ประมาณการ 4Q62: กำไรจากการขายเงินลงทุนช่วยพยุงกำไรสุทธิ
Event
ประมาณการ 4Q62
คาดว่ากำไรสุทธิจะเพิ่มขึ้น 18% YoY ใน 4Q62F และเพิ่มขึ้น 2.1% ในปี 2562F
เราคาดว่ากำไรสุทธิรวมของกลุ่มธนาคารใน 4Q62F จะลดลง 4.6% QoQ เนื่องจากได้รับผลกระทบจากการปรับลดดอกเบี้ยเต็มไตรมาส ในขณะที่คาดว่ากำไรจะเพิ่มขึ้นถึง 18% YoY จากฐานกำไรที่ต่ำใน4Q61 ซึ่งมีการบันทึกค่าใช้จ่ายพิเศษสำหรับผลประโยลจ์พนักงานเกษียณอายุของ BBL ในขณะที่ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของ KBANK และ KTB ก็เพิ่มขึ้นอย่างมาก ส่วน SCB ก็มีการตั้งสำรองก้อนใหญ่ สำหรับแนวโน้มการดำเนินงานที่สำคัญใน 4Q62 ได้แก่ 1.) สินเชื่อชะลอตัวต่อเนื่องโดยไม่มีการขยายสินเชื่อเงินทุนหมุนเวียน ซึ่งส่งผลให้สินเชื่อทรงตัว YoY และต่ำกว่าเป้าที่ธนาคารต่าง ๆ ตั้งเอาไว้โดยเฉพาะอย่างยิ่ง BBL, KTB และ SCB 2.) มีการรับรู้กำไรจากการลงทุน (BBL 6 พันล้านบาท และ KTB, SCB, KBANK, TMB ที่ละ 1 พันล้านบาท) ซึ่งจะไปชดเชยยอดกันสำรองที่เพิ่มขึ้น 3.) อัตราการเติบโตของ NII ลดลงจากการลดดอกเบี้ย และ NIM ที่ลดลง 7-8bps QoQ
คุณภาพสินทรัพย์ - NPL เกิดใหม่หักล้างไปกับการ write-off หนี้เสีย
จากภาวะเศรษฐกิจโดยรวมที่อ่อนแอ ส่งผลให้ NPL ของธนาคารส่วนใหญ่เพิ่มขึ้นอย่างมากใน 3Q62 และน่าจะยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในอัตราใกล้เคียงกันในระยะต่อไป เราเป็นห่วงคุณภาพสินทรัพย์ของ SCB และ TMB เนื่องจากสำรองส่วนเกินต่ำ และไม่มีรายได้อื่นๆ มาช่วยเสริม ในขณะเดียวกัน การที่ BBL และ KBANK มีส่วนรองรับหนี้เสียก้อนใหญ่อยู่แล้ว และยังมีรายได้พิเศษจากการค้าหลักทรัพย์อีกก็ทำให้เรามองว่า BBL และ KBANK น่าจะบริหารจัดการคุณภาพสินทรัพย์ได้
TCAP แยก Tbank ออกจากงบรวมตั้งแต่ต้นเดือนธันวาคม 2562
โครงสร้างกำไรของ TCAP และ TMB เปลี่ยนแปลงไปหลังการทำดีล M&A เสร็จเรียบร้อยเมื่อต้นเดือนธันวาคม 2562 โดย TCAP ได้แยก Tbank ออกมา และรวมผลการดำเนินงานของบริษัทลูกเพียง 6 แห่ง เข้าไว้ในงบรวมของบริษัท และถือหุ้น TMB 20% ทั้งนี้ เนื่องจากเราคาดว่าจะมีค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับการ
ทำ M&A เพิ่มอีก เราจึงคาดว่ากำไรสุทธิน่าจะลดลง 31% YoY แต่อย่างไรก็ตาม เราคาดว่าผลกำไรของ TMB น่าจะ overshoot จากการรวมผลการดำเนินงานของ Tbank ในเดือนธันวาคม 2562 เข้ามาไว้ในงบรวมของธนาคาร
คงประมาณการกำไรปี 4Q62F เอาไว้เท่าเดิม
เมื่อพิจารณาแนวโน้มกำไรใน 4Q62F เราคาดว่ากำไรสุทธิปี 2562 น่าจะต่ำกว่าประมาณการของเราประมาณ 2% โดยมีสาเหตุสำคัญมาจาก KBANK และ SCB ในขณะที่ผลประกอบการปี 2562 ของ BBL น่าจะออกมาดีกว่าประมาณการของเรา ทั้งนี้ กลุ่มธนาคารต้องเผชิญกับกระแสข่าวลบมาเรื่อย ๆ จนราคา
หุ้นปรับลดลงมาก คิดเป็น P/E แค่ประมาณ 8-9x และ P/BV ที่ 0.8x เท่านั้น ดังนั้น เราจึงยังคงน้ำหนักหุ้นกลุ่มธนาคารเอาไว้ที่ Overweight เหมือนเดิม
Risks
NPL เพิ่มขึ้นและตั้งสำรองเพิ่มขึ้น, รายได้ค่าธรรมเนียมลดลงอย่างมาก, ค่าใช้จ่าย opex เร่งตัวขึ้น









