วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

บวกต่อ แต่น่าจะชะลอความร้อนแรง

มีโอกาสน้อยมากที่ทรัมป์ จะถูกวุฒิสภาถอดถอน เนื่องจากต้องใช้เสียงถึง 2 ใน 3 ขณะที่ทรัมป์สามารถคุมเสียงข้างมากในวุฒิสภาได้

KGI ประเมิน SET Index วันพฤหัสฯ แกว่งขึ้นต่อ... หลังเมื่อวานนี้ ดัชนีฯ ฟื้นตัวได้แรงกว่าที่เราประเมิน ตามแรงซื้อที่เข้ามาในหุ้นสื่อสาร (ประเด็นการปรับสเป็คประมูล 5 จี) และภาพใหญ่ของตลาดฯมีการกลับมาซื้อสุทธิจากทั้งฝั่งต่างชาติและสถาบันภายในประเทศ... และด้วยปัจจัยต่างประเทศที่ยังเอื้อต่อสินทรัพย์เสี่ยง (มุมมองการค้าและเศรษฐกิจโลกดีขึ้น + ทางการจีนประกาศลดดอกเบี้ย ในตลาดเงินที่เรียกว่า reverse repo rate ลง 0.05% เมื่อวานนี้) น่าจะส่งผลให้กระแสทุนต่างชาติในหุ้นเอเชียและหุ้นไทยยังดี ขณะที่ในฝั่งสหรัฐฯ นั้น ล่าสุดเมื่อสักครู่นี้ สภาผู้แทนราษฎรของสหรัฐฯ ลงมติให้ถอดถอนโดนัลด์ ทรัมป์ ออกจากตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งเป็นไปตามที่เราและตลาดคาด เรื่องดังกล่าวจะถูกส่งไปลงมติที่วุฒิสภาสหรัฐฯ ในเดือน ม.ค. 2563 แต่ฝ่ายวิจัยฯ มองว่ามีโอกาสน้อยมากที่ทรัมป์ จะถูกวุฒิสภาถอดถอน เนื่องจากต้องใช้เสียงถึง 2 ใน 3 ขณะที่ทรัมป์สามารถคุมเสียงข้างมากในวุฒิสภาได้ ด้านปัจจัยภายในประเทศ เมื่อวานนี้ กนง. มีมติ 7 ต่อ 0 คงดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.25% และปรับลดประมาณการ GDP ของไทยปี 2562/2563 สู่ 2.5%/2.8% ซึ่งใกล้เคียงกับที่ consensus คาดการณ์ไว้และไม่น่าจะส่งผลต่อทิศทางของ SET Index

หุ้นเด่นวันนี้ ตามปัจจัยพื้นฐาน

เก็งกำไร KBANK*, CPALL*, GGC*

- KBANK* (เป้าพื้นฐาน 194 บาท) 1) ประเมินแนวรับ 147 บาท / แนวต้านแรก 153.5 บาท (Trailing stop 145 บาท) 2) ประเมินตลาดอยู่ระหว่างการปรับพอร์ตการลงทุนโดย ขายทำกำไรหุ้นที่ Outperform ในปีที่ผ่านมา (หุ้น Defensive) และเลือกเก็บหุ้น Laggard ที่มีโอกาสฟื้นตัวในปีหน้าอย่าง KBANK* ที่สถานการณ์เศรษฐกิจโลกเริ่มฟื้นตัว และ Valuation ไม่แพง PBV 0.89 เท่า

- CPALL* (เป้าพื้นฐาน 91 บาท) 1) ประเมินแนวรับ 73 บาท / แนวต้าน 75.25 บาท หากผ่านได้ประเมินมีโอกาสทดสอบแนวต้านถัดไป 77 บาท (Stop loss 72 บาท) 2) ฝ่ายวิจัยฯประเมินแนวโน้มกำไร 4Q62 จะโต YoY และ QoQ ผลจากการขยายสาขาและการเพิ่มสินค้ามาร์จิ้นสูง (อาหารและเครื่องดื่ม) ขณะที่คาดแบบอนุรักษ์นิยมว่าอัตราการเติบโตของยอดขายสาขาเดิมจะลดลง YoY (ผลจากฐานสูง) 3) คาดมีโอกาสเป็นเป้าหมายในการปรับพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนสถาบัน จากหุ้นที่ Outperform ในปีที่ผ่านมา (หุ้น Defensive) และเลือกเก็บหุ้น Laggard ที่พื้นฐานดีอย่าง CPALL*

- GGC* (เป้า Consensus 12.7 บาท) 1) ประเมินแนวรับ 10.8 บาท / แนวต้าน 11.3 บาท และถัดไป 12.0 บาท (Stop loss 10.6 บาท) 2) ประเมินรับอานิสงส์นโยบายรัฐ การกำหนดใช้น้ำมันไบโอดีเซลบี 10 ต้นปีหน้า เป็นบวกต่อ i) ปริมาณขาย และ ii) โอกาสกำไรสต็อก เนื่องจากราคาน้ำมันปาล์มดิบในประเทศที่จะปรับขึ้น 3) Bloomberg consensus ประเมิน PE ปี 2563 ลดลงเป็นราว 11 เท่า จากปีนี้ ที่คาดสูงราว 25.5 เท่า เนื่องจากคาดกำไรโตเด่น

หุ้นมีข่าว

(- PTT*) เมื่อวานนี้ศาลฎีกาได้ตัดสินว่าไม่รับพิจารณาการอุทธรณ์ของ PTT หลังจากที่ศาลแพ่งสั่งให้ PTT ชำระเงิน 1 พันล้านบาทและ 48 ล้านดอลลาร์ พร้อมอัตราดอกเบี้ย 7.5% ให้แก่บริษัทนาแคป เอเชีย แปซิฟิก (Nacap) ในปี 2560 ความเห็น: ข้อพิพาทนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับสัญญาก่อสร้างโครงการท่อส่งก๊าซธรรมชาติไทรน้อย–โรงไฟฟ้าพระนครเหนือ/ใต้ ซึ่งจำนวนเงินที่ต้องชำระทั้งหมดจะอยู่ที่ประมาณ 4.7 พันล้านบาท โดยกำหนดภายใน 30 วันหลังจากศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุด นั่นหมายความว่า PTT จะต้องบันทึกค่าใช้จ่ายพิเศษนี้ใน 4Q62 ทั้งนี้ เรามีมุมมองเป็นลบต่อข่าวนี้ อย่างไรก็ตาม เราคาดว่าค่าปรับจะส่งผลกระทบเพียงเล็กน้อยคิดเป็น 3% ของประมาณการกำไรของเรา หรือ 0.20 บาทต่อหุ้น ดังนั้น เราจึงยังคงคำแนะนำ "ถือ" ที่ราคาเป้าหมายไม่เปลี่ยนแปลง 50.00 บาท

(+) VGI* ตามนัดเข้า SET50 BGC-TQM-THG มาวิน (ข่าวหุ้น) VGI* ฟอร์มดีเข้าวิน SET50 และSET100 ตามนัด ฟรีโฟลตพุ่งแตะ 25% ส่วน SET100 เข้า 5 ตัว BGC , STPI, THG, TQM และ VGI ขณะที่ ANAN*, BLAND*, ROBINS*, TVO*, SIRI* หลุด วานนี้สัญญาณดีเงิน LTF เข้ากองทุนลุยซื้อ ก่อนสิ้นปี ต่างชาติซื้อต่อเนื่อง 2 วันทำการ เปิด Long Position ด้าน FTSE ปรับน้ำหนักดัชนีพรุ่งนี้

(+) KTB* เขย่าองค์กรครั้งใหญ่ จ่อปิด 70 สาขา ลดพนักงาน 30% ใน 3 ปี (กรุงเทพธุรกิจ) กางยุทธศาสตร์ปีหน้า ทรานส์ฟอร์มองค์กร ดัน "เรือใหญ่" วิ่งคู่ "เรือเล็ก" กรุงไทย" เปิดแผนยุทธศาสตร์ปีหน้ายึดกลยุทธ์ "เรือใหญ่" วิ่งคู่ "เรือเล็ก" เน้นการเป็น "โอเพ่นแบงกิ้ง " ผ่านแอพพลิเคชั่น "เป๋าตัง" พร้อมเพิ่มความสำคัญ "ไอที อินฟราสตรัคเจอร์" ส่วนแผนงานสาขาปีหน้า เล็งปิดเพิ่ม 50-70 แห่ง พร้อมเตรียมลดพนักงานลง 30% ใน 3 ปี

(+ กลุ่มเหล็ก) พณ.เก็บภาษีทุ่มตลาดเหล็กจีน-เวียดนาม-ไต้หวันอีก 5 ปี (สยามรัฐ) นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่าคณะกรรมการพิจารณาการทุ่มตลาดและการอุดหนุน (ทตอ.) ได้พิจารณาการขึ้นภาษีตอบโต้การทุ่มตลาดเหล็กของจีนเวียดนามและไต้หวัน โดยมีมติเรียกเก็บอากรตอบโต้การทุ่มตลาดสินค้าเหล็กรีดเย็นชนิดเป็นม้วนและไม่เป็นม้วนภายใต้พิกัดอัตราศุลกากรประเภทย่อยตามบัญชี ก ท้ายประกาศฯที่มีแหล่งกำเนิดจากสาธารณรัฐประชาชนจีนและสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามและไต้หวันต่อไปอีก 5 ปี ในอัตราเดิมและเงื่อนไขเดิม

(+) RS* ไฟเขียวซื้อหุ้นคืน 200 ล้านยัน BBL* มั่นใจธุรกิจเน้นถือยาว (ทันหุ้น) บอร์ด RS* ไฟเขียวซื้อหุ้นคืนมูลค่าไม่เกิน 200 ล้านบาท พร้อมโต้ข่าวลือ BBL* จ่อขายหุ้นไม่จริง มั่นใจถือระยะยาวเหตุเชื่อมั่นพื้นฐานแข็งแกร่ง ทุ่ม 50 ล้านบาท จัดบิ๊กแคมเปญ "RS Mall New Year Celebration 2020" วันที่19-31 ธันวาคมนี้ กระตุ้นนักช็อปดันยอด MPC

(+) BANPU* ทุ่มซื้อ แหล่งก๊าซหนุนอีบิทด้าพุ่ง (กรุงเทพธุรกิจ) BANPU* ทุ่มงบ 2.3 หมื่นล้าน ซื้อแหล่งก๊าซธรรมชาติบาร์เนตต์ในสหรัฐ ดันกำลังการผลิตเพิ่มเกือบ 3 เท่า คาดซื้อขาย เสร็จไตรมาส 2 ปีหน้า ด้านบล.กสิกรไทย ชี้ดีลนี้หนุน "อีบิทด้า" เพิ่มขึ้น ปีละไม่ต่ำกว่า 100 ล้านดอลลาร์

(+ SCC*) SCGP ยื่นไฟลิ่งก.ล.ต. ขายไอพีโอ 1,374 ล้านหุ้น ระดมทุนใช้ขยายธุรกิจ (ข่าวหุ้น)"เอสซีจี แพคเกจจิ้ง " หรือ SCGP ในเครือ SCC* ยื่นไฟลิ่งต่อ ก.ล.ต. เสนอขายหุ้นไอพีโอ 1,374 ล้านหุ้นเพื่อเดินหน้าเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้น เล็งระดมทุนมาใช้รองรับการขยายธุรกิจในอนาคต

(+) บอร์ด DDD ไฟเขียวทุ่ม 610 ล้าน ซื้อหุ้นคิวรอน 76% เสร็จมี.ค.63 (ข่าวหุ้น) บอร์ด DDD ไฟเขียวทุ่มงบ 610.17 ล้านบาท เข้าซื้อหุ้นกลุ่มบริษัทคิวรอน 76% หวังต่อยอดธุรกิจ สุขภาพและความงามชงผู้ถือหุ้นอนุมัติ 7 ก.พ.63 คาดทำรายการแล้วเสร็จมี.ค.63 จ่อบุ๊กรายได้-กำไรทันที