ความรุนแรงในตะวันออกกลางยังเป็นตัวก้าหนดทิศทางราคาน้ามันดิบ
- ราคาน้ำมันดิบสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับตัวขึ้นรับข่าวบวกจาก 1)OPEC Cut กำลังการผลิตเพิ่มจาก 1.2 ล้านบาร์เรลต่อวันเป็น 1.7 ล้านบาร์เรลต่อวันเริ่มมีผล 1 ม.ค.20 และ 2) ได้แรงหนุนจากเหตุการณ์รุนแรงในตะวันออกกลางจากข่าวสหรัฐสังหารผู้นำระดับสูงของอิหร่านซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ส่วนแนวโน้มสัปดาห์นี้เราคาดว่าปัจจัยเรื่องความรุนแรงในตะวันออกกลางจะยังเป็นปัจจัยหลักที่กำหนดทิศทางราคา คือ 1)กรณีมีเหตุการณ์รุนแรงเพิ่มเติมคาดราคาน้ำมันดิบ WTI มีโอกาสขึ้นไปซื้อขายเหนือระดับ USD65/bbl ตรงกันข้ามหากยังไม่มีเหตุการณ์ใหม่คาดราคาน้ำมันดิบอาจลดลงมาเคลื่อนไหวในกรอบ USD61-63/bbl เพื่อเป็นการพักตัว
- ค่าการกลั่น ณ โรงกลั่นสิงคโปร์ ปิด ณ วันที่ 3 ม.ค. 20 เพิ่มขึ้นเป็น USD0.83/bbl พลิกเป็นบวกครั้งแรกในรอบกว่า 1 เดือน เป็นผลจากมาตรการใหม่ของ IMO เริ่มบังคับใช้ตั้งแต่ 1 ม.ค.20 (กำหนดให้กองเรือลดการใช้น้ำมันที่มีกำมะถันสูงทำให้บางกองเรืออาจต้องใช้น้ำมันดีเซลช่วยผสม)
- กลุ่มปิโตรฯ ราคาผลิตภัณฑ์โดยรวมค่อนข้างทรงตัวเมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อน แต่ Spread ยังถูกกดดันที่เพิ่มขึ้นโดยเฉพาะผู้ประกอบการที่ใช้ Naphtha เป็นวัตถุดิบซึ่งราคาปรับขึ้นตามราคาน้ำมันทันทีทำให้ภาพรวมของส่วนต่างผลิตภัณฑ์ยังคงหดตัวทั้งสายโอเลฟินด์และอะโรเมติกซ์ (ราคาน้ำมันเป็นขาขึ้น PTTGC จะน่าสนใจกว่า SCC เพราะ PTTGC เป็น Gas base ราคาจะปรับขึ้นช้ากว่าราคาน้ำมัน )









