กำไรสุทธิ 1Q63 เติบโต 2%YoY 46%QoQ
ประเด็นสำคัญในการลงทุน
Ø กำไรสุทธิงวด 1Q63 เติบโต 2%YoY และ 46%QoQ : ในช่วง 1Q63 สิ้นสุด 31 ต.ค. 62 บริษัทมีรายได้ 576 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4%YoY และ 6%QoQ และรายงานกำไรสุทธิเท่ากับ 103.5 ล้านบาท เติบโต 2%YoY และ 46%QoQ รายได้ที่เพิ่มขึ้นครอบคลุมค่าใช้จ่ายคงที่ส่งผลอัตรากำไรขั้นต้นปรับดีขึ้นเป็น 28% จาก 25% ในช่วง 4Q62 แต่ลดลงจาก 30% ในช่วง 1Q62 ที่ยังจ่ายค่าเช่าที่ดินที่อัตราเดิมก่อนปรับขึ้นในงวดปี 2563 ประกอบกับการบันทึกสำรองผลประโยชน์พนักงานในช่วง 4Q62 ซึ่งเป็นรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิปรับดีขึ้นเป็น 18% จาก 13% ในช่วง 4Q62 แต่ทรงตัวเมื่อเทียบกับงวด1Q62
Ø โครงการโรงพยาบาลไทยนครินทร์ 2 ได้ EIA แล้ว : แผนงานในอนาคตในการก่อสร้างโรงพยาบาลไทยนครินทร์ 2 มูลค่าโครงการประมาณ 4,318 .40 ล้านบาทที่มีแผนเริ่มเปิดดำเนินการในปีบัญชี 2566 มีความคืบหน้าของแผนในการผ่านการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) แล้ว ปัจจุบันอยู่ระหว่างสรรหาผู้รับเหมาก่อสร้างเพื่อเริ่มก่อสร้างภายในปี 2563 ตามแผนงาน ทั้งนี้ ปัจจุบันบริษัทยังไม่ได้กู้เงินจากแผนที่จะใช้แหล่งเงินกู้วงเงินไม่เกิน 3,000 ล้านบาท โดยบริษัทมีนโยบายใช้แหล่งเงินสดภายในกิจการเป็นลำดับแรกก่อน อีกทั้งประเมินว่าปี 2563อาจยังไม่จำเป็นต้องใช้แหล่งเงินทุนจากการกู้ยืม สวนทางกับสมมติฐานของฝ่ายวิจัยที่คาดว่าจะมีค่าใช้จ่ายทางการเงินราว 18.5 ล้านบาทถือเป็น upside ของประมาณการกำไรสุทธิปี 2563
Ø คงประมาณการกำไรสุทธิทั้งปีตามเดิม : กำไรงวด 1Q63 คิดเป็น 32% ของประมาณการทั้งปีที่คาดการณ์ไว้ราว 322.9 ล้านบาท ขณะที่ผลการดำเนินงานในช่วง 2Q63 มีโอกาสลดลงจากไตรมาสก่อนหน้าเนื่องจากเป็นช่วง low season และการจ่ายโบนัสพนักงาน ทำให้เรายังคงประมาณการกำไรสุทธิทั้งปีตามเดิมซึ่งเติบโต 2%YoY
Ø คงคำแนะนำ “ซื้อ” และราคาเหมาะสม 39.50 บาทสำหรับปี 2563 : ฝ่ายวิจัยมีมุมมองบวกต่อปัจจัยพื้นฐานในระยะยาวที่มีกระแสเงินสดสม่ำเสมอ การประเมินมูลค่าหุ้นด้วยวิธี PER อิง Prospect PER ที่ระดับ 22 เท่าซึ่งใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยของหุ้นกลุ่มโรงพยาบาลในตลาด mai แต่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของหุ้นกลุ่มโรงพยาบาลในตลาด SET ที่ซื้อขายที่ระดับเกือบ 28 เท่า โดยประเมินกำไรต่อหุ้นปี 2563 เท่ากับ 1.79 บาท ได้ราคาเหมาะสมเท่ากับ 39.50 บาทสำหรับปี 2563 ยังมีอัพไซต์จากราคาปิดล่าสุด พร้อมคาดการณ์เงินปันผลหุ้นละ 0.57 บาทคิดเป็น yield 1.8% จึงคงคำแนะนำ “ซื้อ”
ปัจจัยเสี่ยง
1) จำนวนผู้ป่วยลดลง 2) การก่อสร้างรพ.ไทยนครินทร์ 2 มีความล่าช้าจากแผน









