วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ท่องเที่ยวและพลังงานเผชิญแรงกดดันจากไวรัสโคโรน่าใหม่

ผลกระทบจากไวรัสโคโรนาต่อเศรษฐกิจสูงขึ้นหลังจีนยกระดับการควบคุมการติดเชื้อ

โดยการประกาศควบคุมการเดินทางในหลายเมือง รวมทั้งให้บริษัทนำเที่ยวชะลอการทำธุรกิจเพื่อระงับการแพร่ระบาดของโรค ซึ่งปัจจุบันมีรายงานการพบผู้ติดเชื้อใน 15 ประเทศ ทั้งนี้จำนวนผู้ติดเชื้อยืนยันล่าสุดเช้าวันนี้อยู่ที่ 2,118 ราย ยอดผู้เสียชีวิต 56 ราย (Bloomberg รายงานเฉพาะในจีน ยอดผู้ติดเชื้อ 2,744 ราย เสียชีวิตมากกว่า 80 ราย) ขณะที่มีรายงานผู้หายดี 52 ราย ทั้งนี้การระงับการทำงานของบริษัทนำเที่ยว คาดส่งผลกระทบต่อประเทศที่พึ่งพิงนักท่องเที่ยวจากจีน โดยจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางมาไทยราวปีละ 10 ล้านราย โดย 1/3 เป็นการเดินทางผ่านบริษัทนำเที่ยว

ท่องเที่ยว เป็นลบจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่คาดว่ามีความเสี่ยงที่จะปรับลดลง โดยในครั้งเกิดโรคทางเดินหายใจเฉียบพลัน (SARS) จำนวนนักท่องเที่ยวลดลง 50% ในช่วง 3 เดือน และทยอยฟื้นตัวขึ้นจนกลับสู่ปกติในอีก 3 เดือน (รวม 6 เดือน) ทั้งนี้เที่ยวบินระหว่างไทย-อู่ฮั่น มีจำนวน 58 เที่ยว/สัปดาห์ ถูกระงับ คาดกระทบต่อหุ้น สนามบิน สายการบิน และโรงแรม อย่างไรตาม เรามองปัจจัยพื้นฐานด้านการท่องเที่ยวที่ยังแข็งแกร่ง ทำให้การปรับลดลงเป็นโอกาสทยอยสะสมหุ้นโรงแรมเมื่อ่อนตัว โดยชอบ ERW (สะสม 4.4-4.6 บาท) และ MINT (สะสม 31-31.50 บาท)

พลังงานและโรงกลั่น ในตอนเกิดโรค SARS ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ (Bloomberg Commodity Index) ปรับลดลงราว 10% และแกว่งตัว โดยดัชนีดังกล่าวกลับมาทะยานขึ้นหลัง WHO ประกาศสถานการณ์ดังกล่าวคลี่คลาย ดังนั้นเรามองการปรับลดลงจากความกังวลเรื่องอุปทานน้ำมันในรอบนี้จะเป็นเพียงผลระยะสั้น และเรารอจังหวะซื้อถัวหุ้นพลังงานต้นน้ำและโรงกลั่น PTT, PTTEP, TOP และ SPRC 

กลุ่มการแพทย์ ได้รับจิตวิทยาเชิงบวกเกี่ยวกับความกังวลเรื่องโรค อาจทำให้คนเข้ารับการรักษาเพิ่ม ทั้งนี้ในกลุ่มหุ้นที่เราชอบยังคงเป็นกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากการปรับเพิ่มรายหัวประกันสังคม อาทิ BCH, CHG, RJH ที่จะมีการเติบโตของกำไรในระดับราว 30% ทำให้โดดเด่นกว่ากลุ่มร.พ.ขนาดใหญ่

ภาพรวมกลยุทธ์ มีโอกาสอ่อนตัวลงทดสอบ 1,550-1,555 จุด ยังระวังผลประกอบการกลุ่มปิโตรเคมี (ภัยแล้ง) การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา เริ่มสร้างความกังวลต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกจะเป็นแรงกดดันต่อหุ้นท่องเที่ยวและพลังงาน ขณะที่กลุ่มปลอดภัย สาธารณูปโภค รวมทั้งการแพทย์ มีโอกาสเคลื่อนไหวดีกว่า (Outperform) ในช่วงความกังวลไวรัสโคโรนากดดัน  // หุ้นแนะนำวันนี้ EASTW, BCH /เก็งกำไร WHA* (เป้า 3.40, ตัดขาดทุน 3.18), TVO* (เป้า 30 ตัดขาดทุน 27)

แนวรับ 1566 จุด / แนวต้าน : 1580, 1600 สัดส่วน : เงินสด 30% : พอร์ตหุ้น 70%.

ประเด็นการลงทุน

US PMI สูงสุดในรอบ 10 เดือน –ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อรวมภาคการผลิต/บริการ ของสหรัฐฯ เดือน ม.ค. ปรับขึ้นสู่ระดับ 53.1 จาก ธ.ค.ที่ 52.7 สูงสุดในรอบ 10 เดือน

สำนักงบฯ หนุนรัฐบาลผลักดัน พ.ร.บ.งบฯ 63 – สำนักงบฯ เตรียมสนับสนุนรัฐบาลผลักดัน พ.ร.บ.งบประมาณปี 63 ให้มีผลบังคับใช้เร็วที่สุด แต่ยังคงต้องรอความชัดเจนจากผลการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ

รมว.ท่องเที่ยวฯ เตรียมผลักดัน 10 มาตรการกระตุ้นท่องเที่ยว –ในวันที่ 31 ม.ค.นี้ เพื่อดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามามากขึ้น

หอการค้าคาดเศรษฐกิจไทยปี 63 โต 2.8% – หอการค้า คาดเศรษฐกิจไทยปี 63 โต 2.8% โดยเป็นการเติบโตน้อยกว่าระดับ 4% ในรอบ 5 ไตรมาส นับตั้งแต่เกิดสงครามการค้าในไตรมาส 3/61

ค่าระวางเรือ – ปิดที่ 557 จุด ลดลง 19 จุด หรือ -3.3%

ประเด็นติดตาม: 28 ม.ค. – US Consumer Confidence เดือน ม.ค., 29 ม.ค. – TH Industrial Production เดือน ธ.ค., 30 ม.ค. – FOMC meeting / BOE meeting, 31 ม.ค. – China PMI   

(* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ ซึ่งอาจมีคำแนะนำต่างกับพื้นฐาน หรือที่ไม่ ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH ซึ่งนักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาที่เข้าซื้อ)