กฟผ.เร่งแผนทรานฟอร์ม รองรับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียน ที่จะมีการผลิตไฟฟ้าเข้าระบบเพิ่มมากขึ้น
การผลิตไฟฟ้ากำลังจะเปลี่ยนจากเจนเนอเรชั่น 1 ที่ใช้ถ่านหิน น้ำมันและก๊าซเป็นเชื้อเพลิง เข้าสู่เจนเนอเรชั่น 2 ที่ใช้พลังงานหมุนเวียน เช่น พลังงานลม แสงอาทิตย์ น้ำ ชีวมวล ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาที่เน้นความยั่งยืนและลดสภาวะโลกร้อน
ในอนาคตเชื้อเพลิงจากถ่านหิน น้ำมันและก๊าซยังคงมีแต่จะไม่เป็นที่ต้องการ จึงทำให้ช่วงนี้เข้ายุคทรานฟอร์มสู่การผลิตไฟฟ้าเจนเนอเรชั่น 2
นายพัฒนา แสงศรีไพโรจน์ รองผู้ว่าการยุทธศาสตร์ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กล่าวว่า โลกกำลังทรานฟอร์มด้านพลังงานหลังจากเทคโนโลยีการผลิตไฟฟ้ามีความก้าวหน้ามากขึ้น แต่ทุกประเทศยังไม่สามารถตัดขาดจากการผลิตไฟฟ้าเจนเนอเรชั่น 1 ได้ เพราะพลังงานหมุนเวียนบางประเภทยังไม่สามารถทำสัญญาผลิตไฟฟ้าแบบเสถียร (Firm) เช่น พลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์ จึงทำให้การพัฒนาโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนต้องทำคู่กับโรงไฟฟ้าก๊าซหรือถ่านหิน
ช่วงที่ผ่านมา กฟผ.ได้เตรียมรองรับการทรานฟอร์มดังกล่าว โดยวางแผนพัฒนา Grid Modernization ที่กำลังศึกษาการปรับปรุงโครงข่ายไฟฟ้าของเจนเนอเรชั่น 1 ให้รองรับเจนเนอเรชั่น 2 รวมทั้งปรับปรุงโรงไฟฟ้าเจนเนอเรชั่น 1 ให้ยืดหยุ่นในการเดินเครื่อง เพื่อรองรับการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนที่จะมากขึ้น
โดยโรงไฟฟ้าก๊าซบางแห่งถ้าเดินเครื่องต่ำกว่า 80% จะเป็นการชัตดาวน์โรงไฟฟ้า และต้องใช้เวลาอีก 6 ชั่วโมงจึงจะเดินเครื่องใหม่ได้ดังนั้นต้องปรับปรุงโรงไฟฟ้าให้ลดกำลังการผลิตลงได้เหลือ 30-40% ซึ่งจะได้ข้อสรุปใน 1-2 ปี และ กฟผ.จะต้องตั้งงบประมาณเพื่ออัพเกรดโรงไฟฟ้าก๊าซทั้งหมด เช่น โรงไฟฟ้าบางปะกง โรงไฟฟ้าจะนะ
รวมทั้ง มีระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage) ทั้งโรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับ (Pumped Storage) และแบตเตอรี่กักเก็บพลังงานนำร่อง 2 แห่ง คือ สถานีไฟฟ้าแรงสูงบำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ และ สถานีไฟฟ้าแรงสูงชัยบาดาล จ.ลพบุรี
นอกจากนี้ กฟผ.กำลังศึกษาการโครงการศูนย์พยากรณ์และควบคุมการผลิตไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน โดยในกรณีประเทศไทยจะต้องวางระบบพยากรณ์การผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์เป็นหลัก เพราะการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมมีศักยภาพต่ำ
ศูนย์พยากรณ์และควบคุมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนจะทำหน้าที่ประเมินไฟฟ้าที่ผลิตได้จากแสงอาทิตย์ในแต่พื้นที่ เพื่อนำข้อมูลมาคำนวณการเดินเครื่องของโรงไฟฟ้าเจนเนอเรชั่น 1 ซึ่งจะทำให้ปริมาณไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าทั้ง 2 ประเภทออกมาเพียงพอกับความต้องการ โดยถ้าโรงไฟฟ้าแสงอาทิตย์ผลิตไฟได้ลดลงจากบางกรณี เช่น ฝนตก ก็จะเพิ่มการผลิตไฟฟ้าจากก๊าซหรือถ่านหิน
“กฟผ.เห็นว่าการทำงานของศูนย์ดังกล่าวจะใช้ Big Data ที่ได้จากการรวบรวมข้อมูล 3 ปี นับจากนี้ จึงจะเพียงพอที่จะคำนวณล่วงหน้า 1 เดือน ว่าจะผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ได้ปริมาณเท่าใด”
กฟผ.ได้ศึกษารูปแบบศูนย์พยากรณ์พลังงานหมุนเวียนของบริษัท EDP Renewables (EDPR) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของบริษัท Energias de Portugal ที่ทำธุรกิจผลิตพลังงานไฟฟ้าจากพลังงานลมและแสงอาทิตย์ 14 ประเทศ ในยุโรป อเมริกาเหนือและอเมริกาใต้ โดยเป็นผู้ผลิตไฟฟ้าพลังงานลมรายใหญ่อันดับ 4 ของโลก กำลังผลิตติดตั้งพลังงานในทุกประเทศ 10,600 เมกะวัตต์ เมื่อรวมพลังงานหมุนเวียนทั้งหมดมีกำลังการผลิตติดตั้ง 12,433.7 เมกะวัตต์
นายริคาร์โด โรดริเกซ RODC Technical Support Manager บริษัท EDPR กล่าวว่า การทำงานจะมีศูนย์ควบคุมและสั่งการการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนแบบเรียลไทม์ 5 แห่ง ในเมืองต่างๆ ที่เข้าไปลงทุน คือ
1.เมืองปอร์โต ประเทศโปรตุเกส เป็นศูนย์หลักสั่งการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนโรงไฟฟ้าในโปรตุเกส ฝรั่งเศส เยอรมนี โปแลนด์ อิตาลี และเป็นศูนย์สั่งการสำรองให้กับโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนในสเปน โรมาเนีย และบราซิล 2.เมืองโอบิเอโด ประเทศสเปน 3.กรุงบูคาเรสต์ ประเทศโรมาเนีย 4.ประเทศบราซิล 5.เมืองฮิวสตัน มลรัฐเท็กซัส สหรัฐ
ภารกิจสำคัญของศูนย์พยากรณ์พลังงานหมุนเวียนของ EDPR มีภารกิจหลัก 3 ส่วนหลัก ได้แก่ 1.Asset Management โดยวิเคราะห์ และควบคุมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนแบบเรียลไทม์ ซึ่งจะพยากรณ์การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนวันละ 4 ครั้ง โดยปกติจะพยากรณ์ล่วงหน้า 72 ชั่วโมง มีความแม่นยำ 95% โดยการพยากรณ์ล่วงหน้านั้นใช้ในการวางแผนการบำรุงรักษาโรงไฟฟ้า และการเดินเครื่องโรงไฟฟ้า เพื่อใช้ประโยชน์โรงไฟฟ้าที่เป็นเจ้าของให้เกิดประโยชน์สูงสุด
2.Grid Operation โดยจะประสานและติดต่อกับหน่วยงานที่ดูแลระบบไฟฟ้าในแต่ละประเทศที่มีโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนไปตั้งอยู่ ให้เป็นไปตามข้อกำหนดของระบบส่ง (Grid Code) ในประเทศนั้นๆ รวมถึงการรับคำสั่งจากหน่วยงานที่ดูแลระบบไฟฟ้าในแต่ละประเทศให้เพิ่มหรือลดกำลังการผลิต
3.Commercial Operation โดยในประเทศที่มี Feed in tariff จะไม่มีบทบาทมากเพราะรัฐรับซื้อพลังงานหมุนเวียนก่อนในราคาคงที่ แต่ในบางประเทศที่แข่งขันในตลาดซื้อขายไฟฟ้า หน่วยนี้จะทำหน้าที่ส่งข้อมูลคาดการณ์การผลิตไฟฟ้าล่วงหน้า 1 สัปดาห์ ให้ผู้รับซื้อไฟฟ้าเพื่อเป็นข้อมูลให้ในการประมูลซื้อขายไฟฟ้า
นอกจากนี้ ศูนย์ดังกล่าว มีระบบ Wind Energy Management System (WEMS) เป็นระบบกลางในการควบคุมและจัดการโรงไฟฟ้าพลังงานลมทั้งหมดของ EDPR โดยระบบนี้จะสื่อสารกับกังหันลมของแต่ละต้นผ่านสัญญาณวิทยุหรือดาวเทียม








