วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

เน้น Global Play

คาดว่าแรงขายปรับพอร์ทจากกลุ่ม Defensive เช่น กลุ่มโรงไฟฟ้าจะยังคงเป็นตัวฉุดดัชนี

ตลาดหุ้นวานนี้

SET Index ปิดแกว่งตัว -1.09 จุด (-0.09%) ปิดที่ระดับ 1,549 จุด มูลค่าการซื้อขาย 5.9 หมื่นล้านบาท เนื่องจากขาดปัจจัยใหม่กระตุ้นการลงทุน อีกทั้งมีแรงขายปรับพอร์ทจากกลุ่มโรงไฟฟ้าเช่น GPSC, GULF และ BGRIM เข้าสู่กลุ่ม Global play เช่น น้ำมัน และอิเล็คทรอนิคส์ที่ได้ประโยชน์จาก Trade war ผ่อนคลายลงส่งผลให้ภาวะตลาดเป็นลักษณะแกว่งตัวผันผวนในกรอบแคบ ส่วนนักลงทุนต่างชาติพลิกเป็นซื้อสุทธิ 880 ล้านบาท และ Net Long TFEX 16,641 สัญญา แต่ขายสุทธิในตลาดพันธบัตร 1,810 ล้านบาท  

แนวโน้มตลาดหุ้นวันนี้

เรามีมุมมองเป็นกลางคาด SET Index แกว่งตัว 1,545 -  1,560 จุด โดยแม้ว่ากระแสการลงทุนกลุ่ม Global play จะยังคงเป็นแรงหนุนต่อภาวะตลาดหลังสหรัฐ-จีนบรรลุข้อตกลงการค้าเฟสแรกและคาดว่าจะลงนามข้อตกลงในช่วงต้นเดือนม.ค.2020 ซึ่งเป็นบวกต่อบรรยากาศการลงทุนทั่วโลกและหนุนให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นเหนือระดับ 60 US/Barrel ซึ่งเป็นบวกต่อกลุ่มพลังงานและดัชนี อย่างไรก็ตาม คาดว่าแรงขายปรับพอร์ทจากกลุ่ม Defensive เช่น กลุ่มโรงไฟฟ้าจะยังคงเป็นตัวฉุดดัชนี นอกจากนี้ Fund Flow ต่างชาติที่มีแนวโน้มชะลอตัว รวมถึงความกังวลสถานการณ์การเมืองภายในประเทศจะเป็นปัจจัยกดให้ภาวะการลงทุนสลับอ่อนตัว  

กลยุทธ์การลงทุน: Selective Buy

  • กลุ่ม Global Play: PTTEP, TOP, PTTGC, IVL, KCE, HANA อานิสงส์ข่าวจีน-สหรัฐบรรลุข้อตกลงการค้าเฟสแรก
  • กลุ่มหุ้นที่คาดว่าจะได้เข้าคำนวณ SET 50 (VGI) และ SET 100 (STPI, THG, TQM, VGI) รอบใหม่
  • กลุ่มที่คาดว่างบ 4Q19 เติบโต ได้แก่ GPSC, CPF, ERW, TASCO, EPG , SAWAD, MTC, JMT, BCH, CHG

หุ้นแนะนำวันนี้

  • PTTEP (ปิด 122.5 ซื้อ/เป้า 135) ได้ประโยชน์โดยตรงจากราคาน้ำมันดิบกลับมาฟื้นตัว และไม่มี Over hang จากประเด็นการปรับโครงสร้างราคาน้ำมันมากวนใจ ขณะที่แนวโน้มงบ 4Q19 จะยังเด่นสุดของกลุ่ม PTT เพราะมีแรงหนุนจากปริมาณขายที่เพิ่มขึ้นจากการรับรู้การผลิตจากแหล่งเมอร์ฟี่ที่ซื้อเข้ามาเต็มไตรมาส
  • DTAC (ปิด 53.25 ซื้อ/เป้า 70) คาดได้ประโยชน์มากสุดจากข่าว กสทช.เตรียมถอดคลื่น 700MHz ออกจากการประมูลคลื่น 5G รวมถึงเลื่อนการให้ใบอนุญาติคลื่น 700MHz ที่เคยจัดสรรไปแล้ว ประเด็นนี้จะช่วยลดรายจ่ายเงินลงทุนและค่าเสื่อมราคาให้กับผู้ประกอบการ (ใครที่ฐานกำไรต่ำจะได้ประโยชน์มากกว่ารายที่มีฐานกำไรสูง)

บทวิเคราะห์วันนี้

-

ประเด็นสำคัญวันนี้

  • (+) กลุ่มธุรกิจน้ำมัน – ได้อานิสงส์ราคาน้ำมันดิบปิดบวกต่อเนื่องเป็นวันที่ 4: ราคาน้ำมันดิบ WTI เพิ่มขึ้น 73 เซนต์ (+1.2%) ปิดที่ 60.94 ดอลลาร์/บาร์เรล ปัจจัยบวกยังเป็นเรื่องเดิม คือ 1) นักลงทุนคาดหวังดีมานด์จะกลับมาฟื้นตัวหลังจากจีนและสหรัฐบรรลุข้อตกลงการค้าเฟสแรกร่วมกันได้ และ 2) แรงกดดันจากด้าน Supply ลดลง หลังจาก OPEC Plus มีมติลดกำลังการผลิตน้ำมันดิบเพิ่มอีก 500,000 บาร์เรลต่อวัน รวมเป็น 1.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน นอกจากนี้นักลงทุนยังตอบรับตัวเลขคาดการณ์สต๊อกน้ำมันดิบรายสัปดาห์ของสหรัฐซึ่งนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าจะลดลง 2.5 ล้านบาร์เรล
  • (+) กลุ่มสื่อสาร - อาจถอดคลื่น 700MHz ออกจากการประมูล 5G ในการประมูลที่จะมีขึ้นในวันที่ 16 ก.พ. 63: คณะอนุกรรมการกลั่นกรองงานของกสทช.ด้านโทรคมนาคมลงมติถอดคลื่น 700MHz ออกจากการประมูลคลื่น 5G เนื่องจากติดปัญหาเรื่องคลื่นรบกวนและผู้ประกอบการอาจจะเคลื่อนย้ายอุปกรณ์ไม่ได้ โดยคาดว่าจะจับมัดรวมประมูลพร้อมกับคลื่น 3500MHz ในครั้งถัดไป ส่วนคลื่น 700MHz ที่จัดสรรไปแล้วอาจจะเลื่อนใบอนุญาติออกไปก่อน ประเด็นนี้จะช่วยลดค่าใช้จ่ายเงินลงทุนของผู้ประกอบการรวมถึงค่าเสื่อมราคาที่แต่ละรายจะรับรู้ก็ลดลงซึ่งจะเป็นบวกต่อผู้ประกอบการทุกรายโดยผู้ประกอบการที่มีฐานกำไรต่ำจะได้ประโยชน์มากสุด (DTAC, TRUE, ADVANC)
  • (+/-) ประชุม กนง.คาดคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 1.25% ตามเดิมแต่อาจปรับลดคาดการณ์ GDP ปีนี้และปีหน้าลง: เรายังคงมุมมองเดิมโดยคาดการประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในวันนี้จะมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 1.25% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์เอาไว้ตามเดิม อย่างไรก็ตามฝ่ายวิจัยแบงก์กรุงศรีฯคาดว่าแบงก์ชาติอาจจะลดดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งในช่วงต้นปีหน้า เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและช่วยชะลอการแข็งค่าของเงินบาท นอกจากนี้เรายังเชื่อว่าการประชุมครั้งนี้แบงก์ชาติอาจจะมีการประกาศลดคาดการณ์ GDP ของปีนี้และปีหน้าลงเพื่อสะท้อนภาพเศรษฐกิจที่เติบโตได้น้อยกว่าคาดในช่วงที่ผ่านมาและแนวโน้มปีหน้ายังมีความท้าท้ายจากภาคการส่งออก รวมไปถึงการบริโภคในประเทศที่อาจชะลอตัวลงจากภาวะหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง