ประมาณการ 4Q62: กำไรจากธุรกิจหลักจะลดลงทั้ง YoY และ QoQ
Event
ประมาณการ 4Q62
lmpact
คาดว่ากำไรจากธุรกิจหลักจะลดลงทั้ง YoY และ QoQ
เราคาดว่ากำไรจากธุรกิจหลักของ HANA ใน 4Q62 จะอยู่ที่ 359 ล้านบาท (-45% YoY, -8% QoQ) เนื่องจากรายได้ทรงตัว (167 ล้านเหรียญสหรัฐ) และอัตรากำไรขั้นต้นลดลง (11.5%) เนื่องจากเงินบาทแข็งค่าขึ้น ซึ่งจะทำให้กำไรจากธุรกิจหลักในปี 2562 อยู่ที่ 1.4 พันล้านบาท (-40% YoY) ใกล้เคียงกับประมาณการของเราและของตลาด
การเริ่มใช้เทคโนโลยี 5G จะหนุน upside ของกำไร
ทีมวิจัยของ KGI Taiwan เชื่อว่าจะมีการเร่งใช้เทคโนโลยี 5G ในปี 2563 (เร็วกว่า 4G) เนื่องจาก i) มีความพร้อมของ 5G SoC มากกว่า และ ii) ผู้ผลิตมือถือจากจีนเร่งผลักดัน (คาดว่าอัตราการใช้งานโทรศัพท์ smartphone 5G จะอยู่ที่ 0.4%, 19% และ 32% ในปี 2562-64 เทียบกับอัตราการใช้งาน 4G ที่ 4%, 14% และ 28% ในปี 2554-2556) ทางทีมยังคาดอีกว่าเทคโนโลยี 5G จะหนุนให้ยอดขาย semiconductor โลกโตได้ 5-10% CAGR ในช่วงปี 2563-2565 โดยมี content value เพิ่มขึ้นประมาณ 15-25% (spec เดียวกับมือถือ 4G) ซึ่งระบบ 5G จะทำให้เกิดกระแสการเปลี่ยนเครื่องมือถือ และหนุนให้กำไรของบริษัทเทคโนโลยีในไต้หวันในอีกสองสามปี ข้างหน้าโตขึ้น (จากวัฏจักรขาขึ้นของธุรกิจเทคโนโลยีโลกที่กินเวลา ~30 เดือน (Figure 5) ซึ่งเราผ่านมาแล้ว ~7 เดือน (เม.ย. 62 – พ.ย. 62))
Re-rate PER เพื่อสะท้อนถึงแนวโน้มบวกของธุรกิจ และมีโอกาสที่จะปรับเพิ่มประมาณการกำไร
KGI Taiwan ปรับเพิ่มประมาณการกำไรใน 4Q62F-1Q63F ของบริษัทเทคโนโลยีในไต้หวันขึ้นอีก 3.3% และ 3.6% เป็น 9.7% และ 7.9% ตามลำดับ และ re-rate PER หลังจากที่ผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีใน 3Q62 ออกมาดีกว่าที่คาดไว้ 1.8% ทั้งนี้ ยอดขายของ HANA มีสหสัมพันธ์อย่างสูงกับยอดขาย semiconductor โลก (~90%) และผลประกอบการของบริษัทก็มักจะตามหลังบริษัทเทคโนโลยีในไต้หวันประมาณ 3-6 เดือน ดังนั้น เราจึงมองว่ามีโอกาสที่จะปรับเพิ่มประมาณการกำไรของ HANA ขึ้นอีก เราใช้สมมติฐานอัตราการเติบโตของยอดขายปี 2563 ที่ 5.5% และอัตรากำไรขั้นต้นที่ 11.8% ซึ่งจะทำให้กำไรจากธุรกิจหลักโต ~16% (เทียบกับปี 2556-2558 ที่ ~30% ซึ่งเป็นช่วงที่มีการนำเทคโนโลยี 4G มาใช้) ดังนั้น เราจึง re-rate PER จาก 15.5x (ค่าเฉลี่ยของกลุ่ม +0.25 S.D.) เป็น 18.0x (ค่าเฉลี่ยของกลุ่ม +1.0 S.D.) เพื่อสะท้อนแนวโน้มธุรกิจที่เป็นบวก และโอกาสที่จะมีการปรับเพิ่มประมาณการกำไร
Valuation & Action
เราปรับเพิ่มราคาเป้าหมายสิ้นปี 2563 เป็น 37.00 บาท (อิงจาก PER ที่ 18.0x) จากเดิม 32.00 บาท (อิงจาก PER ที่ 15.5x) ถึงแม้ว่าราคาหุ้นจะเหลือ upside อีกเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่เรามองว่ายังมีปัจจัยกระตุ้นจากการปรับเพิ่มประมาณการกำไรจากการที่ธุรกิจเข้าสู่วัฎจักรขาขึ้นเต็มตัว ทั้งนี้ ผลประกอบการที่แผ่วลงใน 1Q63 อาจจะกดดันราคาหุ้นในระยะสั้นซึ่งจะเป็นโอกาสให้เข้าซื้อสะสม เรายังคงคำแนะนำ "ซื้อ"
Risks
ภัยธรรมชาติ, มีการปิดโรงงานนอกแผน, ลูกค้าเปลี่ยนไปสั่งสินค้าจาก supplier รายอื่น, ขาดแคลนวัตถุดิบ, เงินบาทแข็งค่าขึ้น









