนื่องจาก i) จำนวนสาขาครอบคลุม ii) มีโอกาสที่ GPM จะขยับสูงขึ้น และ iii) 22% upside จากราคาปิดล่าสุด แต่อย่างไรก็ตาม ยังมีความไม่แน่นอนสูง เราจึงแนะนำให้นักลงทุนรอดูสถานการณ์ไปก่อน แล้วค่อยกลับมาประเมินสถานการณ์อีกครั้งใน 2H63 เนื่องจากเราเห็นว่ามีปัจจัยลบที่อยู่นอกเหนือความควบคุม

Risks

เศรษฐกิจชะลอตัวลง ขยายสาขาใหม่ได้ช้าเกินคาด เกิด disruption จากเทคโนโลยีใหม่ ถูกเลิกสัญญาใช้เครื่องหมายการค้า 7-Eleven และความเสี่ยงด้านการขนส่งสินค้า